รัฐบาลปิดงบประมาณปี 2561 อย่างเป็นทางการไปเรียบร้อย เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาแล้ว
ปีนี้การเบิกจ่ายงบลงทุนยังคงต่ำกว่าเป้าหมายเหมือนเดิม
แต่ที่น่าสงสัยก็คือ รัฐบาลออกมาประกาศตั้งนานแล้วว่าจะเร่งขับเคลื่อนการใช้งบ
เพราะหวังจะให้การลงทุนภาครัฐ เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
แทนการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหมือนที่ผ่านมา
แต่พอถึงเวลาเอาเข้าจริง การลงทุนภาครัฐกลับไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย
การเบิกจ่ายงบประมาณปี 61 เบิกจ่ายไปได้ประมาณ 90% จากเป้าหมาย 92.66% โดยงบประจำ 2.24 ล้านล้านบาท เบิกจ่ายไปเกือบ 100%
แต่งบลงทุน 6.59 แสนล้านบาท เบิกจ่ายเพียง 50% กว่า ยังต่ำกว่าเป้าหมายราว 30% จากรัฐบาลตั้งเป้าไว้ 84.48%
ในส่วนของงบลงทุนมีการก่อหนี้ผูกพันแล้ว หรือทำสัญญาลงทุนกับเอกชนแล้ว วงเงิน 4.57 แสนล้านบาท คิดเป็น 69.29% ของงบลงทุนรวม
คาดว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการจนถึงสิ้นปีงบประมาณการเบิกจ่ายงบลงทุนยังต่ำกว่าเป้าหมาย 20-30%
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนต่ำกว่าเป้าหมาย มาจากความกังวลต่อพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐใหม่
และความกังวลต่อการตรวจสอบของหน่วยงานที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว
ทำให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังการเบิกจ่ายงบลงทุนจะขัดต่อกฎหมาย
จึงมีความเข้มงวดการเบิกจ่าย เช่น การพิจารณาตรวจรับงานก่อสร้าง ใช้ระยะเวลานานขึ้น
แม้ว่ากฎหมายจัดซื้อจัดจ้างบังคับใช้มาประมาณ 2 ปีแล้วก็ตาม
นอกจากนี้ ยังเกิดจากกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ มีรายละเอียดเปิดช่องให้ผู้เข้าร่วมประมูลสามารถยื่นอุทธรณ์ผลการประมูลได้ง่าย
ทำให้โครงการต่างๆ ยิ่งล่าช้าเข้าไปอีก
แม้ว่าที่ผ่านมากรมบัญชีกลางพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ
เพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นไปด้วยความรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น
แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก
ประเด็นนี้ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี อนาไลติกส์ ถึงกับแสดงความผิดหวังกับการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐล่าช้า
เพราะโครงการลงทุนต่างๆ มีผลต่อเนื่องถึงโครงการลงทุนของเอกชน
แม้ก่อนหน้านี้จะมีการแก้ไข พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐใหม่ ทำให้การเบิกจ่ายล่าช้า
ผลกระทบน่าจะทยอยหมดไปในช่วงครึ่งปีแรก 2561 แล้ว
แต่การเบิกจ่ายงบประมาณก็ยังล่าช้าอยู่
โชคยังดีมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมอาจจะไม่มากนัก
เพราะปีนี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจต่างๆ ทำงานได้ดี ทั้งการบริโภคเอกชน การลงทุนเอกชน
ขณะที่การส่งออกและการท่องเที่ยวก็ยังขยายตัวดีเช่นกัน
ทำให้คาดว่าอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจหรือจีดีพีที่ 4.5%
ส่วนโอกาสจะขยายตัวถึง 5% ตามที่รัฐบาลประกาศไว้คงยาก
เพราะเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวของการส่งออก จากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ
แสดงให้เห็นว่าสรุปแล้วรัฐบาลปิดปีงบประมาณ 2561 แบบจบไม่สวย
จึงมีคำถามถึงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง
เพราะอะไรถึงแก้ไขไม่ได้ ทั้งที่รับรู้ปัญหามานานแล้ว
ยังปล่อยให้ยืดเยื้อ จนกลายเป็นตัวถ่วงแทนที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตามเป้าหมายของรัฐบาล
สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

