หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทนำ : ถอย-รื...

บทนำ : ถอย-รื้อกม.กกต.

17.08.18 | 13:13 น.

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง 5 คน ประกาศ ณ วันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2561 ส่งผลให้ กกต.ชุดเก่าหมดหน้าที่ และชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่อย่างเต็มตัว เป็นสัญญาณบอกถึงความพร้อมในการเลือกตั้ง แต่ที่สวนทางกันก็คือ กระแสข่าว 36 สนช. เคลื่อนไหว ขอแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อยกเลิกผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยอ้างว่า เป็นการแต่งตั้งของ กกต.ชุดเก่า อาจมีการเมืองแทรกแซง ซึ่งมีผู้ห่วงใยว่า จะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปจากกำหนดต้นปี 2562 หลายเดือน

ล่าสุด มีกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรีขอให้ กกต.เก่าและใหม่หารือกันเพื่อหาทางออกในเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยไม่ต้องเสียเวลามากมายถึงขั้นต้องแก้กฎหมาย ซึ่งนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แกนนำ 36 สนช. เผยว่าขอรอดู กกต.ชุดใหม่แก้ปัญหาเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ถ้าเป็นที่น่าพอใจ จะหารือกันเพื่อถอนร่างกฎหมาย เพราะถือว่าหมดความจำเป็น แต่หาก กกต.ชุดใหม่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จะเดินหน้าต่อไป โดยยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อโรดแมปเลือกตั้ง

การสรรหา 616 ผู้ตรวจการเลือกตั้ง น่าจะมีปัญหาอยู่พอสมควร แต่ควรพิจารณาแก้ไขเป็นเรื่องๆ ไป โดยให้ผู้มีหน้าที่โดยตรงคือ กกต. เป็นผู้ดำเนินการแก้ไข อาทิ ปัญหา
ผู้ตรวจการฯบางคน เคยบุกสถานที่ราชการและล้มการเลือกตั้ง ย่อมไม่ชอบธรรมที่จะมาทำหน้าที่ แทนที่จะยกเลิกไปทั้งหมดแล้วสรรหาใหม่ ซึ่งดูเกินเหตุทำให้ถูกวิจารณ์ว่ามีเจตนาจะให้มีผลต่อการเลือกตั้ง

ผลทั้งหลายย่อมมาแต่เหตุ การเคลื่อนไหวแก้ไข พ.ร.ป.กกต. ถูกติติงทั้งจากหลายฝ่าย ว่ามีเจตนายื้อเลือกตั้ง และเมื่อนำร่าง พ.ร.บ.ขอแก้ไข มาขอความเห็นประชาชนในเว็บไซต์ของ สนช.ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ มีการจัดตั้งโหวตคะแนนสนับสนุนการแก้ไข แต่ต่อมา มีการโหวตคัดค้านด้วยคะแนนท่วมท้น ปัญหาคือ ระบบโหวตปล่อยให้บุคคลเดียวกดคะแนนหลายครั้ง สนช.ควรแก้ไขระบบลงคะแนนได้คนละ 1 ครั้ง แล้วเปิดโหวตใหม่ เพื่อให้ได้ความเห็นที่แท้จริงของประชาชน จะได้ไม่ต้องมโนเอาเองว่า ตนเองเป็นผู้รู้ความต้องการของประชาชน