เดินหน้าชน : แก้กม.ยาอย่าแอบแฝง โดย : สุพัด ทีปะลา

3.09.18 | 13:23 น.

ยังมีความเห็นต่างจาก “กลุ่มวิชาชีพเภสัชกร” ที่เดินหน้าคัดค้านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยา พ.ศ….ฉบับใหม่ ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเสนอแก้ไขจาก พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510

โดยเฉพาะในประเด็นที่ร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับนี้ที่ระบุไว้ในมาตรา 22 (5) ว่า การจ่ายยาที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้แล้ว หรือการจ่ายยาที่การแบ่งจ่ายตาม (4) ในกรณี ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ใช้ยาสำหรับรักษาผู้ป่วยเฉพาะรายของตน หรือผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ใช้สำหรับสัตว์ที่ตนป้องกันหรือบำบัดโรค หรือ “การจ่ายยาที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้แล้วสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายของตน โดยผู้ประกอบวิชาชีพตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง”

เป็นการเปิดช่องการให้ “วิชาชีพอื่น” หรือวิชาชีพตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง จ่ายยาได้เช่นเดียวกับเภสัชกร

จุดนี้ทำให้กลุ่มวิชาชีพเภสัชกรห่วงว่าวิชาชีพอื่นที่จะกำหนดเพิ่มขึ้นมาจะมีความรู้เพียงพอหรือไม่ในการจ่ายยาให้กับผู้ป่วย เพราะหลักสูตรการเรียนการสอนที่เข้มข้นแตกต่างกัน โดยเฉพาะในคลินิกเอกชนหากไม่มีการควบคุม

จนทำให้กลุ่มวิชาชีพพยาบาลที่คาดว่าจะเป็นวิชาชีพอื่นที่จะกำหนดไว้ในกฎกระทรวง ออกแถลงการณ์สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่

Advertisement

โดยยืนยันว่า “การศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร์ในทุกหลักสูตร จัดการเรียนการสอนเรื่องยาอย่างเพียงพอ”

พร้อมสะท้อนปัญหา การขาดแคลนเภสัชกรในโรงพยาบาลรัฐที่ห่างไกล ไม่มีเภสัชกรประจำ และหากมีการควบคุม ประชาชนต้องเดินทางไปรับยาข้ามจังหวัด

นอกจากนี้การออกร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับนี้ถูกตั้งคำถามว่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับร้านสะดวกซื้อด้วยหรือไม่

ตามข้อท้วงติงของ นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่มองว่า

“การแก้ พ.ร.บ.ยา ต้องตอบคำถามว่าเราต้องการให้คนป่วยได้อะไรที่ดี และปลอดภัย ไม่ใช่ว่าการแก้ พ.ร.บ.จะต้องไปเอื้อให้ร้านสะดวกซื้อ ที่ต้องการควบคุมธุรกรรมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม ยา โดยการให้วิชาชีพอื่น เช่น พยาบาล ไปประจำในร้านยาเพราะไม่มีเภสัชกรไปประจำ เนื่องจากค่าประกอบวิชาชีพเขาก็สูงอยู่แล้ว”

ในขณะที่ นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ออกมาเน้นย้ำว่าร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. …. โดยยึดหลักการสำคัญ 3 ข้อ การคุ้มครองผู้บริโภค การพิจารณาอนุญาตด้านยาอย่างมีประสิทธิภาพ และความมั่นคงด้านยาของประเทศ

เป็นการตอกย้ำว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างแน่นอน

ทั้งประเด็นความเห็นต่างทั้งของกลุ่มวิชาชีพเภสัชกร และกลุ่มวิชาชีพพยาบาล หากยึดประโยชน์ของประชาชนในฐานะผู้บริโภค ต่างมีเหตุผลที่รับฟังได้ทั้งสองฝ่าย

อย.ต้องสร้างความมั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับนี้จะยึดประโยชน์ของประชาชนในฐานะของผู้บริโภคอย่างเต็มที่

ไม่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

เพราะนอกจากข้อถกเถียงให้วิชาชีพอื่นจ่ายยาได้แล้ว ยังมีอีกหลายประเด็นที่สำคัญ

ทั้งเรื่องการแก้ไขขึ้นทะเบียนยาทุก 7 ปี จากเดิมขึ้นทะเบียนยาตลอดชีพ

การกำหนดให้มีการจดแจ้งชีววัตถุหรือการจดแจ้งการโฆษณายา ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรจะมีการควบคุมที่เข้มงวด เพราะเป็นเรื่องที่มีความสุ่มเสี่ยงอย่างมาก แต่กระบวนการจดแจ้งเป็นกระบวนการอนุญาตที่มุ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ อาจก่อให้เกิดผลร้ายได้ เพราะพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างทั่วถึง

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ต้องรับฟังเพื่อหาข้อสรุป โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่มีอะไรแอบแฝง

สุพัด ทีปะลา