เดินหน้าชน : ถึงคราวผลัดใบ โดย : เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

10.09.18 | 13:25 น.

ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะเป็นการผลัดเปลี่ยนใบของเหล่าข้าราชการทุกหมู่เหล่าอีกครั้ง มีทั้งตำแหน่งที่ต้องเปลี่ยนแม่ทัพนายกองเข้ามาทดแทนบุคคลที่เกษียณอายุราชการไป และในตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ก็เช่นกัน พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช ก็ถึงคราวเกษียณ จะได้ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพน้อยขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน

การไปของ “บิ๊กอาร์ต” ย่อมมีผลงานที่แม่ทัพคนใหม่จะต้องสานงานต่อ ทั้งเรื่องของความมั่นคง การร่วมพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลได้เกิดความสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งถนนหนทาง หาที่ทำกิน รวมถึงมิติการแก้ปัญหาปากท้องที่มักเกิดขึ้นเนืองๆ โดยเฉพาะราคาตกต่ำของน้ำยางพารา ไปจนถึงปาล์มน้ำมัน

หากกล่าวโดยเฉพาะในเรื่องของโครงการพาคนกลับบ้าน เวอร์ชั่นของบิ๊กอาร์ต เป็นผลงานหนึ่งที่มีการกล่าวถึงอยู่มาก ทั้งทางดี และอาจถูกวิจารณ์ติเตียนบ้าง ด้วยความมุ่งมั่นของ พล.ท.ปิยวัฒน์ ที่เล่นบทถึงลูกถึงคน ใช้ไม้นวมเข้านวด เจรจาและเข้าถึงตัวเพื่อให้กลุ่มคนเห็นต่างที่หลงผิดหรือถูกชักจูง ได้พาครอบครัวเข้าโครงการพาคนกลับบ้านแบบภาคสมัครใจ มีการตรวจสอบคดีความติดตัวกัน ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม จัดหาทนายให้ความเป็นธรรม ว่ากันไปตามหลักฐานและพยานหลักฐานที่มีผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์

ในยุคของบิ๊กอาร์ตชัดเจนมากกับการให้สัมภาษณ์ทุกครั้งว่า แนวคิดของกลุ่มก่อเหตุที่มุ่งมั่นถึงเป้าหมายสูงสุดคือการขอแบ่งแยกดินแดนนั้น ปัจจุบันไม่มีจริงแล้ว เป็นแค่วาทกรรมเท่านั้น

เมื่อกล่าวถึงการขึ้นมาของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ที่จะเข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ถือเป็นแม่ทัพน้ำดีอีกคนหนึ่งของกองทัพที่ปฏิบัติหน้าที่ภารกิจมากมายในพื้นที่ภาคใต้มาโดยตลอด ภารกิจที่ “บิ๊กเดฟ” คลุกคลีอยู่มีหลายมิติเช่นกัน ทั้งการปราบปรามผู้มีอิทธิพล การปราบปรามผู้บุกรุกพื้นที่ทรัพยากรชายฝั่งทะเลในภาคใต้ทั้งอ่าวไทยและอันดามัน ถือเป็นนโยบายหลักของ คสช. การช่วยพี่น้องประชาชนในช่วงหน้าลมมรสุม ทั้งน้ำท่วมรวมถึงภัยแล้ง นอกเหนือจากการเข้าแก้ปัญหาภัยความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ 4 อำเภอของ จ.สงขลา

Advertisement

เป็นภารกิจใหญ่ที่แม่ทัพภาคที่ 4 จะมีส่วนสำคัญในการควบคุมดูแลนโยบายระดับพื้นที่ให้สอดคล้องสอดรับกับภาครัฐบาลที่มีตัวแทนในการเจรจากลุ่มมาราปาตานี ที่มีมาเลเซียเป็นประเทศที่คอยอำนวยความสะดวก เป็นการร่วมแก้ปัญหาขององคาพยพ

นับเป็นช่วงประจวบเหมาะที่มาเลเซียที่ได้ ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ มีการแต่งตั้ง ตัน สรี อับดุล ราฮิม บิน โมห์ด นูร์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจ และผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลมาเลเซีย เป็นผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้คนใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ แทน ดะโต๊ะ สรี อะหมัด ซัมซามิน ฮาซิม ที่หมดวาระการทำหน้าที่เมื่อ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา

ขณะที่ประเทศไทยเริ่มทยอยปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้กุมบังเหียนทีละลำดับขั้น ตั้งแต่ระดับพื้นที่ภาคที่ 4 และในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ก็จะมีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้น จะได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามา
บริหารบ้านเมือง

เป็นช่วงที่ทางการมาเลเซียรอคอยขั้นตอนของประเทศไทยเช่นกัน เพื่อที่จะทำหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวกในการประสานจัดวันเวลาเพื่อเจรจาสันติสุขกับมาราปาตานีอีกครั้ง

รอยต่อของการทำงานระหว่าง “บิ๊กอาร์ต” กับ “บิ๊กเดฟ” ในภาคที่ 4 จะเป็นการประสานเชื่อมงานกันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนโยบายที่อาจมีการปรับเพิ่มของแม่ทัพคนใหม่ด้วย

แม้ขั้นตอนการเจรจาสันติสุขในระดับรัฐบาลอาจจะต้องรอระยะเวลากันบ้าง แต่ในระดับพื้นที่มีการประสานกันอย่างต่อเนื่อง การเข้ามาของแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ จึงนับว่าเหมาะสมยิ่งนัก เป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ได้ว่า ภัยความมั่นคงจะต้องลดลงมาอันเป็นเส้นทางไปสู่การหาจุดร่วมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต แม้จะใช้ระยะเวลาบ้าง แต่ก็ยังถือเป็นความคืบหน้าที่ส่งสัญญาณบวกทั้งสิ้น

เสกสรรค์ กิตติทวีสิน