น.3 คอลัมน์ : จุดตัด การเมือง ระบบ ไพรมารีโหวต วัด ความพร้อม

20.08.18 | 13:03 น.

คล้ายกับว่า การบัญญัติระบบ “ไพรมารีโหวต” ลงไปในกระบวนการของการเลือกตั้งจะเป็นสันปันน้ำอย่างสำคัญต่อ “พรรคการเมือง”

ประแป้งไปใต้โฉมหน้าของ “ความปรารถนาดี”

นั่นก็คือ ต้องการให้พรรคการเมืองอยู่ในการกำกับ ควบคุมโดยประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคในแต่ละพื้นที่

ตรงนี้เป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน ภายใต้แป้งที่แต่งโฉมเช่นนี้ก็ขึ้นอย่างรวดเร็วกระทั่งหลายพรรคการเมืองไม่แน่ว่าจะสามารถรับมือกับระบบ “ไพรมารีโหวต” ได้หรือไม่

Advertisement

ยิ่งปะเข้ากับ “ล็อก” ทางการเมือง ยิ่งต้องหนักใจ

เป้าหมายแท้จริงก็อีหรอบเดียวกับระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ใช้บัตรเดียวได้ทั้งระบบเขต ระบบบัญชีรายชื่อนั่นแหละ คือ ต้องการให้ไม่มีพรรคใดกุมเสียงข้างมากได้อย่างเด็ดขาด

นั่นเป็น “เจตนา”

ในความเป็นจริง เจตนาอาจเป็นเหมือน “ต้นทาง” จะกำหนดวางเอาไว้อย่างไรก็ย่อมได้ แต่ก็มีหลายครั้งที่ “ผล” อันเป็นปลายทางมิได้เป็นไปตามเจตนา

เกิดความขัดแย้งระหว่าง “ผล” กับ “เจตนา”

ในวันนี้เริ่มมองเห็นแล้วว่า การกำหนดระบบ “ไพรมารีโหวต” อาจมิได้เป็นไปอย่างที่กำหนดขึ้นตามเจตนาก็เป็นได้

หากมองในแง่ “ความพร้อม”

พรรคการเมืองเดิม ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ล้วนมีความพร้อมมากกว่า มีฐานสมาชิกที่แข็งแกร่งและมั่นคงมากกว่า

แม้จะต้อง “ติดล็อก” แต่ก็มีเงื่อนไขดีกว่า

หากเทียบกับพรรคที่เกิดใหม่อย่างพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาชนปฏิรูป

จึงเริ่มไม่แน่ว่า ผลร้ายจะตกกับฝ่ายใดกันแน่

กระทั่ง ณ วันนี้ มีพรรคอย่างน้อยก็เพียง 3 พรรคที่ประกาศความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมในการเข้าสู่ระบบ “ไพรมารีโหวต”

1 ย่อมเป็นพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นพรรคใหญ่

1 ย่อมเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นพรรคใหญ่และจะเป็นรองก็แต่เพียงพรรคเพื่อไทยเท่านั้น

ขณะเดียวกัน 1 พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งแม้จะถูกเตะสกัดขาจากหลายๆ ปัจจัยอันเกิดขึ้น แต่ก็ยังยืนยันว่าจะนำเอาระบบ “ไพรมารีโหวต” มาใช้อย่างแน่นอน

นอกนั้นยังไม่ได้ยิน

สภาพการณ์ทางการเมืองเช่นนี้ทุกสายตาจึงทอดมองไปยัง “คสช.” จะเลือกหนทางใดที่จะก่อให้เกิดระบบ “ไพรมารีโหวต” ในทางเป็นจริง

ตรงนี้แหละที่ทำให้ระบบ “ไพรมารีโหวต” มีความสำคัญ

สำคัญต่อสถานะของ “คสช.” สำคัญต่อเส้นทาง “ปฏิรูป” ทางการเมือง สำคัญทุกองคาพยพอันสัมพันธ์กับการเลือกตั้ง

เมื่อ กกต.กำหนดพิมพ์เขียวการเลือกตั้งอย่างแจ่มชัดว่า เมื่อการได้มาซึ่ง ส.ว.จะอยู่ที่เดือนมกราคม การเลือกตั้ง ส.ส.จึงน่าจะเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562

นี่ย่อมเป็น “ไฟต์” บังคับ

มาตรการนี้จึงเท่ากับเป็นการเสนอคำถามไปยังทุกองค์ประกอบที่จะเข้าอยู่ในวงจรของ “การเลือกตั้ง” ว่ามีความพร้อมมากเพียงใด

“ปฏิกิริยา” ต่อจากนี้จึงน่า “จับตา”