บทความวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงพัฒนา ที่ผู้เขียนได้นำเสนอปริญญานิพนธ์ต่อมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ด้วยเล็งเห็นว่าการศึกษาในฐานะเป็นเครื่องมือพัฒนาคน องค์ความรู้ต่างๆ ควรจะมีการค้นหาโดยเฉพาะปรัชญาหลักคิดทางการศึกษาของโลกตะวันออก ในนามพุทธปรัชญา บางครั้งเราลืมหรือลดความสำคัญ ทำให้หลักคิดพุทธปรัชญาทางการศึกษาไม่พัฒนาเชิงวิจัย ประมวลเหตุผลดังกล่าวจึงเกิดการวิจัยนี้ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา หลักสติปัฏฐาน และนำผลที่ได้จากการวิเคราะห์องค์ประกอบในแต่ละด้านไปพัฒนาเป็นนวัตกรรม ชุดกิจกรรมพัฒนา และประเมินผลการทดลองใช้นวัตกรรม
เมื่อกล่าวถึง หลักสติปัฏฐาน ขอขยายความอย่างง่ายเพื่อความเข้าใจ คือการมีสติเฝ้าสังเกต ทางการศึกษาเรียกว่าการประเมินผลพฤติกรรม (ละเอียดสุดทุกขณะจิต) ซึ่งมีฐานหลักประกอบด้วย ทางกาย ความรู้สึก (เวทนา) ความคิด (จิต) และธรรม (ปัญญา) ซึ่งปัจจัยทั้งสี่ด้านนี้สัมพันธ์กับพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งสังเกตเห็นและแฝงเร้นแทรกซ้อนอยู่ วิธีการโดยวิเคราะห์องค์ประกอบแล้วพัฒนาเป็นแบบสอบถามจากตัวแปรด้านกาย เวทนา จิต ธรรม ให้ครอบคลุมพฤติกรรมทั้งสี่ด้าน เพื่อวิเคราะห์หาปัจจัยสัมพันธ์กับสุขภาวะทางปัญญาอย่างไร โดยใช้หลักการพัฒนา (ภาวนา 4) ประกอบการสร้างแบบสอบถาม
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักศึกษาสาขาอุตสาหกรรมบริการจากสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 5 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ธุรกิจบัณฑิตย์ ศรีปทุม รังสิต และวิทยาลัยดุสิตธานี ซึ่งผู้วิจัยใช้วิธีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ได้จำนวน 343 คน
จากการศึกษาวิเคราะห์องค์ประกอบ หลักสติปัฏฐาน (ผู้วิจัยขอใช้ว่า นวัตกรรมทางจิต) พบว่าเป็นทฤษฎีที่ถูกต้อง เพราะเป็นกระบวนทางวิจัย (โพชฌงค์) โดยเริ่มจากสติ สติเป็นปัจจัยหลักแทรกและฝังตัวทำหน้าที่ร่วมกับพฤติกรรมทางกายและความคิด ความฉลาดทางอารมณ์ อนึ่งนั้นความคิด (จิต) เป็นเครื่องมือในการวิจัย มีความเป็นนามธรรมจึงมีความยากในการสร้างเครื่องมือมาวัดพอสมควร จากการศึกษาพบว่า หลักสติปัฏฐานเป็นรูปแบบอบรม ฝึกฝน หรือการบริหารจิตที่ถูกต้อง (เป็นทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ) เป็นวิธีวิทยาเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ในทุกระดับ ในทุกยุคทุกสมัย ตราบเท่าที่มนุษย์ยังต้องอาศัยปัญญา ความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมต่างๆ ขับเคลื่อนสังคม
จากการวิเคราะห์องค์ประกอบพบว่า สุขภาวะทางปัญญาตามหลักสติปัฏฐานมีค่าไอเกน (Eigenvalue) มากกว่า 1.00 โดยด้านกายสามารถอธิบายความแปรปรวนสะสมได้มากที่สุดร้อยละ 31.45 ส่วนความรู้สึก (เวทนา) สามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 8.66
