เครดิตอาเซียน : ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์ :สถานีคิดเลขที่12

มหกรรมเอเชี่ยนเกมส์ที่เพิ่งปิดฉากไป อินโดนีเซียไม่เพียงปลาบปลื้มกับความสำเร็จในการคว้าเหรียญชัยติดท็อปโฟร์ ทั้งจำนวนเหรียญทองและเหรียญรวม ต่อจากจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ยังประกาศความมุ่งมั่นที่จะให้อินโดนีเซียเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิก ค.ศ.2032 หรือในอีก 14 ปีข้างหน้า

ถ้ามองในฐานะมิตรร่วมภูมิภาคอย่างจริงใจ ไม่อิจฉาหรือหมั่นไส้กันเอง ไทยแลนด์น่าจะร่วมยินดีและให้กำลังใจอินโดนีเซียด้วย

ในทางปฏิบัติ ประเทศที่จะเสนอตัวเข้าแข่งขันชิงการเป็นเจ้าภาพจะต้องได้รับการคัดเลือกก่อน 7 ปีก่อนถึงช่วงแข่งขัน หมายความว่าถ้าอินโดนีเซียจะชนะใจคณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้ ปี ค.ศ.2025 หรือ พ.ศ.2568 ต้องเตรียมแผนต่างๆ พร้อมเสร็จแล้ว

หมายความว่า ณ วันนี้เหลือเวลาเตรียมความพร้อมอีกราว 6 ปี ซึ่งไม่ได้เป็นเวลายาวนานเท่าไรนัก โดยเฉพาะเมื่อประเทศไม่ได้ถูกแช่แข็ง

อินโดนีเซียประสบวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งพร้อมกับไทย เมื่อปี 2540/2541 และออกจะมีอาการสาหัสกว่าด้วยซ้ำ แต่หลังจากไล่รัฐบาลซูฮาร์โตได้แล้ว กองทัพถอยกลับไปอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็น ชาวอินโดฯมีพัฒนาการทางการเมืองและประชาธิปไตยของตนเองมาเรื่อยๆ

แม้ปัจจุบันอินโดฯยังมีปัญหาหลายเรื่อง เช่น เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และภัยก่อการร้าย ยังไม่ได้แก้ไขให้ลุล่วง แต่อย่างน้อยอินโดนีเซียมาไกลเกินกว่าจะย้อนกลับไปอีก

พัฒนาการของอาเซียนจึงต้องอาศัยอินโดนีเซียเป็นพี่ใหญ่ช่วยสร้างเครดิตต่อพันธมิตรจากนานาประเทศ ทั้งชาติมุสลิม ชาติมหาอำนาจ และชาติน้อยใหญ่อื่นๆ

ยิ่งในช่วงเวลาที่ชาติสมาชิกอื่นๆ กำลังเป๋และกลายเป็นจุดอ่อนของอาเซียน พี่ใหญ่อินโดฯคงต้องออกแรงเป็นพิเศษ

อย่างพม่า หลังจากเพิ่งถูกรายงานของคณะกรรมการพิเศษของสหประชาชาติกดดันให้สอบสวนบรรดาผู้นำกองทัพที่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการกวาดล้างชาวโรฮีนจาไปหมาดๆ สัปดาห์นี้สั่งจำคุกนักข่าวพม่าสังกัดสำนักข่าวรอยเตอร์นานถึง 7 ปี ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก

ความผิดฐานละเมิดกฎหมายความลับราชการไม่ได้เป็นเรื่องเทคโนโลยีทางอาวุธหรือเศรษฐกิจ แต่เป็นเพียงภาพถ่ายที่ได้รับมาจากชาวบ้านยืนยันว่า มีชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ถูกสังหารหมู่

คำตัดสินของพม่าเกิดขึ้นหลังจากศาลกัมพูชาเพิ่งพิพากษาจำคุก 6 ปี นายเจมส์ ริกเก็ตสัน ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวออสเตรเลีย อายุ 69 ปี ฐานจารกรรมเก็บข้อมูลและนำเสนอผลงานที่ทำให้ประชาคมโลกเกลียดกัมพูชา เข้าข่ายการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

ทั้งสองคดีที่อื้ออึงในอาเซียนสะเทือนต่อเสรีภาพสื่อมวลชนและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างจัง

แม้ว่าประเด็นเหล่านี้รัฐบาลชาติสมาชิกคงไม่หยิบมาพูดบนเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่คงหลีกเลี่ยงการบั่นทอนเครดิตของภูมิภาคไม่ได้

ทำเนียบขาวเพิ่งแจ้งมาว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐจะไม่มาเวทีอาเซียนซัมมิทปลายปีนี้แน่นอนแล้ว ซึ่งอาจดีหรือไม่ดีก็ได้

ที่แน่ๆ คืออดเข้าร่วมวาระที่ไทยแลนด์จะรับมอบตำแหน่งประธานอาเซียนที่ถูกสื่ออินโดฯตั้งคำถามไปโดยปริยาย

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ขาร็อคพร้อมยัง! ‘กานต์’ ประกาศ ‘เสก โลโซ’ คัมแบ็กจัดคอนเสิร์ต
บทความถัดไปโฆษก ‘บัวแก้ว’ ชี้ 666 คนไทยในฮอกไกโดปลอดภัย สถานทูตขอคนไทยติดตามข่าวสารใกล้ชิด