“ใบเหลือง”ใคร! โดย จำลอง ดอกปิก

23.04.16 | 13:45 น.
แฟ้มภาพ

ปมใบเหลือง ใบแดงกลับมาเขย่าขวัญอีกครั้ง

จับสัญญาณจากการย้ายด่วนอธิบดีกรมการประมง สถานการณ์อยู่ในขั้นสุ่มเสี่ยง-วางใจไม่ได้

แม้ระดมสรรพกำลังแก้ปัญหา แต่สหภาพยุโรป หรืออียูไม่พอใจ ตำหนิบางเรื่องแก้ไม่ตรงจุด

อียูประกาศแจกใบเหลืองสินค้าประมงไทย ไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอียู จากปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2558

ขีดเส้นตาย แก้ไขภายใน 6 เดือน จากนั้นประเมินผลอีกครั้ง สอบผ่านก็ปลดใบเหลือง หากต่ำกว่ามาตรฐาน อาจแจกใบแดง คว่ำบาตร ห้ามนำเข้าสินค้าประมงจากเมืองไทย

Advertisement

กระนั้น เมื่อครบ 6 เดือน อียูขยายระยะเวลาแก้ปัญหา ให้โอกาสไทยเรื่อยมา

โดยในส่วนของการแก้ปัญหานั้น รัฐบาล คสช.ให้ความสำคัญและกระตือรือร้นเป็นที่ยิ่ง

มีการใช้อำนาจพิเศษ จัดการปัญหาหลายครั้ง

อาทิ ใช้ ม.44 คำสั่งหัวหน้า คสช.ตั้งศูนย์บัญชาการ แก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย เป็นศูนย์เฉพาะกิจขึ้นตรงนายกรัฐมนตรี, ประกาศใช้ ม.44 ออกคำสั่งห้าม ครอบครอง ใช้เครื่องมือประมง 6 ชนิด ที่เข้าข่ายทำลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างร้ายแรง กำหนดโทษผู้ฝ่าฝืน ทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ยังออก พ.ร.ก.ประมงว่าด้วยการกำหนดมาตรการแก้ไข ป้องกันการกระทำประมงผิดกฎหมาย การบริหารจัดการประมงด้านต่างๆ

ไม่นับรวม ม.44 ย้าย-ตั้งอธิบดีกรมประมงคนใหม่

แต่แม้ใช้ทางลัดพิเศษ แก้ปัญหา และทางการมั่นใจว่ามีความก้าวหน้าอย่างมาก อียูกลับแสดงท่าทีไม่พอใจ

ซึ่งก็น่าคิดเหมือนกันว่า ใบเหลืองประมง เป็นมากกว่าใบเหลืองแจ้งเตือนธรรมดา ในบริบทการค้าระหว่างประเทศหรือไม่

รัฐบาลอ่านออกหรือไม่

หลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง หรือด้านเศรษฐกิจ รัฐมักเคลิบเคลิ้มดีใจ เมื่อมีการสื่อสาร ผ่านภาษาการทูตจากคู่เจรจา โดยหลงใหลได้ปลื้มว่าเป็นของจริง

อียูเข้ามาประเมินผลการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย บอกกับไทยต่อหน้าพอใจ-แต่ของจริงเป็นอีกเรื่อง

ใครต่อใครเดินทางไปต่างประเทศ กลับมาป่าวประกาศ ไม่มีผู้นำประเทศไหน ไม่อ้าแขนรับ มีแต่ให้กำลังใจ (คล้ายบอกประชาชนว่า สิ่งที่ทำถูกต้อง นานาชาติให้การรับรอง)

หากจะถามว่า เขาพูดแบบนั้นจริงไหม ตอบได้ว่า ไม่ใช่เรื่องโกหกแน่นอน

เพียงแต่คนฟังต้องรู้จักแยกแยะ หน้าฉากกับหลังฉาก

แยกแยะภาษาทางการทูต กับรูปธรรมการปฏิบัติ อันจับต้องสัมผัสได้

ไม่มีผู้นำประเทศไหนหรอกเจอหน้า ท้าตีท้าต่อยชาวบ้านไปทั่ว!!

ปัญหาไอยูยู สหภาพยุโรปเข้ามาประเมินทุกครั้ง จะท่องบทว่าพอใจ รักษาน้ำใจยามอยู่ต่อหน้า ไม่ต่างอะไรจากการหยอดคำหวาน ระหว่างผู้นำประเทศต่างๆ ในเวทีนานาชาติ แต่ของจริงเป็นหนังคนละม้วน การปักธงเหลืองคาไว้อย่างนั้น เป็นหลักฐานชัดเจนว่า อียูไม่พึงพอใจการแก้ปัญหา

หากพอใจคงปลดล็อก ฉีกใบเหลืองทิ้งไปแล้ว

แต่จะบอก ไม่พอใจแม้แต่น้อยก็ไม่ได้ เนื่องจากมิได้คว่ำบาตร ชักใบแดงสินค้าประมง หากแต่ใช้วิธียืดขยายเวลาให้ปรับปรุงแก้ไขแทน ระหว่างนี้ประเทศไทยสามารถส่งออกทำมาค้าขายกับสหภาพยุโรปได้เป็นปกติ ไม่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการส่งออก ทำลายชาวประมงท้องถิ่น พลเมืองประเทศไทยแต่อย่างใดทั้งสิ้น

มีแต่ปักหมุดตรึงไว้ เป็นสัญลักษณ์ประเทศถูกขึ้นบัญชีเท่านั้น

การไม่ตัดสินใจ อย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อครบ 6 เดือน ครบ 1 ปี

น่าสงสัย

แท้ที่จริง “อียู”เจตนาล็อกเป้า ให้ใบเหลืองใคร

เป็นเรื่องเศรษฐกิจหรือเรื่องการเมือง