ความเสียหายจากเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวฟีนิกซ์จมที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิตจำนวนมาก
ส่งผลกระทบทันตาเห็น ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตและประเทศไทย ลดฮวบไปหลายแสนคน สูญเสียรายได้ไปมหาศาล
ทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่ง “ล้อมคอก” หลังจาก “วัวหาย” ไป (อีก) แล้ว
ร่วมกันออกมาแก้ปัญหาในทุกมิติ
มาตรการเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ถูกระดมออกมาใช้ในขั้นที่เรียกได้ว่า “ยกเครื่อง”
หน่วยงานด้านการแก้ไขและสร้างภาพลักษณ์ต้องทำงานหนัก
ทั้งฝ่ายตำรวจท่องเที่ยว อย่าง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ต้องพาสื่อจากเมืองจีนไปดูขั้นตอนการปรับปรุงการเดินทาง เพื่อสร้างความมั่นใจ
ส่วน นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก็ต้องป่าวประกาศมาตรการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลกและชาวจีน
ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะดำเนินการสารพัดวิธี เพื่อดูแลนักท่องเที่ยว
ทั้งใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลตรวจปล่อยเรือ โดยมีประกาศ กอ.รมน.จ.ภูเก็ต และพื้นที่ต่อเนื่องในฝั่งทะเลอันดามัน รวมพังงาและกระบี่
กำหนดท่าเรือที่แน่นอนชัดเจน ท่าทุ่นลอยให้ปรับปรุงระบบของท่า ทั้งการปฐมพยาบาล จุดบริการห้องน้ำ ระบบการดูแลความปลอดภัยและจำนวนผู้โดยสาร
กำหนดเรื่องอุปกรณ์และการสาธิต วิธีการใช้เครื่องดับเพลิง การใช้เสื้อชูชีพและอุปกรณ์ฉุกเฉิน การกำหนดเรื่องการตรวจคนในเรือ เอกสารประกอบการของผู้ดูแลผู้โดยสาร
รวมถึงการกำหนดให้ฝ่ายป้องกันภัยพลเรือนเป็นหน่วยหลักในการบูรณาการ สถานที่ตรวจสอบข้อมูลเรือที่ใช้บรรทุกผู้โดยสาร หรือจุดเช็กพอยท์
กำหนดเจ้าหน้าที่จะบูรณาการตรวจเรือทั้งกรมเจ้าท่า ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ เจ้าหน้าที่ท่องเที่ยวกีฬาจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาทำงานร่วมกัน
ที่สำคัญกำหนดให้เรือที่จะนำผู้โดยสารออกจากท่าที่กำหนดแล้ว ต้องนำส่งข้อมูลเส้นทางเรือล่วงหน้า รวมถึงการกำหนดการรับฟังข่าวเฝ้าระวังและขยายผล เพื่อป้องกันไม่ให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
มีการกำหนดให้สำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัลภาคใต้ตอนบนเป็นหน่วยสนับสนุนระบบดิจิทัล และการจ่ายสัญญาณ เพื่อให้การตรวจสอบและเฝ้าระวังมีความทันสมัยและถูกต้องแม่นยำ และให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เข้ามาเป็นหน่วยงานดูแลศูนย์ควบคุมการจราจรทางน้ำ
เรียกได้ว่าตอนนี้ทำอะไรได้ จะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อพลิกวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาส เรียกความเชื่อมั่นกลับมาให้ได้
แต่นั่นเป็นเพียงการแก้ปัญหาปลายเหตุของหน่วยงานด้านแก้ภาพลักษณ์
หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบเพื่อป้องกันโดยตรง นอกจากหน่วยงานในพื้นที่แล้ว
กรมเจ้าท่าถือเป็นหน่วยงานควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ รับผิดชอบโดยตรง
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า ควรดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจังและต่อเนื่องมากกว่านี้
ต้องเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้กวดขันบรรดาผู้ประกอบการ ทั้งท่าเรือ เจ้าของเรือ
อย่าให้ปล่อยปละละเลยในเรื่องความปลอดภัยอย่างเด็ดขาด เพราะมีโอกาสประวัติศาสตร์จะกลับมาซ้ำรอยอีก
เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ว่าจะวิธีไหนก็คงไม่สามารถเยียวยาได้อีกต่อไป
หากไม่หาทางป้องกันอย่างเอาจริงเอาจัง ตั้งแต่ตอนนี้ที่ยังมีโอกาส
สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

