น่าแปลกใจ, กรรมการของ Man Booker Prize เวทีประกวดหนังสือดีปีนี้ บ่นว่าหนังสือที่ส่งเข้าประกวดนั้นยาวเกินไป!
ในบรรดาผู้เข้าประกวด มีหนังสือที่ยาว 500 หน้าขึ้นไปอยู่หลายเล่ม ยาวจนประธานของ Man Booker Prize ต้องออกมาบอกว่า “บางครั้งพวกเราก็รู้สึกนะ – รู้สึกว่าในหนังสือเล่มที่เราอ่าน มีหนังสืออีกเล่มซ่อนอยู่ภายใน เป็นหนังสือที่ดีกว่านั้นที่กำลังตะโกนร้องอยากปลดปล่อยตัวเองออกมา” เขาหมายความว่าหากมีการตรวจทาน ทอนลงหน่อย หนังสือบางเล่มจะดีกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ
แล้วหนังสือยาวขึ้นจริงไหมในทุกวันนี้? เมื่อไปดูหลักฐานเชิงสถิติ การสำรวจความยาวของหนังสือครั้งหนึ่งพบว่าในช่วงระหว่างปี 1999 และปี 2014 หนังสือมีความยาวขึ้นจริง, คือเพิ่มระดับความยาวโดยเฉลี่ยจาก 320 หน้า ไปเป็น 400 หน้า!
เรียกว่าถ้านอนหงายอ่านแล้วเผลอหลับ ก็อาจบาดเจ็บจนโคม่าเอาได้ง่ายๆ
กระแสหนังสือที่ยาวขึ้นๆ ทุกวี่ทุกวันนี้มีชื่อเรียกว่า Book Inflation หรือ “ภาวะหนังสือเฟ้อ”
แล้วทำไมหนังสือจึงยาวขึ้น มันสวนทางกับกระแสที่เราบอกว่า “คนเรามีช่วงความสนใจแคบลง จึงอยากอ่านอะไรสั้นๆ มากกว่าอะไรยาวๆ” ไหม ถ้าคนเรามีช่วงความสนใจแคบลงจริง ทำไมหนังสือจึงได้มีความหนาขึ้นๆ ในทุกๆ ปี
เหตุผลหนึ่งที่เป็นไปได้ก็คือการเปลี่ยนสื่อมาเป็นดิจิทัลนี้เอง-เมื่อผู้เขียนไม่ถูกจำกัดด้วยความหนาแบบเล่มของกระดาษเท่าใดนัก หากหนังสือที่ออกมามีทางเลือกให้อ่านในลักษณะอีบุ๊ก-พวกเขา (และบรรณาธิการ) ก็อาจรู้สึกว่าเมื่ออีบุ๊กไม่มีความหนา ฉะนั้น จะเขียนให้ยาวเท่าไหร่ก็ได้ โดยไม่ต้องกลัวผู้อ่านบ่นว่า-ยิ่งยาวยิ่งคุ้มไม่ใช่หรือ
อีกเหตุผลที่เป็นไปได้คือปรากฏการณ์เล่มต่อ นักเขียนส่วนใหญ่ที่เขียนหนังสือยอดฮิตมักเขียนหนังสือให้ยาวขึ้นในเล่มต่อๆ มา, นี่เป็นปรากฏการณ์ที่ Ben Blatt นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลผู้ศึกษาเรื่องหนังสือโดยเฉพาะ (จนสามารถตีพิมพ์หนังสือเรื่องนี้ที่สนุกมากชื่อ Nabokov’s Favourite Word is Mauve) ได้บันทึกไว้ เขาสะท้อนจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ตอนที่เขาติดนิยายชุดแฮร์รี่พอตเตอร์ แล้วพอเล่มที่สามออกมา เบนก็รู้สึกว่า “ตอนนั้นหนังสือหนาสามร้อยหน้าก็ว่าหนาแล้วนะ” แต่หลังจากนั้นแฮร์รี่พอตเตอร์ก็ยิ่งมีความยาวมากขึ้นๆ ในภาคถัดๆ มา อย่างภาคที่ห้า (The Order of the Pheonix) ก็มีความยาวบ้าคลั่งถึง 800 หน้า
เบนพบว่านี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับเจ เค โรว์ลิ่งเพียงคนเดียว เมื่อลองศึกษานักเขียนหน้าใหม่ที่หนังสือเล่มแรกกลายเป็นหนังสือยอดฮิต เบนก็พบว่ามีนักเขียนกลุ่มนี้มากถึง 72 เปอร์เซ็นต์ ที่เขียนนิยายต่อมาให้หนาขึ้น ทำไมเป็นอย่างนั้น? เบนคิดว่ามีสาเหตุที่เป็นไปได้อยู่สองอย่าง คือ อัตตา หรือไม่ก็ความทะเยอทะยาน
