ชีวิตมนุษย์หรือคนในโลกนี้ทุกประเทศย่อมจะต้องเกี่ยวเนื่องกับการเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ยากต่อการปฏิเสธ เราท่านที่ได้ลืมตาดูโลกเมื่อแรกเกิดมาและได้หลับตาลงไปหลังจากหมดลมหายใจ การเมืองการปกครองประเทศของรัฐหรือผู้ปกครองก็ย่อมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตแต่ละช่วงขณะตลอดการมีชีวิตอยู่
การปกครองผู้คนในประเทศเมืองนั้นให้ได้รับความสุข ทั้งความสุขในระดับพื้นฐานของชีวิตไปจนกระทั่งถึงความสุขในระดับอุดมการณ์ของปัจเจกบุคคล ผู้ปกครองของรัฐย่อมต้องมีหลักการบางประการในการปกครองประชาชนในรัฐนั้น การเมืองการปกครองจะมีอยู่ในศาสตร์หรือสาขาที่หลากหลาย อาทิ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ การบริหารจัดการ จิตวิทยา พฤติกรรมศาสตร์ และศาสตร์สาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
ในครั้งโบราณหรือสมัยก่อนมีการปกครองหรือที่เรียกว่าผู้นำ โดยหัวหน้าเผ่า หัวหน้ากลุ่ม พระราชา เมื่อครั้งบ้านเมืองเปลี่ยนไปตามยุคสมัยก็มีการปรับเปลี่ยนเป็นผู้ว่าการรัฐ นายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี ผู้นำกลุ่มประเทศ ผู้นำโลกมนุษย์ และมีพระมหากษัตริย์อยู่บ้างในบางประเทศ แต่ด้วยข้อเท็จจริงหรือพฤตินัยการปกครองประชาชนในรัฐก็ถูกคิด ออกแบบ และกำกับทั้งด้วยระบบกฎหมายและกฎที่ควบคุมอย่างอื่นด้วยภาวะของความเป็นผู้นำที่อาจจะมีการคัดเลือกโดยประชาชน หรือได้อำนาจการปกครองมาด้วยการใช้อำนาจ กำลังในการยึดอำนาจการปกครองประเทศที่เรียกว่า ปฏิวัติรัฐประหาร
สมัยกรีกโบราณมีนักปราชญ์หรือนักปรัชญาได้เสนอแนวคิดในการปกครองรัฐให้ประชาชนได้รับความสุขกายสบายใจในหลากหลายวิธีการ อุดมการณ์ความเชื่อของรัฐสมัยใหม่ ที่เรียกว่ารัฐฆราวาสที่เชื่อว่าบทบาทและอำนาจไม่จำเป็นจะต้องอยู่ภายใต้ศาสนจักรและระบบกษัตริย์ นักปรัชญาคนหนึ่งที่ชื่อว่าโสกราตีส (Socrates) 470 ปีก่อนคริสตกาลเชื่อว่าธรรมชาติของมนุษย์อย่างหนึ่งก็คือความไม่เท่าเทียมกันของบุคคลเป็นหลักการสำคัญหนึ่งของระบบประชาธิปไตย เชื่อในหลักการของความรู้ความสามารถ จริยธรรมของผู้ปกครองและปฏิเสธการปกครองแบบทรราช…
สังคมไทยเราตั้งแต่ครั้งอดีตกาลย้อนไปในสมัยสุโขทัย สิ่งหนึ่งที่ถูกบันทึกหรือได้รับการถ่ายทอดต่อๆ มาก็คือสมัยนั้นชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนอาจจะมีความสุขอยู่ในระดับหนึ่งก็คือ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ใครใคร่ค้าค้า คำหรือประโยคหนึ่งที่เราท่านมักจะได้ยินเสมอมานั่นก็คือคราวใดประชาชนได้รับความเดือดร้อนก็ไปสั่นกระดิ่งที่หน้าพระราชวัง พระราชา มหากษัตริย์ เจ้าผู้ปกครองเมืองก็เสด็จมารับเรื่องราวร้องทุกข์และแก้ไขปัญหานั้นๆ ให้ประชาชนในแต่ละปัญหา
วันเวลาผ่านไปการเมืองการปกครองก็เปลี่ยนผ่าน สมัยครั้งกรุงศรีอยุธยา หรือ อโยธยาศรีรามเทพนครมีการรบราฆ่าฟัน แก่งแย่งชิงเมือง การเสียกรุงศรีอยุธยา
