ท่าทีต่อ “โซเชียล มีเดีย” ณ เบื้องหน้าการเคลื่อนไปสู่โรดแมป “การเลือกตั้ง” กำลังแบ่งกลุ่มและพรรคการเมืองออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด
1 ท่าทีหวาดกลัว ระแวง
ขณะเดียวกัน 1 ท่าทีขานรับและต้องการเข้าไปไต่กระแสคลื่นด้วยความคึกคัก เร่าร้อน เปี่ยมด้วยพลัง
ท่าทีแรกเห็นได้จาก คสช. เห็นได้จาก รัฐบาล
เสียงปรามจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เด่นชัด ก้องกังวาน เสียงสำทับจาก นายวิษณุ เครืองาม ไม่ปิดบัง อำพราง
แม้กระทั่งในกลุ่มพรรคการเมืองด้วยกัน
สัมผัสเสียง นายจุติ ไกรฤกษ์ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ แผกต่างไปจากเสียง นายวราวุธ ศิลปอาชา นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นคนละโทน
โซเชียล มีเดีย นี่แหละจะเป็น “ประเด็น”
เมื่อยืนอยู่ในมุมที่หวาดกลัว ระแวง สงสัย ทิศทางก็จะนำไปสู่การห้ามอย่างโน้น ห้ามอย่างนี้ ยิ่งพูดยิ่งทำให้เทคโนโลยีเป็นเรื่องเลวร้าย
หารู้ไม่ว่าเป็นการถอยกลับไปยัง 0.4
เป็นท่าทีอย่างเดียวกันกับที่มีนโยบายไม่ยอมให้นักเรียนได้ใช้ “แท็บเล็ต” เป็นท่าทีอย่างเดียวกันกับที่พร้อมจะริบเอา “สมาร์ทโฟน” ไปจากมือเด็ก
ทั้งๆ ที่โลกอยู่ในยุค 4G
ข้อเสนอของหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นน้ำเสียงเดียวกันกับบทสรุปจาก คสช.ประสานเข้ากับจากรัฐบาล
ตัวสั่นเทา ณ เบื้องหน้า “โซเชียล มีเดีย”
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง “โซเชียล มีเดีย” ได้กลายเป็นกระแสหลักขึ้นมาแล้วในด้านสื่อ ในด้านเป็นเครื่องมือในการสร้างสายสัมพันธ์
ยากยิ่งที่ใครจะไปสกัดขัดขวางได้
พลันที่มีเสียงเรียกร้องในเรื่องการกำหนด “มาตรการ” และเสาะหาแนวทางในการควบคุม สายตาของสังคมก็ทอดมองไปยัง คสช.และรัฐบาลว่าจะทำอย่างไร
จะห้าม “พรรคการเมือง” ได้หรือไม่
ในเมื่อความเป็นจริง ทุกพรรคการเมืองไม่ว่าเก่า ไม่ว่าใหม่ ล้วนมีเพจเป็นของตนแล้ว ในเมื่อบางพรรคการเมืองสนับสนุนให้สมาชิกมีเพจส่วนตัว
การสื่อสารดำเนินไปอย่างคึกคักแทบทุกแพลตฟอร์มที่มี
บางพรรคการเมืองไม่เพียงแต่มีเพจส่วนกลางของพรรค หากแต่ยังมีเพจเพื่อเชื่อมประสานในแต่ละจังหวัด ในแต่ละภาค
กลายเป็นเครือข่ายเกือบทั่วประเทศ
การหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้าจึงเด่นชัดอย่างยิ่งว่า การใช้เครือข่าย “โซเชียล มีเดีย” จะเป็นกระแสหลัก
ภายใต้ข้อดีที่ว่า ใช้เงินน้อยนิดอย่างยิ่ง
นับแต่วินาทีแห่งการคลายล็อกในเดือนกันยายน บทบาทของ “โซเชียล มีเดีย” จะกลายเป็นช่องทางสำคัญในทางการเมือง
คนที่หวาดระแวง ก็จะยิ่งหวาดระแวง
คนที่หลงใหลชื่นชม ก็จะไต่ไปบนยอดคลื่นแห่ง “เทคโนโลยี” ด้วยความคึกคัก ทรงพลังและอย่างร่าเริงหฤหรรษ์
2 จุดนี้จะมาบรรจบกันได้อย่างไร

