ยังไม่ทันถึงพรุ่งนี้ ปีหน้า เมื่อวานนี้ คำตอบออกมาจากรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล ว่าร่างแผนปฏิบัติการตามภารกิจการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และภารกิจการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นำเสนอไปแล้ว
“หากพระราชบัญญัติว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มีผลบังคับใช้ประกาศลงใน
ราชกิจจานุเบกษาวันที่ 13 กันยายน จะมีผลทันทีวันที่ 14 กันยายน 2561 จึงต้องเตรียมการ
เรื่องบัตร ฯลฯ หาผู้ดำเนินการจัดพิมพ์ระหว่างเดือนพฤศจิกายนและจัดพิมพ์เดือนธันวาคม เมื่อพระราชกฤษฎีกาการเลือก ส.ว.ที่ต้องมีการเลือก 3 วัน อาจจะมีการประกาศผลการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาวันที่ 22 มกราคม 2562
“ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส.คาดว่าจะมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาวันที่ 4 มกราคม จะเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562” รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าอย่างนั้น
หมายถึงเวลาตามรัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ ต้องรอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับจากการทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อย ให้มีผลบังคับใช้ตามประกาศนั้น
คำตอบที่ถูกต้องจึงยังต้องรอพรุ่งนี้อยู่ดี
กระนั้น การที่ผู้รับผิดชอบส่วนหนึ่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งมีธงตามรัฐธรรมนูญกำหนดออกมาอย่างนั้น ยังดีที่จะได้รู้จุดศูนย์กลางว่าจะเป็นวันไหน ย้อนหลังหรือเดินหน้า
เรื่องของการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาไม่สู้กระไร ด้วยไม่ใช่การเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียง แต่ยังต้องได้ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
วันนี้ ขอให้คณะกรรมการเลือกตั้งดำเนินการให้พรรคการเมืองที่ยื่นจดทะเบียนออกมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อมีพรรคการเมืองใดแสดงความจำนงเข้ามาแล้ว เร่งรัดตรวจสอบให้ถูกต้องโดยเร็วตามกำหนดเวลา เพื่อให้พรรคการเมืองนั้นได้มีโอกาสไปดำเนินการเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการ และกรรมการพรรคจัดหาผู้สมัครรับเลือกตั้งต่อไป อย่าให้เขาเสียโอกาส
หลังจากเริ่มโหมโรงการเลือกตั้ง วันนี้ปี่กลองเริ่มกระชั้นถี่เข้ามาแล้ว หวังว่ารัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีคงจะหารือกับหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติว่าจะให้มีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ ไม่ว่าผู้ดำเนินการ “ดูด” ผู้สมัครรับเลือกตั้งเข้ามาในพรรคพวกของพรรครัฐบาลเรียบร้อยหรือยัง
วันนี้ เชื่อว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมที่จะรับเป็นนายกรัฐมนตรีอีกอย่างน้อยสมัยหนึ่ง ไม่ต้องดูอื่นไกล ดูจากเส้นทางออกเยี่ยมราษฎรในหลายจังหวัด ซึ่งคงไม่จำเป็นต้องครบทุกจังหวัด
เห็นได้ชัดเจนว่า การพูดจาปราศรัยกับประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงไปถึงเยาวชนที่เพิ่งมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งสมัยนี้ เช่นพูดถึงสภาเด็ก พูดคุยกับเด็กเล็กเพื่อฝากถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง พูดคุยกับเยาวชนที่อายุครบ 18-19 ปี
ยังอยู่แต่ไม่ได้เข้าไปหาเสียง-เอ๊ย-ไม่ใช่-เข้าไปพูดคุยกับนิสิตนักศึกษาในสถาบันการศึกษาตั้งแต่ระดับอาชีวศึกษาถึงมหาวิทยาลัยเรื่องนโยบายทางการศึกษาว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
อ้อ… กับอีกกลุ่มเสียงหนึ่งที่ต้องเอาอก
เอาใจเป็นพิเศษ คือบรรดาเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ระดับที่มีทุนเรือนพันเรือนหมื่นล้านบาทไทย มีพนักงานและคนทำงานเรือนพันเรือนหมื่น และสหภาพแรงงาน
ทั้งเชื่อว่าในไม่นานนี้ รัฐบาลต้องประกาศนโยบายการเพิ่มค่าแรงอีกเป็นแน่ หลังจาก
เอาใจผู้เฒ่าผู้แก่เพิ่มเบี้ยยังชีพอีก 50-100 บาท เอาใจฐานเสียงผู้ใช้แรงงาน แม้จะไม่ค่อยถูกใจนายทุนสักเท่าไหร่ก็ตาม
ขณะที่นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย หนึ่งในคณะกรรมการการเลือกตั้งย้ำว่า การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ การเลือกตั้งทั้ง ส.ว.และ ส.ส.เป็นภาระที่ยิ่งใหญ่จะต้องทำ “มองว่าประสิทธิภาพคณะกรรมการการเลือกตั้งเขี้ยวพอสมควร อยากให้รักษาความดีนี้ไว้”