ครั้งที่สองและการสูญเสียพื้นที่ที่เคยเป็นของเมืองสยามครั้งอดีตยังเป็นทั้งตำนานและประวัติศาสตร์ที่ถูกจดบันทึกทั้งในการเรียนการสอน โบราณวัตถุโบราณสถาน ธุรกิจทัวร์การท่องเที่ยว การโรงแรม โดยมีบริบทของความเป็นเมืองแห่งมรดกโลกหรือเมืองที่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์เป็นต้นทุนหรือทรัพยากรที่สำคัญในเมืองนั้นๆ สืบทอดส่งมาจนถึงทุกวันนี้
เมืองไทยเรานับจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศในปี พ.ศ.2475 อำนาจการปกครองของประเทศไทยเรามีความพยายามปรับเปลี่ยนให้เป็นเสมือนการปกครองของอารยประเทศที่เชื่อว่าน่าจะเป็นการปกครองประชาชนในรัฐอย่างดีที่สุด มีการเลือกตั้งจากประชาชนในแต่ละระดับ มีระยะเวลาในการอยู่ในตำแหน่ง ช่วงระหว่างการหาเสียงเพื่อให้ตนเองและพรรคพวกได้รับการคัดเลือกก็มีกลยุทธ์ยุทธวิธี วิธีการทั้งเปิดหน้าและปิดบังซ่อนเร้นในบางวาระเอาไว้ก็เพื่อที่จะได้ครองอำนาจและผลประโยชน์ของตนไว้หลังรับการเลือกตั้ง
การเมืองแห่งชีวิต (Biopolitics) มีนักวิชาการ Stephen J. Collier (2009) ได้ให้นิยามที่ว่า การเมืองที่ถูกสร้างขึ้นบนตรรกะของลัทธิเสรีนิยม ใช้ร่างกายของพลเมืองเป็น “พื้นที่” จัดระเบียบ โดยมองว่าร่างกายของมนุษย์มีความบกพร่องต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข ต้องมีวิธีการแก้ไขก็คือสร้างกฎระเบียบที่ควบคุมชีวิตของประชาชนด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ อำนาจทั้งที่อาจจะมองเห็นได้และอำพราง ซึ่งอาจจะซ่อนอยู่ในวาทกรรมที่หลากหลายก็เพื่อการดำรงอยู่ในระยะยาวนาน…
รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ทำการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ด้วยเหตุของผู้คนประชาชนทั้งคนไทยมีความแตกแยกทั้งความเชื่อ ความคิด ความรู้ แบ่งขั้วสีฝ่าย มีการใช้อาวุธสงครามเข้าทำร้ายชีวิตร่างกาย ทั้งทรัพย์สินของประชาชนและทรัพย์สินที่เป็นของรัฐ การปฏิวัติรัฐประหาร หลักการหนึ่งก็เพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบสุข นักการเมืองบางคนหรือบางพรรคสร้างความเสียหายต่อบ้านเมืองทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง…
มาถึงบัดนี้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความหวังและคำมั่นสัญญาต่อสื่อสาธารณะและประชาคมโลกว่าจะมีการเลือกตั้งประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 ทำให้บรรดาทั้งนักการเมืองเก่า ว่าที่นักการเมืองรุ่นใหม่ ต่างมีความหวังในการเลือกตั้งเพื่อที่จะให้ได้คนที่ประชาชนเลือกเข้าไปเป็นผู้แทนของตนเองในการบริหารชาติบ้านเมืองเฉกเช่นอารยประเทศ วันเวลาที่ผ่านมา เราท่านต่างรับรู้ถึงท่าทีกลอุบายจากนักการเมืองรุ่นก่อนๆ ที่มีการเดินสายหรือที่เรียกว่า “เดินสายดูด” ขณะเดียวกันก็มีการซักถามของผู้สื่อข่าวสายทำเนียบที่ต้องการคำตอบในบริบทต่างๆ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์พร้อมเดินไปที่ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ทำไมไม่ถามประเด็นเศรษฐกิจบ้าง สนใจบ้างหรือไม่ การค้าการพาณิชย์ให้ถามกันบ้าง เพราะการเมืองไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นทั้งหมด
จากนั้นผู้สื่อข่าวกล่าวตอบว่า ตัวเลขเศรษฐกิจดีอยู่แล้วและมีนักข่าวสายเศรษฐกิจเป็นคนตามอยู่ พล.อ.ประยุทธ์จึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “เธออย่ามาต่อปากต่อคำกับฉัน”
ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า “ต่อปากต่อคำก็ไม่ได้” ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับโมโหพร้อมหันมาตะคอกเสียงดังว่า “ก็ไม่ได้ไง นินทาอะไรว่ะ ไม่ต้องมาต่อปากต่อคำกับฉันหรอก ต่อปากต่อคำไม่ได้ ก็ออกไปข้างนอกโน่น ใครที่พูดเมื่อกี้” (มติชนรายวัน 20 สิงหาคม 2561 หน้า 10)
เราท่านทั้งหลายที่ได้ติดตามเหตุบ้านการเมือง หรือท่าทีการให้สัมภาษณ์หรือโต้ตอบกับนักข่าว หลายครั้งคราอารมณ์สีหน้าท่าทางของภาวะความเป็นผู้นำของประเทศส่งผ่านสื่อต่างๆ การโมโหหรือไม่สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างได้อาจจะเป็นกลวิธีหนึ่งที่ต้องการควบคุม กำกับบุคคลอื่น หรืออาจจะเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล การออกมาขอโทษหลังจากที่ได้เปล่งวาจาหลังอารมณ์โทสะออกไปแล้ว เราท่านได้พบเห็นมาเป็นระยะๆ
ผู้เขียนคงจะมิอาจจะเสนอแนะหลักการบริหารจัดการองค์กรและระบบให้แก่ท่านนายกรัฐมนตรี คาดว่ารอบๆตัวของนายกรัฐมนตรีมีผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญชำนาญการอยู่หลากหลายท่าน และด้วยความเป็นผู้นำในตำแหน่งต่างๆ ตั้งแต่เริ่มรับราชการเป็นทหารมืออาชีพจนกระทั่งเป็นถึงผู้บัญชาการทหารบก เป็นนายกรัฐมนตรี หรืออาจจะเป็นความหวังของบรรดาพรรคการเมืองทั้งเก่าใหม่บางพรรคที่คาดหวังว่า หลังการเลือกตั้งก็น่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกวาระหนึ่ง…ความเป็นประชาธิปไตยในสังคมไทยเรามีหลากหลายบริบท หลักการหนึ่งของศาสนาพุทธได้กล่าวถึงอธิปไตย ซึ่งถือว่าอำนาจการปกครองของผู้นำที่ปกครองประชาชนที่เราท่านเคยได้พบเห็นหรือรับทราบมาก็คือ
1.อัตตาธิปไตย ยึดถือหลักการความคิดของตัวตนของตนเองเป็นสำคัญ มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ตนเองคิดพูดทำการสิ่งใดไม่มีการกระทำที่ผิดพลาด โดยไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ของบุคคลอื่น บุคคลอื่นจะต้องกระทำตามหลักการแนวคิดของตนเองเท่านั้น อาจจะมีภาษาสมัยใหม่ที่เรียกว่า เผด็จการ
