หน้าแรก คอลัมนิสต์ แรงกด-แรงต้าน...

แรงกด-แรงต้าน ก่อนการประชามติ คสช.-พรรคการเมือง

16.04.16 | 11:59 น.

คู่มากับอากาศร้อนคือประเด็นร้อนว่าด้วยร่างรัฐธรรมนูญและประชามติ

12 เมษายน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ตอบข้อถามของผู้สื่อข่าวเรื่องหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะวางแนวทางไว้อย่างไร ว่า

ก็ร่างใหม่ แต่ตนอยากให้ผ่าน ถ้าไม่ผ่านจะไปทำอะไรได้

เมื่อถามถึงฉบับที่เตรียมไว้หากไม่ผ่านจริง นายกฯกล่าวว่า เตรียมไว้อยู่ในใจ ในหัวของตน ไม่เอาฉบับไหนทั้งนั้น

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า เคยถามใน คสช.หรือ ครม. หรือไม่ว่า ในอนาคตมีใครอยากลงเล่นการเมืองบ้าง เพื่อสานต่อในสิ่งที่ทำวันนี้ นายกฯกล่าวว่า ไม่มีใครเขาอยากอยู่ ถ้าตนไม่อยู่ เขาก็ไม่อยู่

ต่อข้อถามว่ามีกระแสข่าวมาตลอดว่า คสช.ได้ตั้งพรรคเตรียมไว้แล้ว นายกฯกล่าวว่า ไม่จริง ยังไม่มีอะไรทั้งสิ้น แก้สถานการณ์ไปก่อน ให้มันเกิดประชามติและเลือกตั้งให้ได้ จบหน้าที่ของตนก็เท่านั้น แต่ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นอีก ทำให้เลือกตั้งไม่ได้ ก็ต้องไปหาวิธีมา กลับมาอยู่แบบเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงเวลานี้คิดอยากลงมาเล่นการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่เคยคิดอยาก แต่อยากทำงานให้มันเสร็จ

เมื่อถามว่า มีข่าวว่าตัวนายกฯและผู้ใหญ่ใน คสช. มองคนไว้แล้วที่จะเป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ใคร บอกชื่อมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมหรือ

เมื่อถามว่า ไม่ใช่ทหารแต่หมายถึงพลเรือน พล.อ.ประยุทธ์ถามกลับว่า

ใครเล่า

จะไม่ให้ผู้สื่อข่าวถามซักหรือเซ้าซี้อย่างไรได้

ในเมื่อความเคลื่อนไหวรอบข้างล้วนบ่งชี้ไปในทิศทางที่ว่า ประชามติอาจจtไม่ราบรื่น “เรียบโร้ย” ดังที่รัฐบาลหรือ คสช.คาดหวัง

ประการหนึ่ง เพราะการออกมาแสดงจุดยืนว่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย

ประการหนึ่ง เพราะการคัดค้านคำถามพ่วงที่จะให้วุฒิสมาชิกสามารถเข้ามาร่วมเลือกตัวนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์

ประการหนึ่ง เพราะการชี้ประเด็นปัญหาของนักวิชาการและผู้สนใจในรัฐธรรมนูญ

ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อาจจะก่อปัญหาได้มากกว่าจะแก้ปัญหาตามคำโฆษณาอย่างไร

ฉะนั้น จนถึงปัจจุบัน แม้กระทั่งหน่วยงานด้านข่าวบางแห่งของรัฐบาลเองก็ยังประเมินว่า

โอกาสที่ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบจากประชาชน

อยู่ในระดับเพียงห้าสิบ-ห้าสิบ เท่านั้น

ขณะที่มองข้ามพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ที่มี “แฟนคลับ” อย่างแน่นหนาไม่ได้

ก็มองข้ามประเด็นที่ว่า แม้แต่กองทัพหรือ คสช.เองก็ไม่ได้พึงใจในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันอย่างเต็มร้อย

ขอไปห้า ได้มาเพียงหนึ่งจุดห้า

ถามว่าจะพอใจเต็มที่อย่างไรได้

หากพึงใจก็คงไม่ต้องมีคำถามประเภท วุฒิสมาชิกสามารถลือกตั้งนายกรัฐมนตรีได้ พ่วงเข้ามา ให้การทำประชามติรัฐธรรมนูญเพิ่มความยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก

คำถามคือหากใกล้เวลาในการลงประชามติเข้ามา แล้วแนวโน้มของประชาชนเอนเอียงไปในทางไม่เห็นด้วยมากกว่าเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ

รัฐบาลและ คสช. ยังจะเดินหน้าผลักดันร่างรัฐธรรมนูญนี้อย่างเต็มที่อยู่อีกหรือไม่

โอกาสที่ร่างรัฐธรรมนูญมีชัยจะประสบชะตากรรมเฉกเช่นร่างรัฐธรรมนูญบวรศักดิ์ คือ “แท้ง” ก่อนคลอด

ยังมีความเป็นไปได้หรือไม่

“ไม้แข็ง” ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันของ คสช. ทั้งการเรียกตัวเข้าอบรม และคำขู่ยุบพรรค อันจะนำไปสู่การ “ล้างไพ่” และเปิดให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสามารถลงสมครได้โดยไม่ต้องสังกัดพรรค

อันจะเป็นการ “ตอน” และลิดรอนอำนาจของพรรคการเมืองในอนาคตนั้น

ด้านหนึ่ง จะทำให้พรรคการเมือง “ฝ่อ” ลงไป หรือจะยิ่งทำให้แรงต้านตามหลักฟิสิกส์เพิ่มมากขึ้นเท่ากับแรงกดดัน

ด้านหนึ่ง จะทำให้ประชาชนถอดใจ เบื่อหน่ายการเมือง หรือจะยิ่งทำให้เกิด “ลูกฮึด” และไปทะลักทลายแสดงออกเอาในวันลงประชามติ

ความเป็นจริงในช่วงต่อจากนี้จะเป็นตัวชี้วัด