สุจิตต์ วงษ์เทศ : ‘เข้า’ คนไม่เก่ง ข้างหน้าไม่สะดวก

7.08.18 | 17:10 น.

“เข้า คนได้เก่ง รู้บทบาทหน้าที่ของตนเองใน “องค์กร”

เพราะในการ “ทำงาน” ของโลกปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นงานรับจ้าง, งานส่วนตน, หรืองานส่วนรวม ล้วนต้องอาศัยความร่วมมือกับคนอื่นในรูปเครือข่าย, องค์กร, กลุ่ม, สมัชชา ฯลฯ

โลกปัจจุบันและโลกข้างหน้า ไม่ค่อยมีพื้นที่ให้แก่บารมี หรือกฤษฎาภินิหารส่วนบุคคลเสียแล้ว

ข้อความยกมานี้ สรุปจากบทความของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ เพื่อจะ “บอกต่อ” ว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญมากๆ และเป็นสิ่งอ่อนด้อยและผิดพลาดอย่างยิ่งของผมเอง ที่ไม่เคยฝึกฝนทักษะ “เข้า” กับคนอื่น ตั้งแต่เรียนประถม, มัธยม, จนถึงอุดมศึกษา ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในอาชีพการงาน เพราะ “เข้า” ไม่ได้กับสิ่งทั้งหลายอันเป็นกระแสหลัก

ยังมีนักเรียนนักศึกษาชายขอบทั้งในกรุงเทพฯ และอยู่บ้านนอกคอกนาอีกมาก ที่ผมสังเกตจากการพบปะสนทนา แล้วรู้ว่า “เข้า” กับคนได้ไม่เก่ง ไม่กล้า ไม่แกร่ง จนดูคล้ายกับตระหนกตื่นกลัวจนนำไปสู่การมองโลกในแง่ร้าย

Advertisement

กรณีตัวอย่างจากผู้เรียนทางมนุษยศาสตร์ โดยเฉพาะสาขาลงท้ายด้วย “ไทย” เช่น ภาษาไทย, วรรณคดีไทย, ดนตรีไทย, นาฏศิลป์ไทย, ประวัติศาสตร์ไทย, โบราณคดีไทย, วัฒนธรรมไทย เป็นต้น

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร? แต่ผมเคยพบว่าเหตุหนึ่งมาจากครูบาอาจารย์อนุรักษนิยมสุดโต่ง มองโลกในแง่ร้าย แล้วครอบงำนักเรียนนักศึกษาไว้จนกลายเป็นผลเสียระยะยาว

ยิ่งสถานศึกษาต่างจังหวัดยิ่งมีปัญหามากกว่าในกรุงเทพฯ นับเป็นความเหลื่อมล้ำที่บรรดาอำนาจนิยมไม่มอง ถึงมองก็ไม่เห็น ถึงเห็นก็ไม่ใส่ใจ เพราะในสำนึกแล้วคนไม่เท่ากัน

ทักษะที่สำคัญในการศึกษาคือสามารถปรับทักษะที่ตนมีอยู่เพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ได้เสมอ เช่น ในทางอาชีพการงาน, ในการสร้างสรรค์, ในการหาความบันเทิงส่วนตัว ฯลฯ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ แนะนำว่าทักษะที่สำคัญๆ ควรเป็นดังนี้

(1.) เรียนรู้เองเป็น จากแหล่งความรู้ที่เหมาะสมซึ่งมีหลากหลายมาก (2.) คิดอย่างมีเหตุผล แต่ต้องประกอบด้วยข้อมูลความรู้ (3.) ไม่ยึดติดกับข้อสรุปมูลฐาน ในการสร้างระเบียบการคิดใดๆ ซึ่งเรียกกันว่า “กระบวนทรรศน์” (4.) “เข้า” คนได้เก่ง (เลี่ยงคำว่า “มนุษยสัมพันธ์ที่ดี” เพราะเกือบกลายเป็นคำสอนด้านศีลธรรม)

[บทความเรื่อง อะไรไม่เอาไหนกันแน่ ในมติชนรายวัน จันทร์ 18 มิถุนายน 2561 หน้า 16]

ระบบการศึกษาไทยยังห่างไกลสิ่งนี้ โดยเฉพาะด้านมนุษยศาสตร์