คณะรัฐมนตรีได้มีมติในคราวประชุมวันที่ 22 ธันวาคม 2558 ให้จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบขึ้นอย่างเร่งด่วน และถือเป็นผลงานสำคัญโดนเด่นที่สุดของรัฐบาลนี้
เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง และขอบคุณเป็นที่สุด
เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้จัดตั้งขึ้นแล้ว และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างรุนแรงและรวดเร็วตามเจตนารมณ์ของศาลดังกล่าว หรือศาลคดีคอร์รัปชั่น (Corruption Court) เชื่อว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทยจะได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี และรวดเร็ว น่าจะทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นจะค่อยๆ ลดลงโดยลำดับ
และคาดหวังว่า สังคมไทย ประเทศไทยในอนาคต…”ข้าราชการเลวๆ นักการเมืองชั่วๆ ทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น จะค่อยๆ ลดลงและหมดไปในที่สุด”
ปกติแล้วรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะออกกฎหมายหรือทำบางสิ่งบางอย่างได้ยากเป็นอย่างยิ่ง เช่น ออกกฎหมายเรียกเก็บภาษีมรดก ออกกฎหมายเก็บภาษีที่ดินก้าวหน้า หรือแม้ออกกฎหมายจัดตั้งศาลคดีคอร์รัปชั่น (Corruption Court) เป็นต้น
จึงเป็นโอกาสที่ดีเลิศที่สุดที่รัฐบาลนี้มองเห็นความจำเป็นและความสำคัญในการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือศาลคดีคอร์รัปชั่น (Corruption Court) ดังกล่าวขึ้นอย่างเร่งด่วน
แต่เพื่อตั้งเป็นข้อสังเกตและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชั่น ซึ่งมีมาในสังคมไทยอย่างช้านานและรุนแรง อันจะพึงเป็นประโยชน์ในการพิจารณายกร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ บางประการ กล่าวคือ
ประการแรก
เขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ควรจะต้องครอบคลุมผู้กระทำความผิดทั้งระบบ คือทั้งข้าราชการร่วมมือกับเอกชน หรือข้าราชการร่วมมือกับนักการเมืองทั้งระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น หรือกรณีบริษัทเอกชนหรือบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ทำการทุจริตหรือร่วมมือกับเอกชนอื่นหรือผู้อื่นทำการทุจริตประพฤติมิชอบในองค์กรธุรกิจดังกล่าวในทุกกรณี แม้แต่เอกชนเพียงฝ่ายเดียวเป็นผู้กระทำการดังกล่าวด้วย
ประการต่อมา
เขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ควรจะครอบคลุมงบประมาณแผ่นดินทั้งระบบ คืองบประมาณส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รวมทั้งรัฐวิสาหกิจของรัฐต่างๆ อย่างครบถ้วน ร่วมถึงรายได้ที่องค์กรของรัฐจัดเก็บในรูปแบบอื่นๆ ทั้งหมด
ประการต่อมา
เขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ควรต้องครอบคลุมผู้กระทำความผิดนอกงบประมาณแผ่นดินด้วย คือกรณีข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต และได้รับประโยชน์เป็นทรัพย์สินหรือเงินอื่นๆ นอกงบประมาณแผ่นดินด้วย หรือจากประชาชนในทุกรณี
ประการต่อมา
กฎหมายวิธีพิจารณาความในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ นอกจากใช้ระบบไต่สวนแทนระบบกล่าวหาการพิจารณาคดีต้องเร่งด่วน เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วให้อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์เท่านั้น คือ พึงที่สุดในศาลอุทธรณ์คดีจะเสร็จอย่างรวดเร็ว “เพราะความล่าช้า ไม่ทำให้เกรงกลัว” จะได้หมดไป เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์สำคัญสูงสุดในข้อนี้ ควรกำหนดให้การสอบสวนกระทำให้แล้วเสร็จและฟ้องคดีต่อศาลภายในสามเดือน หรือหกเดือน นับแต่มีการกล่าวโทษหรือร้องทุกข์แล้วแต่กรณี เป็นต้น
ประการสุดท้าย
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เป็นศาลชำนัญพิเศษ จัดตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์เป็นการเฉพาะเพื่อปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชั่น ให้หมดไป และยอมรับความจริงว่า “เงินงบประมาณแผ่นดิน คือเงินและทรัพย์สินของประชาชน” ควรยกร่างกฎหมายวิธีพิจารณาความให้ “ประชาชนเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายด้วย” จะได้ทำหน้าที่เฝ้าทรัพย์สินของตนเองได้ และปัจจุบันประมวลกฎหมายอาญา เอาโทษทั้งผู้รับสินบนและผู้ติดสินบนเข้าทำนอง “หมาก็ผิด แมวก็ผิด” จึงช่วยกันปิดบังความผิด เป็นช่องว่างให้กฎหมายล้มเหลว ควรยกร่างกฎหมายโดยกันผู้ตัดสินบนไว้เป็นพยานแทนระบบเดิม น่าจะมีผลสำเร็จที่ดีกว่า และหากล้มเหลวหรือไม่ดีขึ้นก็ยังมีหนทางแก้ไขปรับปรุงได้ น่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้
“หลายคนกล่าวว่า ปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่นในสังคมไทยหยั่งรากลึก ยากในการแก้ไข คงแก้ไขไม่ได้แล้ว” พูดเหมือนจะยอมแพ้ ความจริงแพ้ไม่ได้ ประเทศชาติจะแพ้ไม่ได้ จำต้องหาหนทางแก้ไขให้ได้ เพื่อลูกเพื่อหลาน เพื่ออนุชนของชาติรุ่นต่อๆ ไป
สำคัญที่สุดคือว่า
ขอให้รัฐบาล คสช. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกสภาปฏิรูป ได้โปรดเร่งพิจารณาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติจัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้แล้วเสร็จโดยเร็วด้วยเถิด เพื่อเป็นผลงานที่สำคัญที่สุดของรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อ “ช่วยกันกู้ชาติให้พ้นจากทาสคอร์รัปชั่น” ประเทศไทย สังคมไทย ก็จะเป็นเช่นสยามเมืองยิ้มเหมือนที่ผ่านมาแล้วเถิดครับ

