ทำไมเด็กต้องเรียนดนตรีตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต โดย สุกรี เจริญสุข

16.09.18 | 13:00 น.

เมื่อสมัยผมยังเด็ก ก็พยายามเรียนรู้ที่จะสู้ชีวิต เพื่อหาโอกาสและสร้างโอกาส เพื่อที่จะพัฒนาชีวิตให้ดีกว่าการเป็นชาวนา พ่อแม่นั้นให้กำลังใจและเชื่อถือการศึกษาว่าจะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ พ่อได้สั่งสอนแถมท้ายไว้อีกว่า หากมีความสามารถอะไรสักอย่างที่ติดตัวไปด้วยก็จะยิ่งดี ลำพังความรู้นั้น ความรู้มีอยู่แล้ว ความรู้ค้นก็จะพบ หาก็จะเจอ และความรู้สามารถเรียนทันกันหมด แต่เรื่องความสามารถนั้น ไล่กันไม่ทัน “ขยันได้ก่อนและไปได้ไกลกว่า” ความสามารถเปรียบได้ดังวาสนา คนโบราณสอนว่า “จะแข่งเรือแข่งพายนั้นแข่งได้ แต่แข่งวาสนานั้นแข่งกันไม่ได้”

30 ปีต่อมา สมัยเมื่อลูกยังเล็กอยู่ ก็ได้ใช้ลูก (3 คน) เป็นอุปกรณ์การศึกษา เพราะมีความเชื่อว่า “พรสวรรค์สร้างได้ ไม่ต้องคอยเทวดา” ซึ่งเป็นความเสี่ยงมาก เพราะเป็นการใช้ชีวิตของลูกเป็นเดิมพัน โดยเชื่อมั่นในการค้นหาคำตอบมาก่อนแล้ว จากคำถามเดิมที่ว่า ทำไมเด็กฝรั่งจึงเก่งกว่าเด็กไทย ทำไมคนฝรั่งจึงเก่งกว่าคนไทย และที่สำคัญก็คือ แล้วทำไมเราจึงไม่เก่ง ทำไมเราเล่นดนตรีและเรียนดนตรีสู้เขาไม่ได้

คำตอบก็คือ เพราะเราเริ่มต้นช้า เราเรียนรู้ช้า เราขยันน้อยกว่า เราจึงไปได้ช้าและไปได้ไม่ไกล

เมื่อเริ่มต้นให้ลูกได้เรียนดนตรีตั้งแต่อายุยังน้อย (3 ขวบ) โดยสร้างบรรยากาศในการเรียนดนตรี สร้างสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในบริบทของดนตรีตลอดเวลา ทำให้ลูกพัฒนาในการเรียนรู้ดนตรีได้เร็วขึ้น การสร้างโรงเรียนดนตรีให้ลูก ทั้งลูกของเพื่อนและเพื่อนของลูก กลายเป็นชุมชนดนตรีที่มีขนาดโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่ก่อนความเชื่อเรื่องดนตรีนั้นเป็นลบ ดนตรีเป็นวิชาของคนโง่ เรียนอะไรไม่ได้แล้วจึงมาเรียนดนตรี ดนตรีเป็นวิชาของคนจน (มีแค่มือสิบนิ้วเท่านั้น) ดนตรีเป็นวิชาของขอทานข้างถนน ดนตรีเป็นวิชาของคนชั้นต่ำ ดนตรีเป็นวิชาของพวกเต้นกินรำกิน เรียนดนตรีแล้วเป็นบาป ตายไปก็ต้องตกนรกชั้นโลหะกุมภี ต้องเวียนว่ายตายเกิดชั่วพุทธันดร เป็นต้น พ่อแม่ผู้ปกครองรังเกียจที่จะให้ลูกเรียนดนตรี

