หน้าแรก คอลัมนิสต์ สวยงามตามฟิลเ...

สวยงามตามฟิลเตอร์ : ฟิลเตอร์ในโซเชียลมีเดียเปลี่ยนแปลงพื้นฐาน ‘ความสวย’ ไปอย่างไร : โดย ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

20.08.18 | 13:03 น.

วัฒนธรรมกะเหรี่ยงคิดว่าผู้หญิงคอยาวแล้วจะสวย ยิ่งคอยาวเท่าไร – พวกเธอก็ยิ่งงามและดูร่ำรวยเท่านั้น ส่วนผู้หญิงในเคนยากลับเน้นส่วนอื่นแทน พวกเธอยืดหูด้วยเครื่องประดับหนักๆ และโกนศีรษะ เพราะนั่นคือวิธีการแสดงสถานะของตน ผู้หญิงบางเผ่าในแอฟริกาและอเมริกาใต้นอกจากเน้นที่หูแล้ว พวกเธอยังเน้นการยืดริมฝีปากด้วยจานที่ใส่ไว้ในช่องปาก นี่คือวิธีบอกกับคนอื่นว่าฉันเป็นผู้ใหญ่แล้ว ฉันพ้นวัยเด็กมาแล้ว ผู้หญิงในเผ่าเมารีในนิวซีแลนด์ใช้รอยสักตรงคางเพื่อสื่อสารแบบเดียวกัน ในขณะที่ผู้หญิงในหลายส่วนของเอเชียพยายามไม่ตากแดดเพราะกลัวว่าจะผิวดำ ด้วยความเชื่อที่ว่าผิวดำนั้นหมายความถึงฐานะที่ยากจนหรือเป็นชนชั้นที่ “หยาบกร้าน” กว่า ผ่านการบ่มเพาะของสื่อ

แต่ละวัฒนธรรมมองความสวยแตกต่างกัน – กระทั่งในวัฒนธรรมเดียวกัน วิวัฒนาการของความคิดต่อความสวยก็เป็นสิ่งดำเนินไปเรื่อยๆ ความสวยไม่เคยหยุดนิ่ง ในวันหนึ่งความอ้วนอาจเป็นความสวยเพราะนั่นคือสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ แต่เมื่อเวลาผันผ่านไป มนุษย์มีแคลอรีมากเกินพอในแต่ละวัน ความผอมกลับเป็นความสวยเพราะนั่นแปลว่า “คุณรู้จักดูแลตัวเอง” และ “คุณไม่ขี้โรค”

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง – เพศชายก็ไม่ต่างกัน – พวกเขาเข้ายิม เพาะกาย เล่นกล้าม และดื่มโปรตีน ก็เพื่อให้บรรลุถึงแบบฟอร์มร่างกายที่ “ดีที่สุด” ในช่วงเวลาหนึ่งๆ

ในวันที่เราสื่อสารกันผ่านโซเชียลมีเดีย นิยามของความสวยเปลี่ยนแปลงไปไหม? ผ่านฟิลเตอร์อินสตาแกรม สแนปแชต และคาเมร่า 360 ที่ทั้งขับทั้งเน้นบางส่วนของใบหน้าให้เกินจริง คุณทั้งขาว ใส คางเรียว แก้มตอบ ตาโต จมูกโหนกเป็นสันชัด คิ้วเส้นเรียวและบาง แน่นอนว่าฟิลเตอร์เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากมาตรฐานความสวยในแต่ละสังคม (คุณอาจนึกถึงฟิลเตอร์ในตู้สติ๊กเกอร์ที่ถ่ายผู้ชายออกมาหน้าวอกเพียงเพราะเขาเลือกเอฟเฟ็กต์ผิด!) แต่ในทางกลับกัน ในทุกวันนี้ความสวยถูกกำหนดด้วยมาตรฐานของฟิลเตอร์เหล่านี้ไปพร้อมกันด้วยหรือเปล่า?

เมื่อเราถ่ายภาพและเราปรับภาพด้วยฟิลเตอร์ที่ยืดและหดบางส่วนของใบหน้า เรากำลังบอกตัวเองไปพร้อมๆ กันไหมว่า “สิ่งที่ฉันเห็นในรูปผลลัพธ์แท้จริงแล้วคือสิ่งที่ฉันควรเป็น”?