2.โลกาธิปไตย หรือคณาธิปไตย มีหลักการความเชื่อ ความคิด ความรู้ของระบบหมู่คณะ ความเป็นทุนนิยม บริโภคนิยม สังคมนิยม เงินนิยมหรือกระแสหลักของโลกเป็นสำคัญทั้งการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมืองก็ดูประเทศต่างๆ ที่เขาได้รับการพัฒนาหรือได้รับการยกย่องก็นำมาเป็นแบบอย่างเพื่อตนเองจะได้เดินตามรอยดังกล่าว
3.ธรรมาธิปไตย มีหลักการแนวคิดยึดถือธรรมะ ความเป็นเหตุเป็นผล หลักการของความจริง ความดี ความงามความถูกต้อง ยุติธรรมอย่างบริสุทธิ์ใจ มีความเคารพหลักการ ระเบียบปฏิบัติ กฎหมายของบ้านเมือง หรืออาจจะเรียกว่ามีหลักการธรรมะในศาสนา รวมถึงการประพฤติปฏิบัติในหลักการของศาสนา ศีลธรรมอันดีของบ้านเมืองเป็นหลักการมากกว่าหลักอธิปไตยอื่นๆ
4.ประชาธิปไตย เป็นหลักการที่ให้ความสำคัญเสียงคะแนนของประชาชนที่เข้าไปเลือกตั้งเป็นสำคัญในลำดับต้นๆ นักการเมืองหลายประเทศชาติบางคนก็ใช้กลอุบายอ้างถึงความเป็นประชาธิปไตยให้เชื่อในการตัดสินใจเลือกของประชาชน สังคมไทยเราได้รับบทเรียนบ่อยครั้งจากนักการเมือง พรรคการเมืองบางพรรค ที่เป็นที่ประจักษ์ว่ามีการใช้เงินซื้อสิทธิ ขายเสียง ให้ร้าย กล่าวร้ายฝ่ายตรงกันข้ามเพื่อให้ตนเองได้รับเลือกตั้งเข้าไปมีอำนาจในการบริหารชาติบ้านเมือง
ท่านผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยกับผู้เขียนที่ว่า เมื่อใดสังคมไทยเราจะได้รับการพัฒนาในระบบประชาธิปไตยโดยได้พบเห็นถึงนักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งเข้าไปทำงานการเมือง มิใช่เข้าไปเล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์ อำนาจพวกพ้องในที่สุดของนักการเมืองบางคนก็มีการตัดสินของศาลทั้งหนีออกนอกประเทศ ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ คำหรือประโยคหนึ่งที่เราได้ยินอยู่เสมอก็คือ การเมืองคือเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์…
ในโรงเรียนทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษา เราท่านได้พบเห็นถึงครูอาจารย์ที่พร่ำสอนและแนะแนวทางความเป็นประชาธิปไตยในโรงเรียน โดยมีการลงคะแนนเลือกตั้งประธานนักเรียน ผู้เขียนเข้าใจว่าเด็กนักเรียนก็คือผู้ที่บริสุทธิ์ใสสะอาด คงไม่มีถึงการซื้อสิทธิ ขายเสียง หรือทำตนเป็นหัวหน้า แก๊ง/ก๊วน เพื่อให้ได้มาของผลคะแนนที่ตนเองจะได้ไปเป็นใหญ่มีอำนาจ วันเวลาที่ผ่านมาคนรุ่นใหม่ที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของเมืองไทยเรา บ่อยครั้งที่ออกมาเรียกร้องถึงสิทธิมนุษยชน ถูกเรียกไปปรับทัศนคติ อะไร สิ่งใดคือความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงบริสุทธิ์ผ่องใสเสมือนในบางอารยประเทศ…
ในชีวิตมีระบบการเมืองเป็นตัวกำกับและในการเมืองก็มีชีวิตเป็นผู้กำกับ เสมือนเหรียญสองด้าน เราท่านหลายคนรับรู้ผ่านประสบการณ์การเมืองไทยเรามาอย่างยาวนาน เลือกตั้ง-ปฏิวัติ ปฏิวัติแล้วเลือกตั้ง เมื่อใดประชาธิปไตยของไทยแท้จะกลับมาให้พบเห็นด้วยความเป็นจริงในชาตินี้หรือไม่…