Advertisement

การที่จะเปลี่ยนและปลูกฝังความเชื่อใหม่ให้ดนตรีดูดีขึ้น ก็ต้องไปผูกกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ สร้างมิติของความเชื่อใหม่ว่าดนตรีเป็นวิชาของนักปราชญ์ ดนตรีเป็นวิชาของคนเก่ง เรียนดนตรีต้องลงทุน โดยการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ดนตรีเป็นวิชาของคนที่มีความสามารถสูง

ดนตรีสามารถสร้างศักยภาพความเป็นเลิศของมนุษย์ ดนตรีเป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ดนตรีอยู่ในโลกอนาคต และดนตรีเป็นคุณสมบัติของผู้เจริญ

วันนี้มีคนเก่งดนตรีจำนวนมากขึ้นและคนที่มีฐานะก็มาเรียนดนตรีมากขึ้น ทำให้สังคมดนตรีมีบทบาทในการกำหนดการศึกษา มีบทบาทในการกำหนดสังคมได้มากขึ้นด้วย แต่ก็มีคำถามเพิ่มขึ้นอีกว่า “ทำไมคนเก่งแล้วโกง ทำไมคนดีจึงซื่อบื้อ” เพราะคนเก่งที่โกงและคนดีที่ซื่อบื้อ ช่วยชาติไม่ได้

คำถามที่ต้องค้นหาคำตอบและต้องพิสูจน์กันต่อไปก็คือ จะสร้างคนดนตรีให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่งได้อย่างไร ก็ต้องกลับไปดูการเริ่มต้นชีวิตของเด็กตั้งแต่เล็ก

เด็กเกิดมามีเลือดเนื้อเชื้อไขเป็นของพ่อแม่ มียีนของพ่อแม่ แต่การก่อเกิดความเป็นตัวตนของเด็กเกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมกำหนดชีวิตจิตใจเด็ก การที่เด็กมีความบกพร่องในความเป็นตัวตนก็คือการขาดความภูมิใจในตัวเอง ทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ ซึ่งเกิดจากสิ่งแวดล้อม การได้ยินได้ฟังสิ่งดีที่มีอยู่รอบตัว ประสบการณ์การเลี้ยงดู ความเชื่อ การตีความ ประกอบกับความรู้สึกนึกคิด การกระทำ ก่อเกิดเป็นนิสัย จนกลายเป็นตัวตนที่กำหนดชะตากรรมของชีวิตและการดำรงตน

คำถามต่อมาก็คือ แล้วดนตรีจะเข้าไปจัดการกับเด็กตรงไหน

การสร้างให้ดนตรีเป็นหุ้นส่วนของชีวิตเด็ก ให้เด็กได้ยินได้ฟังดนตรีที่ดี ฟังดนตรีจนฝังใจตั้งแต่แรกเกิด เสียงดนตรีกำหนดโดยการเลี้ยงดูของพ่อแม่ ความรักและความผูกพันทำให้ชีวิตมีความอบอุ่น พ่อแม่จึงต้องเรียนดนตรีและอยู่กับลูก การตีความของลูกจึงเกี่ยวข้องกับความไพเราะ เพราะว่าความไพเราะของดนตรีและจังหวะของดนตรีเข้าไปอยู่ในตัวเด็ก ความรู้สึกนึกคิดของเด็กถูกกำหนดด้วยเสียงดนตรีที่ละเอียด

ดนตรีคือคลื่นเสียง ดนตรีเป็นพลังงาน พลังงานของคลื่นเสียงทำให้เกิดความเคลื่อนไหว คลื่นเสียงผ่านเข้าไปในตัวเด็กทางรูขุมขน ซึ่งทั้งตัวและรอบตัวมีแต่รูขุมขน เมื่อร่างกายได้ยินเสียงดนตรีที่ดี ที่คุ้นเคย ก็จะรู้สึกขนลุก เพราะพลังของคลื่นเสียงเข้าไปขยายอณู (โมเลกุล) ในร่างกายให้พองโตขึ้น ขนจึงลุก