ด้านจิต (ความคิด) สามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 4.00 และด้านธรรม (ปัญญา) สามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 3.71
โดยทุกองค์ประกอบสามารถอธิบายความแปรปรวนสะสมได้ร้อยละ 47.83
อธิบายได้ว่า มนุษย์แสดงพฤติกรรม (กาย) ภายใต้ความรู้สึกเป็นด้านหลักในชีวิตประจำวันซึ่งสังเกตเห็นได้ง่าย ดังนั้น กิจกรรมใดที่เกี่ยวกับความรู้สึก จึงได้รับความตอบสนองเร็ว ความสุขมักตอบสนองในด้านนี้เป็นด้านหลัก ส่วนจิตในฐานะเป็นศูนย์รวมรองรับความรู้สึกต่างๆ จากความจริง การระบบการศึกษา หรือความจริงของชีวิตประจำวัน มักเน้นวัตถุ หรือเครื่องมือศึกษาอยู่ที่วัตถุภายนอก (กาย) อาการที่จิตรองรับความรู้สึกต่างๆ แล้วแปรผลเป็นพฤติกรรมนั้น จึงมีอาการไหวไหลตามความรู้สึกต่างๆ ความสุขมักอิงกับความรู้สึกโดยมีสิ่งเร้าคอยเป็นอาหารกระตุ้น การได้ครอบครองสิ่งเร้า เป็นตัวชี้วัดว่า สุข อาการจึงไหลหรือขึ้นลงตามสิ่งเร้า
ในทางตรงกันข้าม หากจิตมีการบริหาร โดยมีสติเป็นเครื่องมือคอยเฝ้าตามระวัง จิตจะตื่นรู้คอยประเมินผลรายงานจิต มีท่าทีหันหัวขบวนไม่ไหลตามความรู้สึก การบริหารจิตให้มีพลังพร้อมดึงปัญญา (ธรรม) มาขับเคลื่อนพฤติกรรม สังคม และประเทศนั้น เป็นความท้าทาย เพราะอาการที่จิตมีโปรตีนทางธรรม เป็นกระบวนการของจิตและปัญญาเสริมส่งระหว่างกัน จึงเป็นจิตตื่นรู้ และเป็นตัวชี้วัดสุขภาวะของมนุษย์
สติปัฏฐาน จึงเป็นนวัตกรรมทางจิต ที่ผู้วิจัยพัฒนาเป็นรูปแบบชุดกิจกรรมบริหารจิต (พัฒนา) ได้ทดลองใช้กับกลุ่มทดลองจำนวน 30 คน เพื่อยืนยันว่าสติปัฏฐานเป็นนวัตกรรมทางจิตที่สามารถนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง สอดคล้องสังคมยุค 4.0 การพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาตามหลักสติปัฏฐาน เป็นมรรควิธีสร้างสุขภาวะแก่มนุษยชาติ เป็นได้ทั้งในส่วนของการพัฒนาคุณภาพของอารมณ์ (EQ) และปัญญา (IQ) ผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบของสุขภาวะทางปัญญาด้วยหลักสติปัฏฐานหลังทดลองใช้
กิกรรมที่พัฒนาขึ้น มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (x^2=1.63df=1 p=.20 GFI=0.99 AGFI=0.97 CFI=0.99 RMSEA=0.04 RMR=0.00 CN=1393.36) ซึ่งทุกองค์ประกอบมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และการศึกษาประสิทธิผลของชุดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะทางปัญญาด้วยหลักสติปัฏฐาน
พบว่า ค่าเฉลี่ยของสุขภาวะทางปัญญาหลังใช้ชุดกิจกรรมทั้งโดยรวมและทุกด้านคือ ด้านกาย ด้านความรู้สึก (เวทนา) ด้านจิต (ความคิด) และด้านธรรม (ปัญญา) สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนใช้ชุดกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