Advertisement

ไม่นานมานี้ เหล่าหมอศัลยกรรมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเช่นนั้นจริงๆ บทความในเครือข่ายศัลยกรรม JAMA Facial Plastic Surgery ที่มีชื่อว่า “Selfies – Living in the Era of Filtered Photograph” (เซลฟี่ – ชีวิตในยุคแต่งภาพ) พูดถึงอิทธิพลของฟิลเตอร์อย่างที่อยู่ในแอพพลิเคชั่นสแนปแชตและเฟซจูน (FaceTune) ว่าส่งผลต่อความคิดต่อความสวยของผู้คนจริงๆ พวกเขาพบว่ามีลูกค้าที่เดินเข้ามาทำศัลยกรรมจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เปิดแอพพลิเคชั่นขึ้นมา และแต่งรูปเพื่อให้หมอดูว่านั่นคือผลลัพธ์ที่พวกเขาอยากได้

การสำรวจจากสถาบันศัลยกรรมอเมริกัน (The American Academy of Facial Plastic and Reconstructive Surgery) พบว่าแพทย์ศัลยกรรม 55% รายงานว่าลูกค้าของตนอยากทำศัลยกรรมเพื่อให้ “ถ่ายรูปเซลฟี่แล้วดูดีขึ้น” ซึ่งตัวเลขนี้มากกว่าตัวเลขของปีก่อนถึง 13%

บทความใน JAMA อ้างว่า “ก่อนยุคเซลฟี่ ส่วนมากแล้วผู้คนจะมาหาหมอศัลยกรรมเพื่อทำจมูกเพราะมีปัญหาที่เห็นได้ชัดเจนจริงๆ แต่ตอนนี้เหตุผลที่พวกเขามาหาหมอมากกลับเป็นการที่ใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน” หากคุณมองใบหน้าของตัวเองในกระจกอยู่บ่อยๆ ไม่นานนักหรอก คุณก็จะสามารถหาจุดบกพร่องของใบหน้าของคุณได้เสมอ ตาของคุณสองข้างอาจใหญ่เล็กไม่เท่ากัน จมูกของคุณอาจชิดกับปากเกินไป หรือคางของคุณอาจสั้นจนมีเหนียงได้ง่าย ในยุคที่การถ่ายรูปทำได้ง่ายดายขึ้นผ่านสมาร์ทโฟน เราเห็นหน้าตัวเองกันมากขึ้นในทุกวัน เป็นไปได้ไหมว่าการเห็นหน้าตัวเองบ่อยครั้งนี้ จะทำให้เราพบ “ข้อบกพร่อง” ในใบหน้าของเราได้ง่ายขึ้นด้วย โดยเฉพาะเมื่อใบหน้าที่เราเห็น เป็นใบหน้าที่เราแต่งผ่านฟิลเตอร์มาแล้ว และเป็นใบหน้าบนหน้าจอที่เราคิดว่า “นั่นคือศักยภาพความสวย (หล่อ) ของฉัน” แล้ว

ปรากฏการณ์ที่ฟิลเตอร์ส่งผลต่อนิยามความสวยของเรานี้มีชื่อเรียกว่า “Snapchat dysmorphia” (การดัดแปลงตนให้ผิดแผกไปเพราะฟิลเตอร์สแนปแชต) แน่นอนว่าคำคำนี้ไม่ได้หมายความรวมเพียง
ฟิลเตอร์ของสแนปแชตเท่านั้น แต่มันยังหมายรวมไปถึงแอพพ์ทุกแอพพ์ที่ทำให้คุณสว่างขึ้น กระจ่างขึ้น หน้าเรียวเล็กและสวยงามมากขึ้นทั้งหมด

ในยุคแห่งเหตุผล จอน คีตส์ กวีชาวอังกฤษ เคยนิยามความงามไว้ว่า “ความงามคือความจริง ความงามที่แท้จริง นั่นคือทุกสิ่งที่เรารู้จักและควรรู้จัก” (Beauty is truth, truth beauty, that is all. Ye know on earth, and all ye need to know.)

ในยุคที่ความจริงถูกนิยามด้วยภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ – ดูเหมือนว่าความงามก็กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน เราเปลี่ยนใบหน้าตามซีซั่นไม่ต่างจากแฟชั่นที่ประดับบนร่างกาย

นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่ แต่มันเป็นเพียงการเร่งเร้าปรากฏการณ์เดิมๆ ตลอดประวัติศาสตร์มนุษย์ให้รวดเร็วขึ้นตามความเร็วของไฟเบอร์ออปติกเท่านั้น

อ้างอิง : https://jamanetwork.com/journals/jamafacialplasticsurgery/article-abstract/2688763

ทีปกร วุฒิพิทยามงคล