ในร่างกายเรานั้นมีส่วนที่เป็นน้ำอยู่ 70 ส่วน มีส่วนที่เป็นเนื้อและกระดูกอยู่ 30 ส่วน มีผลงานการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ นักดนตรี นักจิตวิทยา จำนวนมาก ได้ศึกษาว่า เมื่อร่างกายกระทบกับเสียงดนตรีชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดนตรีร็อกดนตรีแจ๊ซ ดนตรีคลาสสิก แม่กล่อมลูก แล้วร่างกายมีปฏิกิริยาต่อดนตรีเหล่านั้นแตกต่างกันอย่างไร

ทั้งนี้ ก็เพราะว่า ส่วนของน้ำที่อยู่ในร่างกายจะจับตัวไปตามลักษณะของดนตรีที่มากระทบ การจับตัวของน้ำในร่างกายก็จะกระทบทั้งกายและจิตแตกต่างกันไปด้วย

เมื่อปี พ.ศ.2542 ศาสตราจารย์มาซารุ อิโมโตะ (Masaru Emoto) ค้นพบว่า คลื่นเสียงสามารถที่จะเปลี่ยนโมเลกุลของน้ำในร่างกายได้ โดยการทดลองให้น้ำได้ฟังเพลงชนิดต่างๆ อาทิ เพลงพื้นบ้าน เพลงคลาสสิก (ของบาค) เพลงร็อก โดยการเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำค่อยๆ ต่ำลงไปที่ 0 องศา เพื่อให้โมเลกุลของน้ำแข็งตัวเป็นเกล็ดลวดลายต่างๆ ตามเสียงดนตรี ผลการศึกษาตอบได้ว่า เกล็ดน้ำที่ละเอียดสวยงามมาจากเพลงพื้นบ้านและเพลงคลาสสิก ส่วนดนตรีร็อกน้ำจับตัวหยาบและไม่เป็นระเบียบ

คำตอบที่ได้สร้างความเชื่อมั่นว่า เมื่อเด็กรับรู้บทเพลงที่ละเอียด หรือเสียงที่ถูกเรียบเรียงละเอียด ตั้งแต่เพลงกล่อมลูก พระสวด เพลงคลาสสิก ทำให้โมเลกุลในร่างกายถูกจัดเรียงให้เป็นระเบียบ จิตใจก็ถูกจัดเรียงให้เป็นระเบียบ สมองก็ถูกจัดเรียงให้เป็นระเบียบ คุณค่าของชีวิตก็ได้ถูกจัดเรียงให้เป็นระเบียบด้วย ทำให้ชีวิตมีระเบียบ ชีวิตที่มีระเบียบจะทำให้สังคมมีระเบียบไปด้วย ข้อด้อยของสังคมไทยปัจจุบันคือ สังคมไทยเป็นสังคมไม่มีระเบียบและคนในสังคมก็ไม่มีวินัย

การที่เด็กน้อยได้ถูกหล่อหลอมให้ได้ยินได้ฟังดนตรีที่ละเอียดตั้งแต่เด็ก ทำให้จิตใจของเด็กถูกหล่อหลอมให้ความรู้สึกนึกคิดของเด็กมีความละเอียดด้วย ความละเอียดไปควบคุมความรู้สึกนึกคิด ควบคุมอารมณ์ ควบคุมความสามารถ และควบคุมความยับยั้งชั่งใจในตัวเด็ก

การเล่นดนตรี การฝึกซ้อมดนตรี การทำในสิ่งที่ดี ทำในสิ่งที่ถูก การแก้ปัญหา การเลียนแบบ การทำซ้ำ การฝึกจิตใจและตั้งเป้าหมาย การมีสมาธิในการฝึกเล่นดนตรี การ
อยู่กับสติ ระหว่างเสียงที่เล่นดนตรี ร่างกาย และเครื่องดนตรี ทำให้เด็กได้สร้างตัวตน รู้จักการควบคุมที่ชัดเจนตั้งแต่เด็ก