Melanie Kindrachuk บรรณารักษ์จากห้องสมุดสาธารณะในออนตาริโอให้ความเห็นว่า “ผู้คนไม่ได้เกรงกลัวหนังสือเล่มโตอีกแล้ว ถ้าหนังสือเล่มโตนั้นถูกเขียนขึ้นโดยนักเขียนระบือนาม พวกเขาก็พร้อมจะหยิบมาลองดู” ข้อสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจของเธอคือ “เวลามีใครมาถามให้ฉันแนะนำหนังสือให้ ฉันก็จะถามเขาก่อนว่าตอนนี้เขาดูซีรีส์อะไรบนทีวี ถ้าเขาดูซีรีส์อย่าง Downton Abbey หรือ Game of Thrones ติดกันได้ยาวๆ ละก็ ฉันก็จะรู้เลยว่าเขามีความอดทนพอที่จะอ่านหนังสือยาวๆ ได้ด้วย”
นั่นแปลว่าสมมุติฐานที่เราได้ยินบ่อยๆ ผิดหรือเปล่า: ผู้คนบางส่วนมีช่วงความสนใจยาวนานขึ้น แทนที่จะแคบลงไหม
เมื่อพวกเขาอ่านหนังสือยาวๆ และดูซีรีส์ยาวๆ ได้ นั่นไม่ได้แปลว่าพวกเขาสมาธิยาวขึ้นหรอกหรือ?
“คนยุคใหม่สมาธิสั้น” เป็นความเชื่อผิดๆ จริงไหม? ในเรื่องนี้ เราต้องย้อนกลับไปดูรายงานตั้งต้นก่อนว่าความเชื่อนี้มาจากอะไร
เราอาจเคยได้ยินประโยคที่บอกว่า “ช่วงความสนใจเฉลี่ยของคนยุคใหม่นั้นตกลง จาก 12 วินาทีในปี 2000 มาเป็น 8 วินาทีในตอนนี้ (ในปี 2015) ซึ่งช่วงความสนใจนี้สั้นกว่าความสนใจของปลาทองที่ 9 วินาทีเสียอีก” นี่เป็นความเชื่อที่สืบเนื่องมาจากรายงานของไมโครซอฟท์ในปี 2015
กับเรื่องนี้ สำนักข่าวอย่าง BBC บอกว่า “ความคิดเรื่องช่วงความสนใจเฉลี่ยนั้นแท้จริงแล้วไร้ค่าอย่างยิ่ง ไม่ได้มีงานวิจัยอะไรรองรับเลย กระทั่งการเปรียบเทียบกับปลาทอง ก็ไม่มีหลักฐานอะไรมารองรับเหมือนกันว่าปลาทองนั้นมีความจำสั้น” Dr.Gem-ma Briggs นักจิตวิทยาบอกว่า “ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นจริงเลยนะครับ ผมไม่คิดด้วยว่านักจิตวิทยาที่สนใจในเรื่องความสนใจของมนุษย์ จะวัดช่วงความสนใจด้วยวิธีแบบนั้น”
“ความยาวนานของความสนใจขึ้นอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเรามากกว่า” เขาบอก
ยุคนี้มีสิ่งเร้าความสนใจมากขึ้น เราถูกเรียกให้หันซ้ายหันขวาบ่อยครั้งขึ้น ไม่แปลกนักที่ “ความสนใจโดยเฉลี่ย” (ไม่ว่ามันจะมีความหมายอย่างไรก็ตาม) ของเราจะสั้นลง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า กับสิ่งที่เราสนใจจริงจัง กับสิ่งที่เราชื่นชอบ กับสิ่งที่เราหลงใหลคลั่งไคล้ ความสนใจของเราจะสั้นตามไปด้วย เป็นไปได้ไหมว่าเราอาจสนใจกับเรื่องที่ “ไม่น่าสนใจพอ” ได้สั้นลง แต่กับเรื่องที่เราสนใจมากๆ แล้ว เราอาจมีความอดทนมากขึ้นด้วยซ้ำ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นการแข่งขันกีฬา การดูซีรีส์ การเล่นเกมความยาวสามร้อยชั่วโมง
หรือการอยู่กับหนังสือดีๆ สักเล่ม
อ้างอิง: https://www.bbc.com/news/health-38896790
ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

