คุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชาติบ้านเมืองสิ่งหนึ่งก็คือระบบการศึกษาในประเทศนั้นๆ ที่มีการกำหนดนโยบายของฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลไปยังเด็กเยาวชนผู้คนในชาติ โดยคาดหวังว่าเขาเหล่านั้นจะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเป็นอารยประเทศเสมือนกับบางประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการพัฒนาแล้ว
เมืองไทยเราถูกกล่าวขานในเรื่องระบบการศึกษามาหลายทศวรรษในหลากหลายบริบท ทั้งการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษา ระบบธุรกิจการศึกษา ค่านิยมในการแข่งขันกันเพื่อให้บุตรหลานเข้าศึกษาเล่าเรียนในสถาบันหรือมหาวิทยาลัยที่ต้องการ อาจจะรวมไปถึงปัญหาอำนาจผลประโยชน์ในแวดวงการศึกษา การคอร์รัปชั่นทุจริต ธรรมาภิบาล ยุวอาชญากรรมที่ทำให้เด็กและเยาวชนของชาติต้องอยู่ในที่จองจำซึ่งอาจจะขาดโอกาสในการศึกษาเล่าเรียนหรือพัฒนาเพื่อให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ
การศึกษาวอลดอร์ฟ (Waldorf Education) เป็นระบบการศึกษาทางเลือกหนึ่งทั้งของสังคมไทยและสังคมโลก โดยมีนักปรัชญาที่ชื่อ รูดอล์ฟ สไตเนอร์ (1861-1925) ชาวเยอรมัน โดยได้มีการเริ่มตั้งโรงเรียนแห่งแรกหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกที่ชื่อ “ทฤษฎีว่าด้วยความรู้” และผลงานชิ้นเอกก็คือ “The Philosophy of Freedom” หรือปรัชญาแห่งความเป็นอิสระและหลุดพ้น โดยศึกษาถึงธรรมชาติและการแสวงหาความจริงของมนุษย์ปรัชญา (Anthroposophy)
อาจจะด้วยของภาวะของสงครามโลกที่สร้างความเสียหายให้กับมนุษยชาติ ทั้งการตาย บาดเจ็บ การทำร้ายกันด้วยอาวุธสงคราม ผู้คนมีความเดือดร้อนทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การก่อตั้งโรงเรียนหรือขยายแนวคิดดังกล่าวก็เพื่อต้องการให้สังคมโลกได้แสวงหาความจริงเพื่อให้โลกได้มีความเป็นอยู่อย่างสงบสุข ปราศจากการเบียดเบียนหรือทำร้ายซึ่งกันและกัน โดยมีเป้าหมายหลักก็คือ การศึกษาที่สร้างความสัมพันธ์กับโลกโดยผ่านกิจกรรมทางกาย อารมณ์ความรู้สึก และผ่านระบบความคิดสติปัญญา
วอลดอร์ฟ เน้นการศึกษาแบบเคลื่อนไหวจากส่วนลึกของจิตวิญญาณเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นทั้งนามธรรมและรูปธรรมแต่ละช่วงวัย อาทิ ในอายุ 0-7 ปี ในระดับความตระหนักรู้ยังมีความไม่รู้ตัว รู้สึกประทับใจในผู้ที่เป็นต้นแบบ และการเรียนรู้จำเป็นต้องรู้ว่าโลกที่เขามีชีวิตอยู่นี้ดีและมีความสุข ขณะที่อายุ 7-14 ปี ความตระหนักในการเรียนรู้เสมือนกึ่งความฝัน มีความรักประทับใจในผู้นำและโลกนี้ จำเป็นจะต้องมีผู้นำที่ดีและมีคุณธรรม ส่วนในระดับที่อายุ 14-21 ปี มีระบบการพัฒนาในร่างกายที่สร้างความคิดและเหตุผล ศรัทธาในความถูกต้องและอุดมการณ์ และมีความจำเป็นจะต้องเรียนรู้โลกแห่งความเป็นจริง
ศาสตร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้องของการศึกษาวอลดอร์ฟก็คือ อาทิ แพทย์ เภสัชกรรม วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เกษตรกรรม การละคร ดนตรี ศิลปะการเคลื่อนไหวแบบยูริธ (เสียงพูดหรือดนตรีที่สำผัสได้สร้างความสมดุลให้กับชีวิต) มี การศึกษาพิเศษ ศิลปะบำบัด จิตวิทยาการแนะแนว ระบบการศึกษาดังกล่าวได้มีการขยายผลไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากกว่า 56 ประเทศ
เมืองไทยเราในปัจจุบันนี้ได้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 ที่ได้เดินคู่เคียงกับยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาล คสช.ในระยะเวลา 20 ปี โดยขับเคลื่อนประเทศไปในสังคมดิจิทัลแบบก้าวกระโดด จำนวนของเด็กที่เกิดลดน้อยลง การมีผู้สูงอายุในจำนวนที่มากขึ้น การที่ต้องพัฒนาศักยภาพของคนในชาติของสังคมยุค 4.0 โดยในยุทธศาสตร์ที่ 1 ในหมวดการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงและสังคมและประเทศชาติ สาระหนึ่งก็คือ ต้องพัฒนาเด็กเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือพื้นที่พิเศษให้มีคะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในแต่ละวิชามีคะแนนผ่านร้อยละ 50 และคนทุกช่วงวัยจะต้องได้รับการศึกษา ได้รับการดูแลและป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ของชีวิต หรือต้องจัดการศึกษาแบบบริหารความขัดแย้งและสันติวิธี
