“รัชนก อินทนนท์” หรือ “น้องเมย์” กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงในวัย 21 ปี
หลังคว้าแชมป์ระดับซุปเปอร์ซีรีส์ที่อินเดีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวดเดียวสามรายการติดต่อกัน ภายในสามสัปดาห์ พร้อมทำแต้มสะสมขึ้นเป็นนักแบดมินตันหญิงเดี่ยวอันดับ 1 ของโลก
กลายเป็นนักแบดมินตันและนักกีฬาประเภทเดี่ยว (ชนิดไม่จำกัดรุ่นน้ำหนัก) คนแรกของไทย ที่เดินทางไปถึงจุดดังกล่าวได้สำเร็จ
หากลองพิจารณานอกเหนือไปจากเรื่องความสำเร็จส่วนบุคคล ชัยชนะต่อเนื่องของน้องเมย์มีจุดน่าสนใจอยู่สองประการ
ประการแรก ซึ่งสะท้อนภาพการจัดการนักกีฬาแบดมินตันของเมืองไทยในยุคปัจจุบันโดยรวมด้วย ก็คือ ตลอดทั้งปี น้องเมย์ รวมถึงนักแบดมินตันอีกหลายคน ต่างตระเวนไปแข่งขันตามประเทศต่างๆ ในฐานะนักกีฬาอาชีพ
โดยมีสโมสรต้นสังกัดคอยบริหารจัดการโปรแกรม และมีผู้ฝึกสอนส่วนตัว/สโมสร เดินทางไปช่วยวางแผนการเล่นถึงขอบสนาม (กรณีของรัชนก ก็ได้แก่สโมสรแบดมินตัน “บ้านทองหยอด”)
ดังนั้น การฝึกฝนเคี่ยวกรำนักกีฬา จึงถูกดำเนินการโดยสโมสรเอกชนเจ้าต่างๆ มิได้ผ่าน “ศูนย์กลางอำนาจ” อย่างสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยอีกต่อไป
นี่เป็นวิถีทางของ “กีฬาอาชีพ” ซึ่งนอกจากความรับผิดชอบในการดูแล-ฝึกสอนนักกีฬา ที่ถูกกระจายไปยังภาคเอกชนหลากหลายราย จะช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของสมาคมส่วนกลางได้มากแล้ว
ศักยภาพของนักกีฬาแต่ละคนก็อาจได้รับการเอาใจใส่มากขึ้น นำไปสู่ผลงานการแข่งขันอันดีเยี่ยม
ประการต่อมา ผลงานชนะเลิศติดต่อกันของน้องเมย์ ทำให้หลายคนวาดหวังถึงโอกาสการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกที่บราซิลของทีมชาติไทย จากกีฬาแบดมินตัน ในช่วงกลางปีนี้
หลายทศวรรษที่ผ่านมา กีฬาความหวังสูงสุดของไทยในโอลิมปิก คือ มวยสากลสมัครเล่น และหลัง ค.ศ.2000 เป็นต้นมา จึงผนวกยกน้ำหนัก (หญิง) เข้าไปอีกหนึ่งชนิด
แล้วค่อยมีเทควันโดตามมาสมทบในโอลิมปิกสองครั้งล่าสุด โดยแบดมินตันก็เป็นอีกชนิดกีฬาที่เฉียดกรายเหรียญรางวัลอยู่บ่อยๆ ในระยะหลัง
น่าสนใจว่า ในปัจจุบัน ความคาดหวังที่ทุ่มลงไปให้มวยสากลสมัครเล่นและยกน้ำหนักกลับแผ่วเบาลงกว่าแต่ก่อน
กีฬาสองชนิดนี้อาจเผชิญปัญหายิบย่อยแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สมาคมมวยสากลสมัครเล่นและยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย กำลังประสบเหมือนๆ กัน คือ ปัญหาการขาดแคลนนักกีฬาฝีมือดีรุ่นใหม่ๆ
เป็นไปได้หรือไม่ว่า มีคนไทยจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ ที่พร้อมจะอุทิศตนให้แก่การเล่นกีฬา ซึ่งต้องควบคุม บังคับ จัดการ (กระทั่งบอนไซ) ร่างกายอย่างเคร่งครัดหนักหน่วง จนหลายหนส่งผลต่อสภาวะการเจริญเติบโตของตัวนักกีฬาเอง
ขณะที่เทควันโด (แม้จะมีการแบ่งรุ่นตามพิกัดน้ำหนัก แต่มักไม่มีการคุม-ลดน้ำหนักอย่างหนักหนาสาหัส หากปล่อยไปตามภาวะการเจริญเติบโตของนักกีฬา) และแบดมินตัน ซึ่งต้องยึดถือวินัยในการฝึกซ้อมไม่ต่างกัน
กลับไม่มีลักษณะการเก็บตัวก่อนลงแข่ง ที่ต้องควบคุม จัดการ บีบดัด รัดรูปร่างกายของนักกีฬา อย่างเข้มงวดทรมานเช่นนั้น
ยังไม่นับว่า โดยทั่วไปแล้ว นักกีฬามวยสากลสมัครเล่น (ที่มักแยกไม่ขาดจากนักมวยไทยอาชีพ) และยกน้ำหนัก ประเภทหนึ่ง กับนักกีฬาเทควันโดและแบดมินตัน อีกประเภทหนึ่งนั้น คล้ายจะมีฐานที่มาจากชนชั้น/สถานะ/กลุ่มบุคคลในสังคมอันแตกต่างกัน
(แม้น้องเมย์ รัชนกเอง อาจมีพื้นเพภูมิหลังเป็นคนต่างจังหวัด แต่ก็เกิดและเติบโตในกรุงเทพฯ ทั้งยังได้รับการบ่มเพาะเลี้ยงดูเป็นอย่างดีจากเจ้าของสโมสรแบดมินตันต้นสังกัด)
ความหวังถึงเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิกที่ผันแปร จึงอาจกำลังส่องสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงบางประการ (เช่น โครงสร้างประชากร) ของสังคมไทยในภาพรวม

