เดินหน้าชน : เร่งเคลียร์กฎคุมประพฤติน.ร.-น.ศ. : โดย สุพัด ทีปะลา

20.08.18 | 13:23 น.

กรณีที่ประชุม ครม. วันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่ …) พ.ศ. … ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ สร้างความกังวลแก่กลุ่มนักศึกษาบางส่วนที่มองว่า จะเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพหรือไม่

เป็นที่มาของการออกมาคัดค้านของกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศ หรือ “สนท.” ที่บุกยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง “บิ๊กตู่” ผ่านทาง ศธ.

ประเด็นหลักของการคัดค้าน กลุ่ม สนท.เห็นว่า

“การแก้กฎกระทรวงคุมประพฤตินักเรียนและนักศึกษาจะควบคุมเสรีภาพนักเรียนนักศึกษา เพราะใช้เนื้อหาที่กำกวม สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นเครื่องมือในการปิดกั้นสิทธิทางการเมือง และเสรีภาพทางการแสดงออก”

ในขณะที่ “หมอธี” นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ออกมายืนยันว่าไม่ละเมิดสิทธิ การแก้ไขร่างกฎกระทรวงจะดูเรื่องความประพฤติทั่วไป ไม่มีนัยยะทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้มีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน กำกับดูแลอยู่แล้ว

Advertisement

การแก้ไขร่างกฎกระทรวงฉบับนี้หากไม่มีนัยยะทางการเมืองแอบแฝงแล้ว ถ้าดูกรอบแนวคิดของการแก้ไขถือว่าน่าสนใจ เพราะมุ่งหวัง “เพื่อการส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม มีความรับผิดชอบต่อสังคม และคำนึงถึงความปลอดภัยแก่นักเรียนและนักศึกษา”

โดยเฉพาะปัญหาการมั่วสุมทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา และการท้อง แท้ง ทิ้ง ที่มีผลการวิจัยล่าสุดออกมาว่ามีเด็กและเยาวชนประมาณ 1.1 แสนคน อายุระหว่าง 11-15 ปี ต่ำสุด 8 ขวบ ที่มีปัญหาท้อง แท้ง ทิ้ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ

ภารกิจเร่งด่วนระหว่างที่รอขั้นตอนก่อนการประกาศใช้ร่างกฎกระทรวงในราชกิจจานุเบกษา ศธ.ควรต้องออกมาเคลียร์ให้ชัด ในประเด็นการตีความของขอบข่ายข้อบังคับที่ได้แก้ไขข้อห้าม ควบคุมความประพฤติใหม่ใน 3 ข้อ

1.การก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายผู้อื่น รวมกลุ่ม มั่วสุม เตรียมการ หรือกระทำการใดๆ อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

2.แสดงพฤติกรรมทางชู้สาวอันไม่เหมาะสมหรือการลามกอนาจาร

3.ออกนอกสถานที่พักเพื่อเที่ยวเตร่หรือรวมกลุ่มอันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น

ทั้งนี้ 3 ข้อนี้ควรกำหนดออกมาให้ชัดเจนว่าอันไหนทำได้ไม่ได้ เพื่อสร้างความเข้าใจและคลายข้อกังวลต่างๆ ของนักเรียนและนักศึกษา

แม้การแก้ไขร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จะมุ่งหวังเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ยังมีสิ่งน่าห่วงอยู่ 2-3 ส่วน

ส่วนแรก การบังคับใช้จะมีความจริงจังมากน้อยแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาก็มีกฎหมาย รวมทั้งคำสั่ง ม.44 ออกมา เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้แต่มักจะเข้มงวดกวดขันในระยะแรกเท่านั้น

ส่วนที่สอง จำนวนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติของ ศธ.มีเพียงพอที่จะดูแลนักเรียน นักศึกษา ที่มีอยู่หลายล้านคนทั่วประเทศหรือไม่ หากไม่เพียงพอมีแผนที่จะบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไร

ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อให้การบังคับใช้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่แค่กฎกระทรวงที่สวยหรูแต่ด้อยในทางปฏิบัติ

สุพัด ทีปะลา