หน้าแรก คอลัมนิสต์ ชีวิตสั้น แต่...

ชีวิตสั้น แต่หนังสือฉันยาว โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

1.10.18 | 13:03 น.

น่าแปลกใจ, กรรมการของ Man Booker Prize เวทีประกวดหนังสือดีปีนี้ บ่นว่าหนังสือที่ส่งเข้าประกวดนั้นยาวเกินไป!

ในบรรดาผู้เข้าประกวด มีหนังสือที่ยาว 500 หน้าขึ้นไปอยู่หลายเล่ม ยาวจนประธานของ Man Booker Prize ต้องออกมาบอกว่า “บางครั้งพวกเราก็รู้สึกนะ – รู้สึกว่าในหนังสือเล่มที่เราอ่าน มีหนังสืออีกเล่มซ่อนอยู่ภายใน เป็นหนังสือที่ดีกว่านั้นที่กำลังตะโกนร้องอยากปลดปล่อยตัวเองออกมา” เขาหมายความว่าหากมีการตรวจทาน ทอนลงหน่อย หนังสือบางเล่มจะดีกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ

แล้วหนังสือยาวขึ้นจริงไหมในทุกวันนี้? เมื่อไปดูหลักฐานเชิงสถิติ การสำรวจความยาวของหนังสือครั้งหนึ่งพบว่าในช่วงระหว่างปี 1999 และปี 2014 หนังสือมีความยาวขึ้นจริง, คือเพิ่มระดับความยาวโดยเฉลี่ยจาก 320 หน้า ไปเป็น 400 หน้า!

เรียกว่าถ้านอนหงายอ่านแล้วเผลอหลับ ก็อาจบาดเจ็บจนโคม่าเอาได้ง่ายๆ

กระแสหนังสือที่ยาวขึ้นๆ ทุกวี่ทุกวันนี้มีชื่อเรียกว่า Book Inflation หรือ “ภาวะหนังสือเฟ้อ”

Advertisement

แล้วทำไมหนังสือจึงยาวขึ้น มันสวนทางกับกระแสที่เราบอกว่า “คนเรามีช่วงความสนใจแคบลง จึงอยากอ่านอะไรสั้นๆ มากกว่าอะไรยาวๆ” ไหม ถ้าคนเรามีช่วงความสนใจแคบลงจริง ทำไมหนังสือจึงได้มีความหนาขึ้นๆ ในทุกๆ ปี

เหตุผลหนึ่งที่เป็นไปได้ก็คือการเปลี่ยนสื่อมาเป็นดิจิทัลนี้เอง-เมื่อผู้เขียนไม่ถูกจำกัดด้วยความหนาแบบเล่มของกระดาษเท่าใดนัก หากหนังสือที่ออกมามีทางเลือกให้อ่านในลักษณะอีบุ๊ก-พวกเขา (และบรรณาธิการ) ก็อาจรู้สึกว่าเมื่ออีบุ๊กไม่มีความหนา ฉะนั้น จะเขียนให้ยาวเท่าไหร่ก็ได้ โดยไม่ต้องกลัวผู้อ่านบ่นว่า-ยิ่งยาวยิ่งคุ้มไม่ใช่หรือ

อีกเหตุผลที่เป็นไปได้คือปรากฏการณ์เล่มต่อ นักเขียนส่วนใหญ่ที่เขียนหนังสือยอดฮิตมักเขียนหนังสือให้ยาวขึ้นในเล่มต่อๆ มา, นี่เป็นปรากฏการณ์ที่ Ben Blatt นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลผู้ศึกษาเรื่องหนังสือโดยเฉพาะ (จนสามารถตีพิมพ์หนังสือเรื่องนี้ที่สนุกมากชื่อ Nabokov’s Favourite Word is Mauve) ได้บันทึกไว้ เขาสะท้อนจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ตอนที่เขาติดนิยายชุดแฮร์รี่พอตเตอร์ แล้วพอเล่มที่สามออกมา เบนก็รู้สึกว่า “ตอนนั้นหนังสือหนาสามร้อยหน้าก็ว่าหนาแล้วนะ” แต่หลังจากนั้นแฮร์รี่พอตเตอร์ก็ยิ่งมีความยาวมากขึ้นๆ ในภาคถัดๆ มา อย่างภาคที่ห้า (The Order of the Pheonix) ก็มีความยาวบ้าคลั่งถึง 800 หน้า

