กรณี นางคำแงง สุวรรณะ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 4 บ้านโนนลาน ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ใช้อาหารเสริมชนิดน้ำ หยอดตา จนต้องผ่าตัดควักลูกตาออกและตาบอด ตำรวจขอนแก่นได้ตรวจสอบอาหารเสริมดังกล่าวพบว่ามีเครื่องหมาย อย. และเป็นอาหารเสริมชนิดดื่มกิน แต่เพื่อความชัดเจน ได้ส่งอาหารเสริมดังกล่าว ไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์และลงความเห็นว่าใช้หยอดตาได้หรือไม่
นางคำแงงให้การกับตำรวจด้วยว่า ได้รับยาดังกล่าวจากพนักงานขายอาหารเสริม เข้ามาขายถึงในบ้าน แนะนำสรรพคุณยา จึงซื้อไว้รับประทาน ดื่มไปขวดแรกรู้สึกดีขึ้น และเมื่อทราบว่า นางคำแงงเป็นต้อเนื้อ พนักงานขายได้แนะนำให้ใช้อาหารเสริมชนิดเดียวกัน หยอดตาควบคู่กันไปด้วย โดยซื้ออาหารเสริมเพิ่ม
แล้วหยอดไป 6 ครั้ง ครั้งละ 1 หยด วันเว้นวัน จนตามองไม่เห็น มีอาการอักเสบติดเชื้อเป็นหนอง แพทย์ได้ผ่าตัดตาข้างขวาออก
ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกพนักงานขายมาสอบปากคำ และเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา
ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2553 เคยเกิดกรณีมีประชาชน หลายรายหลงเชื่อคำโฆษณา นำ “น้ำหมัก” ไปหยอดตา ทำให้เกิดอักเสบจนดวงตาเกือบบอด กระทรวงสาธารณสุขได้เข้าตรวจสอบ พบว่า น้ำหมักดังกล่าว มีความเป็นกรดคล้ายน้ำส้มสายชูชนิดเข้มข้น เมื่อนำไปหยอดตา ทำให้เป็นอันตราย จากการวินิจฉัยของแพทย์ระบุว่าผู้ป่วยมีอาการแก้วตาทะลุ เพราะหยอดน้ำกรดลงลูกนัยน์ตา ติดเชื้อลุกลาม ต้องผ่าตัดนำเอาลูกตาที่อักเสบออก และมีการใส่แก้วตาเทียมให้ ต่อมามีการดำเนินคดีกับผู้ผลิตยาและถูกลงโทษตามกฎหมาย
นับวันวิทยาศาสตร์การแพทย์เจริญก้าวหน้า มีระบบรักษาฟรีสำหรับผู้มีรายได้น้อย ขณะที่เทคโนโลยีการสื่อสารนำพาความรู้ความเข้าใจไปถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง แต่ยังเกิดกรณีการหลงเชื่อหรือตกเป็นเหยื่อการโฆษณาหว่านล้อมอย่างที่เป็นข่าวได้เรื่อยๆ เป็นหน้าที่ของทางราชการ จะต้องเร่งให้ความรู้ความเข้าใจประชาชนผ่านสื่อและกลไกของราชการ และควบคุมผู้ทำธุรกิจอาหารเสริม เครื่องดื่มสมุนไพร ฯลฯ ต้องไม่หวังผลการขายมากเกินไป จนกลายเป็นการหลอกลวงประชาชน ดังกรณีที่เกิดขึ้น