ขณะเดียวกัน ข้อมูลหนึ่งก็คือ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กล่าวถึง หลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ถึงการควบรวม ลดขนาดโรงเรียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาโดยมีผู้แทนจากธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ โดยกำหนดให้มีจำนวนนักเรียนต่อครูอยู่ที่ 17:1 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีที่สุด แต่เมื่อลงไปในรายละเอียดก็คือปัญหาของการขาดครูผู้สอน
นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธาน กพฐ. ให้ข้อมูลที่เวิลด์แบงก์นำเสนอว่า 6 ปีที่ผ่านมา มีนักเรียนลดลง 2 ล้านคน จาก 9 ล้านคน ปัจจุบันคงเหลืออยู่ 7 ล้านคน และในอีก 6 ปีข้างหน้าจะลดลงอีก 2 ล้านคน จะมีนักเรียนทั้งประเทศประมาณ 5 ล้านคน จากโรงเรียนในสังกัดกว่า 3 หมื่นโรงเรียน ในจำนวนนี้ 1.5 หมื่นโรงเรียนเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นส่วนหนึ่งที่ฉุดคุณภาพการศึกษา ปัญหาการขาดแคลนครูในพื้นที่กันดาร ส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถควบรวมได้ก็คือ อยู่ห่างไกล ตามภูเขา เกาะ ซึ่งมีประมาณ 2.7 พันโรงเรียน และภายในสามปีข้างหน้า จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กควรจะเหลือไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 7.5 พันโรงเรียน (มติชนรายวัน 29 กันยายน 2561 หน้า 17)
ระบบการศึกษาในสังคมไทยเรายังมีความย้อนแย้งในหลากหลายบริบท ปัญหาหนึ่งในกระทรวงศึกษาธิการก็คือความขัดแย้งระหว่างผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) กับศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ที่ยาวนานเกือบจะสองปี โดยเริ่มจากคำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560 ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในข้อ 13 ที่กำหนดให้อำนาจการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดและกรุงเทพฯ ตามมาตรา 53 (3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เดิมอำนาจเป็นของ ผอ.สพท. โดยเปลี่ยนมาเป็นของ ศธจ.โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ความขัดแย้งดังกล่าวโยงไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการครู การเลื่อนวิทยฐานะ เลื่อนเงินเดือนครูและสภาพของปัญหาอื่นๆ ที่ตามมา สภาพดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วและดูเสมือนว่าจะเป็นคลื่นใต้น้ำที่วันหนึ่งอาจจะพัดพาเรือนาวาของรัฐบาล คสช.ให้เดินผิดทาง หากวันข้างหน้าจะมีการเลือกตั้งเพื่อให้ประเทศชาติเป็นประชาธิปไตย ใครผู้ใดจะออกมารับผิดชอบ
หลักการหนึ่งของวอลดอร์ฟก็คือ การบริหารความขัดแย้งเพื่อให้เกิดสันติภาพภายในจิตใจของคนหรือมนุษย์ โดยให้คนแต่ละคนได้มองเห็นถึงเป้าหมายปลายทางที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงของมนุษยชาติ กิจกรรมหลักก็คือความคิดที่ถูกต้อง หรือศาสนาพุทธเรียกว่าสัมมาทิฐิ ผ่านอารมณ์ความรู้สึกที่ประกอบด้วยปัญญาที่ปราศจากอคติ และนำไปสู่การปฏิบัติหรือใช้จริงอย่างถูกต้องแบบสากล
การเรียนของวอลดอร์ฟ จะเน้นไปในการเรียนแบบธรรมชาติ ไม่มีห้องเรียน ไม่มีกระดานดำ แต่จะมีมุมต่างๆ ให้ได้เรียนรู้อย่างอิสระและสร้างสรรค์ หากเด็กจะเล่นตุ๊กตา เล่นรถ ก็จะมีอุปกรณ์ที่ทำจากการประดิษฐ์และออกแบบจากเด็กๆ โดยจากต้นไม้จากธรรมชาติ การเล่นจากเศษผ้าที่เหลือใช้ ท่อนไม้ เปลือกไม้ ลูกหิน ลูกสน การปั้นรูปต่างๆ ด้วยดินเหนียว การวาดรูปด้วยสีน้ำ การร่วมกันปลูกผัก ทำอาหาร รวมถึงการล้างจานเก็บอย่างมีระเบียบ ครูเป็นเพียงผู้ดูแลใส่ใจในรายละเอียด ครูไม่สามารถที่จะบังคับเด็กๆ ให้ทำตามคำสั่งของครู แต่จะมีความยืดหยุ่นในกิจกรรมและความคิดของเด็กๆ