เบนพบว่านี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับเจ เค โรว์ลิ่งเพียงคนเดียว เมื่อลองศึกษานักเขียนหน้าใหม่ที่หนังสือเล่มแรกกลายเป็นหนังสือยอดฮิต เบนก็พบว่ามีนักเขียนกลุ่มนี้มากถึง 72 เปอร์เซ็นต์ ที่เขียนนิยายต่อมาให้หนาขึ้น ทำไมเป็นอย่างนั้น? เบนคิดว่ามีสาเหตุที่เป็นไปได้อยู่สองอย่าง คือ อัตตา หรือไม่ก็ความทะเยอทะยาน

Melanie Kindrachuk บรรณารักษ์จากห้องสมุดสาธารณะในออนตาริโอให้ความเห็นว่า “ผู้คนไม่ได้เกรงกลัวหนังสือเล่มโตอีกแล้ว ถ้าหนังสือเล่มโตนั้นถูกเขียนขึ้นโดยนักเขียนระบือนาม พวกเขาก็พร้อมจะหยิบมาลองดู” ข้อสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจของเธอคือ “เวลามีใครมาถามให้ฉันแนะนำหนังสือให้ ฉันก็จะถามเขาก่อนว่าตอนนี้เขาดูซีรีส์อะไรบนทีวี ถ้าเขาดูซีรีส์อย่าง Downton Abbey หรือ Game of Thrones ติดกันได้ยาวๆ ละก็ ฉันก็จะรู้เลยว่าเขามีความอดทนพอที่จะอ่านหนังสือยาวๆ ได้ด้วย”

นั่นแปลว่าสมมุติฐานที่เราได้ยินบ่อยๆ ผิดหรือเปล่า: ผู้คนบางส่วนมีช่วงความสนใจยาวนานขึ้น แทนที่จะแคบลงไหม

เมื่อพวกเขาอ่านหนังสือยาวๆ และดูซีรีส์ยาวๆ ได้ นั่นไม่ได้แปลว่าพวกเขาสมาธิยาวขึ้นหรอกหรือ?

“คนยุคใหม่สมาธิสั้น” เป็นความเชื่อผิดๆ จริงไหม? ในเรื่องนี้ เราต้องย้อนกลับไปดูรายงานตั้งต้นก่อนว่าความเชื่อนี้มาจากอะไร

เราอาจเคยได้ยินประโยคที่บอกว่า “ช่วงความสนใจเฉลี่ยของคนยุคใหม่นั้นตกลง จาก 12 วินาทีในปี 2000 มาเป็น 8 วินาทีในตอนนี้ (ในปี 2015) ซึ่งช่วงความสนใจนี้สั้นกว่าความสนใจของปลาทองที่ 9 วินาทีเสียอีก” นี่เป็นความเชื่อที่สืบเนื่องมาจากรายงานของไมโครซอฟท์ในปี 2015

กับเรื่องนี้ สำนักข่าวอย่าง BBC บอกว่า “ความคิดเรื่องช่วงความสนใจเฉลี่ยนั้นแท้จริงแล้วไร้ค่าอย่างยิ่ง ไม่ได้มีงานวิจัยอะไรรองรับเลย กระทั่งการเปรียบเทียบกับปลาทอง ก็ไม่มีหลักฐานอะไรมารองรับเหมือนกันว่าปลาทองนั้นมีความจำสั้น” Dr.Gem-ma Briggs นักจิตวิทยาบอกว่า “ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นจริงเลยนะครับ ผมไม่คิดด้วยว่านักจิตวิทยาที่สนใจในเรื่องความสนใจของมนุษย์ จะวัดช่วงความสนใจด้วยวิธีแบบนั้น”

“ความยาวนานของความสนใจขึ้นอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเรามากกว่า” เขาบอก

ยุคนี้มีสิ่งเร้าความสนใจมากขึ้น เราถูกเรียกให้หันซ้ายหันขวาบ่อยครั้งขึ้น ไม่แปลกนักที่ “ความสนใจโดยเฉลี่ย” (ไม่ว่ามันจะมีความหมายอย่างไรก็ตาม) ของเราจะสั้นลง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า กับสิ่งที่เราสนใจจริงจัง กับสิ่งที่เราชื่นชอบ กับสิ่งที่เราหลงใหลคลั่งไคล้ ความสนใจของเราจะสั้นตามไปด้วย เป็นไปได้ไหมว่าเราอาจสนใจกับเรื่องที่ “ไม่น่าสนใจพอ” ได้สั้นลง แต่กับเรื่องที่เราสนใจมากๆ แล้ว เราอาจมีความอดทนมากขึ้นด้วยซ้ำ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นการแข่งขันกีฬา การดูซีรีส์ การเล่นเกมความยาวสามร้อยชั่วโมง

หรือการอยู่กับหนังสือดีๆ สักเล่ม

อ้างอิง: https://www.bbc.com/news/health-38896790

ทีปกร วุฒิพิทยามงคล