การเล่นดนตรีเป็นวงโดยการเล่นรวมวง ทำให้เด็กรู้จักฟังผู้อื่น ฟังเสียงของคนอื่น การทำงานกันเป็นวง (เป็นทีม) การผลิตเสียงดนตรีเพื่อให้เกิดความไพเราะ การกำหนดความไพเราะของเสียงดนตรีโดยจิตที่สดใส เพราะเสียงที่สดใสนั้นออกมาจากใจที่สะอาดเท่านั้น “เสียงใสใจสะอาด” ในที่สุด ความเชื่อมั่นในตัวของเด็ก ก็จะออกมาจากจิตใจที่สะอาด ละเอียด และจิตใจที่มั่นคง

แต่ก่อนจุดมุ่งหมายในการเรียนดนตรีก็เพื่อให้เป็นนักดนตรีที่เก่ง เพราะเชื่อว่า “คนเก่งต้องดี” ครั้นพบว่า คนที่เก่งแล้วโกง เป็นคนเก่งแล้วไม่ดี ความผิดพลาดของการศึกษาอยู่ที่ตรงไหน อยู่ที่ดนตรี หรืออยู่ที่ตัวคน หรืออยู่ที่ระบบการหล่อหลอม การฝึกอบรมบ่มเพาะ

คําตอบในเวลานี้ เชื่อว่าความเป็นคนดีอยู่ที่ระบบการหล่อหลอมและการฝึกอบรมบ่มเพาะ ซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวในวัยเด็ก ส่วนความสามารถซึ่งเป็นคนเก่ง คนเก่งนั้นสร้างได้ อัจฉริยะมาจากการฝึก เมื่อต้องการให้เด็กเก่งดนตรี ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการฝึกซ้อมเท่านั้น หาครูที่ดี ฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ฝึกซ้อมไม่หยุด ในที่สุด เด็กก็จะเป็นคนเก่งได้

ในส่วนของความเป็นคนดีของเด็ก จะต้องใช้ดนตรีที่ละเอียดหล่อหลอมให้เป็นหุ้นส่วนของชีวิต คนดีไม่จำเป็นต้องเป็นนักดนตรีเท่านั้น ดนตรีที่ละเอียดเข้าไปอยู่ในตัวเด็กทุกคนตั้งแต่แรกเกิด จะทำให้ทุกคนเป็นคนดี ออกไปประกอบอาชีพอะไรก็เป็นคนดี คนดีที่มีดนตรีในหัวใจ เด็กทุกคนจึงต้องเรียนดนตรี

วันนี้มีโครงการสอนดนตรีเด็กอายุ 0 ถึง 3 ขวบ ได้เกิดขึ้นแล้วอย่างน้อย 150 ครอบครัว หมายถึง พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเรียนในห้องเรียนกับลูกด้วย ลูกเรียนรู้ พ่อแม่ก็เรียนรู้ ความอบอุ่นเกิดขึ้นในครอบครัว เมื่อสังคมครอบครัวเล็กลง มีลูกน้อยลง การดูแล การเลี้ยงดู และการเอาใจใส่ก็มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งทำให้ครอบครัวมีโอกาสทำได้ง่ายขึ้น แม้ว่าจะทำได้เฉพาะครอบครัวของคนชั้นกลางและคนชั้นสูงเท่านั้น แต่อย่างน้อยก็เกิดขึ้นในสังคมไทยแล้ว สำหรับโอกาสของครอบครัวไทยทั้งหลาย จะต้องทำโดยรัฐเท่านั้น เพราะการศึกษาที่ดี นอกจากความตั้งใจดีแล้วก็จะต้องลงทุนด้วย

ทำไมเด็กต้องเรียนดนตรีตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต คำตอบก็เพื่อที่จะใช้ความละเอียดประณีตของดนตรีเข้าไปกำหนดความรู้สึกนึกคิดของจิตใจเด็ก ให้เด็กมีจิตใจที่ละเอียดประณีตด้วย เพราะความละเอียดประณีตเป็นหุ้นส่วนและองค์ประกอบที่สำคัญของความเป็นคนดี