เดินหน้าชน : อย่ายึดติดเก้าอี้ โดย : สุพัด ทีปะลา

1.10.18 | 13:23 น.

ปมตั้งอธิการบดีอายุเกิน 60 ปี ในมหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่ง ดูแนวโน้มแล้วคงยืดเยื้อกันอีกยาวนาน

หลังศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาให้การแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) กาญจนบุรี ที่มีอายุเกินวัยเกษียณราชการไม่สามารถทำได้ แม้ พ.ร.บ.มรภ. และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ไม่ได้กำหนดคุณสมบัติเรื่องอายุไว้ชัดเจน แต่ พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการซึ่งข้าราชการพลเรือนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ กำหนดหลักเกณฑ์ข้าราชการที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้วเป็นอันพ้นจากราชการเอาไว้

นำมาสู่การเรียกร้องให้อธิการบดีที่อายุเลยวัยเกษียณ เกือบ 20 แห่งในกลุ่ม มรภ.และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) แสดงสปิริตลาออก ตามบรรทัดฐานคำพิพากษาของศาลปกครองกรณี มรภ.กาญจนบุรี

ซึ่งมีแค่เพียง นายชูศักดิ์ เอกเพชร รักษาการอธิการบดี มรภ.สุราษฎร์ธานี อายุ 67 ปี ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่ง

ทางออกในเรื่องนี้เป็นที่ชัดเจนว่าแต่ละมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบแก้ปัญหากันเอง

Advertisement

ตามนโยบายของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ แม้แต่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ปฏิเสธจะใช้อำนาจตามคำสั่ง ม.44 ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งได้ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ปลดอธิการบดีเกษียณได้ หากก่อให้เกิดความขัดแย้ง ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน “หรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย”

พร้อมออกมาย้ำชัดว่า“สภามหาวิทยาลัยที่อธิการบดีเกิน 60 ปีต้องไปพิจารณาโดยยึดบรรทัดฐานคำพิพากษาของศาลปกครอง และจะนำเสนอรายชื่ออธิการบดีเกษียณกลับไปให้สภามหาวิทยาลัยทบทวนใหม่”

ทั้งหมดนี้จึงขึ้นอยู่กับสภามหาวิทยาลัยและตัวอธิการบดีว่าจะหาทางออกอย่างไร หรือจะปล่อยให้ยืดเยื้อ มีการฟ้องร้อง ซึ่งย่อมไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน

ส่วนตัวมองว่าการตั้งอธิการบดีที่อายุเกิน 60 ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร หากยังมีศักยภาพที่จะทำงานเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยได้

เพราะแม้แต่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกส่วนใหญ่ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขอายุเอาไว้

อาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอที เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ให้ข้อมูลว่า “มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียไม่ได้มีการกำหนดอายุเพราะจะเป็นการกีดกันหรือเลือกปฏิบัติ ซึ่งผิดกฎหมายของออสเตรเลีย แต่การดำรงตำแหน่งอธิการบดีได้แค่ 2 สมัยเท่านั้น”

แต่เมื่อมองย้อนมาที่บ้านเราแล้ว เฉพาะมหาวิทยาลัยรัฐของที่เป็นปัญหาหลายแห่ง ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่

อย่างที่ทราบกันว่า หลายคนเมื่อดำรงตำแหน่งครบ 2 สมัยจะเว้นวรรคไปเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยอื่นแล้วกลับมาที่เดิม กลายเป็นเก้าอี้ดนตรี ผลัดกันดำรงตำแหน่ง

ทำให้เกิดสภาพหลายคนแม้อายุ 70 กว่าปียังเป็นอธิการบดี

จนนำมาซึ่งการฟ้องร้องศาลปกครองอีก 6-7 แห่งในปัจจุบัน

เฉพาะปีงบประมาณ 2562 กลุ่ม มรภ.และ มทร.ได้รับจัดสรรงบประมาณกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบเพื่อการพัฒนามหาวิทยาลัย

การไม่ยอมถอดหัวโขน ยึดติดกับเก้าอี้อธิการบดีของหลายคน จึงเลี่ยงไม่พ้นที่จะถูกตั้งคำถามว่า ต้องการอยู่และเข้ามาเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างแท้จริงหรือไม่

ทำไมไม่ผลักดันให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาสานต่อเพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยให้ดียิ่งขึ้น

สุพัด ทีปะลา