ผู้เขียนเข้าใจว่าโรงเรียนในเมืองไทยเรายังมีจำนวนไม่มากนัก ที่นำหลักการแนวคิดของวอลดอร์ฟมาปรับใช้หรือนำมาเป็นแผนปฏิบัติการของโรงเรียนอย่างชัดเจน จะมีบ้างก็เป็นโรงเรียนเอกชน เจ้าของหรือผู้บริหารที่ได้เล็งเห็นถึงการพัฒนาการของเด็กเยาวชนไทยส่วนหนึ่งที่ต้องเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ สิ่งหนึ่งที่เราท่านต้องการก็คือคนที่มีคุณภาพของชาติบ้านเมือง ทั้งความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ขยันหมั่นเพียร เห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมถึงมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวและชาติบ้านเมือง
เวลานี้ปี่กลองทางการเมืองเริ่มจะโหมโรงแล้ว ทั้งนักการเมืองรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ต่างออกมาร่ายรำในเวทีของการเมืองไทย เราที่คาดหวังว่าจะมีการเลือกตั้งในต้นๆ ของปีหน้า การควบรวมแก๊ง/ก๊วน การดูดจำนวนผู้ที่ต้องการคะแนนเลือกตั้งเพื่อเข้าไปเป็นผู้แทนของประชาชนในสภาอันทรงเกียรติ ความคาดหวังของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีในกระทรวงเกรดเอ อำนาจและผลประโยชน์ที่จะตามมาของความเป็นนักการเมืองไทยเรา ซึ่งมีทั้งตำนานและเรื่องเล่าอย่างไม่รู้จบที่ยาวนานหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ส่งผ่านรุ่นลูกหลานซึ่งจะต้องมาทำหน้าที่รับผิดชอบต่อชาติบ้านเมืองในวันข้างหน้า เราท่านจะได้พบประชาธิปไตยที่แท้จริงหรือไม่
การศึกษาของคนในชาติระดับหนึ่งที่เป็นดัชนี้ชี้วัดคุณภาพของชาติบ้านเมือง ก็คือระดับอุดมศึกษา ทั้งระดับปริญญาตรี โท เอก ต่างมีรายวิชา สาขา คณะ ที่เป็นความถนัดชอบของแต่ละคน ข้อเท็จจริงหนึ่งที่เชื่อว่าเมื่อจบการศึกษาในแต่ละระดับแล้วจะต้องได้รับค่าตอบแทนหรือเป็นจำนวนเงินเดือนในแต่ละตัวเลขที่มิได้มีความเท่าเทียมกัน หรือสถานภาพของผู้ที่จบการศึกษาจากสถาบันหนึ่งจะต้องเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบปกครองชาติบ้านเมืองแต่เพียงผู้เดียว หรือพรรคพวกตนเพียงอย่างเดียวก็อาจจะเป็นสิ่งที่ชาวโลกต่างมีคำถามมากมาย อาทิ รัฐบาลของ คสช. ที่มีผู้คนรอบๆ ตัวส่วนหนึ่งมาจากกองทัพ จากการปฏิวัติรัฐประหาร สิ่งหนึ่งที่ดูเสมือนเห็นผลทันตาก็คือ มาตรา 44
สไตเนอร์ นักปราชญ์ผู้ริเริ่มแนวคิดของปรัชญาแห่งความเป็นอิสระและหลุดพ้น ได้มอบความจริง ความดี ความงามในธรรมชาติของมนุษยชาติเอาไว้ ซึ่งอาจจะสอดคล้องกับความเชื่อของศาสนาที่ทุกๆ คนเข้าถึงความเป็นจริงและความสุขในโลกของพระเจ้าได้ ในศาสนาพุทธก็มีหลักการที่หลากหลายที่คล้ายๆ กับของวอลดอร์ฟ หลักการหนึ่งในระดับชาวบ้านก็คือศีลห้า หลักการครองเรือน หลักธรรมาภิบาลในการประกอบอาชีพการงาน อาจจะรวมไปถึงหลักของทศพิธราชธรรมที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านได้นำมาเป็นหลักการหรือแนวทางสร้างความสุขให้แก่ประชาชนชาวไทยจนแม้กระทั่งถึงวันสวรรคต
มีคำถามมากมายในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปการเมืองและปฏิรูปในเรื่องอื่นๆ ปัญหาระบบการศึกษาในสังคมไทยเรายังคงมีสภาพปัญหาที่มีความละเอียดอ่อน ทั้งในบริบทของนามธรรมและรูปธรรม และแนวโน้มจะมีสภาพปัญหาที่สลับซับซ้อนกันมากขึ้นในอนาคต รัฐบาลของ คสช.ซึ่งมีอำนาจและดาบอาญาสิทธิ์ปกครองประเทศมามากกว่า 4 ปี วันเวลาของอำนาจทางการเมืองในวันข้างหน้า หากมีโอกาสที่จะได้ดูแลบ้านเมืองเพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน คาดหวังจะเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีจะเสียของหรือไม่ เด็กเยาวชนไทยทั้งชาติยังคงรอวันเวลาแห่งความสำเร็จสมหวังของเมืองไทยเราจากผู้ใหญ่ในวันนี้
เฉลิมพล พลมุข

