ผมเป็นคนหนึ่งที่ข้องใจใน “ภาวะอารมณ์” ของคนบางคนเอามากๆ จนบางทีรู้สึกสงสารกับเห็นว่า ลูกหลานคนใกล้ชิดกัลยาณมิตรทั้งหลายควรค้นหาสาเหตุ หรือปรึกษาผู้รู้เพื่อนำไปสู่การบำบัดและพัฒนาทางอารมณ์เสียโดยเร็ว
ไม่มีคำว่า “สาย” สำหรับการเปลี่ยนแปลง
หนูดี วนิษา เรซ เขียนหนังสือดีๆ เอาไว้หลายเล่ม 1 ในนั้นคือ “อัจฉริยะสร้างสุข”
มีประโยคหนึ่งว่า “เมื่อคนมีความสุข เขาจะฉลาดขึ้น”
หมายความว่า ถ้าใครอารมณ์เสียบ่อยๆ คนนั้นจะถึงขั้นโง่หรือ
น่าสนใจตรงที่ “หนูดี” อธิบายว่า อารมณ์ดีกับอารมณ์เสียนั้น มีผลต่อ “สมอง” แน่นอน กล่าวคือ เมื่ออารมณ์ดีบ่อยๆ สมองก็จะสร้าง “เส้นใย” ในเรื่องดีๆ นั้นมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น
ทำนองเดียวกัน ถ้า “อารมณ์เสีย” บ่อยๆ สมองก็จะสร้าง “เส้นใย” ในเรื่องเสียๆ นั้นมากขึ้นๆ เหมือนกันและต่อไปก็จะนำพาเราไปสู่พฤติกรรมหัวฟัดหัวเหวี่ยงง่ายขึ้น
ในหัวข้อเรื่อง “โมโห…คุมสติไม่ได้เกิดจากอะไร” คุณหนูดี เธออธิบายเอาไว้ดีมากว่า ใน “สมอง” คนเรามีส่วนที่เรียกว่า “อมิกดาลา” ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์
“อมิกดาลา” เป็นเนื้อเยื่อประสาทสมองที่อยู่ในสมองทั้งสองข้าง มีปฏิกิริยารวดเร็วฉับไวตามที่เรียกกันว่า สัญชาตญาณการอยู่รอดจากสถานการณ์ต่างๆ
ทุกคนมี “อมิกดาลา” เหมือนกันก็จริงอยู่
แต่ต่างกันที่ บางคนฉุนเฉียว ก้าวร้าว ฟิวส์ขาด กับ บางคนสุขุมคัมภีรภาพ ไม่ได้ปล่อยให้เป็นไปตาม “สัญชาตญาณ”
พุทธศาสนาไม่ได้มีคำอธิบายทางกายวิภาคของสมอง แต่พุทธศาสนาก็ได้แนะวิธีที่ทำให้คนเรา “รอด” จากการเป็น “คนป่วยทางอารมณ์”!
ทุกคนมี “ความ” เหมือนกันคือ ความรัก ชอบ ไม่ชอบ พอใจ ไม่พอใจ เกลียด โกรธ โลภ หลง กลัว กล้า ดีใจ เสียใจ มากมายความรู้สึกอันเป็นธรรมชาติของมนุษย์
แต่คนจะเป็นคนสมบูรณ์ได้ด้วยการศึกษา อบรม ฝึกฝน ขัดเกลา บ่มเพาะจนติดเป็นนิสัยดีงาม
ต้องสอน ต้องปลูกฝัง “อุปนิสัย” กันตั้งแต่เด็ก เพื่อให้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพจิตดี มีจิตใจเข้มแข็ง แจ่มใสเบิกบาน ไม่มีอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่ผีเข้าผีออก
คนที่ “ลมเสีย” บ่อยๆ จะเสียบุคลิก ต่อไปก็เสียความเป็นผู้ใหญ่
นานๆ เข้าก็กลายเป็นตัวตลกให้คนติฉินนินทาว่า ที่โกรธคือคนโง่ ที่โมโหคือคนบ้า !?!!

