ต้องขอบคุณ “ปอ” ทฤษฎี สหวงษ์
เพราะ “ปรากฏการณ์” ที่เขาทำให้เกิดขึ้นนั้น
ทำให้เราพูดถึง “คนดี” ได้เต็มปากเต็มคำอีกครั้ง
น่าตกใจเหมือนกัน เมื่อย้อนกลับไปทบทวนว่าเราพูดถึง “คนดี” โดยไม่มีคำถามหรือไม่มีน้ำเสียงประชดประชันเจืออยู่ครั้งสุดท้ายเมื่อใด
อืม…นานเหมือนกันแฮะ
เพราะเหตุนี้ถึงได้ขอบคุณปอ ที่ทำให้เราพูดถึงความดีได้เต็มเสียง
และน่าจะรวมถึงคำว่า “ไร้เดียงสา” ที่น้องมะลิทำให้เกิด “ปรากฏการณ์มะลิ” ด้วยเช่นกัน
ขอบคุณเธอที่ทำให้เราได้สัมผัสคำว่า “ไร้เดียงสา” อันแท้จริงว่าเป็นอย่างไร
และเมื่อมาถึงตรงนี้ คงต้องเตือนผู้ที่หลงใหลความไร้เดียงสาของน้องมะลิเอาไว้สักนิด
นั่นคือ อย่าคาดหวังให้น้องมะลิแบกคำว่าไร้เดียงสาไปตลอดชีวิตอย่างเด็ดขาด
เธอต้องเติบโตไปบนหนทางของเธอเอง
แน่นอน อาจจะไม่น่ารักเหมือนเดิม
แต่เราก็ไม่มีสิทธิ “แช่แข็ง” ความไร้เดียงสาเอาไว้เพื่อชื่นชมตลอดไป
ใครคิดจะแช่แข็ง ผิดหวังสถานเดียว
เพราะเป็นไปไม่ได้และไม่ควรกระทำด้วยประการทั้งปวง
ปล่อยให้มะลิเติบโตไปตามวัยของเธอโดยอิสระเถิด
การพยายามให้ผู้อื่นเป็น “ผู้ไร้เดียงสา” ตลอดกาล แม้จะเป็นความหวังดีอย่างไรก็ตาม
จะถือเป็นบาปอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะ “ผู้ปกครอง” ที่มีอำนาจมากล้นนั้น
มักจะเผลอตัวเสมอว่า “ผู้ใต้ปกครอง” เป็นผู้ไร้เดียงสา มิอาจยืนบนลำแข้งตัวเองได้
หากปล่อยให้ออกไปเผชิญโลกกว้าง อาจจะเจอนักการเมืองเลวๆ ทุนนิยมสามานย์ๆ ครอบงำ
ดังนั้น “ข้าพเจ้า” จึงมีภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ที่ะต้องปกป้องดูแลไม่ให้ “ผู้ใต้ปกครอง” เผชิญในสิ่งอันเลวร้ายนั้น
จึงต้องคิดและออกแบบเพื่อที่จะปกป้องดูแล “ผู้ใต้ปกครอง” ไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
มิใช่เพียงปีสองปี อาจลากยาวไปถึง 20 ปีข้างหน้าโน้นเลยทีเดียว
ดูเหมือนดี แต่มันผิดธรรมชาติ
เพราะผู้ใต้ปกครองมิได้ไร้เดียงสาตลอดกาลอย่างที่เข้าใจ
หากแต่มีพลวัตอยู่ตลอดเวลา
อาจจะตกหลุมตกบ่อ หกล้ม หัวฟาด เลือดไหล ทุลักทุเล ต้องนั่งพักบ้าง
แต่ก็คงต้องลุกเดินด้วยตนเองต่อไป
ใครที่มีความปรารถนาดีอย่างยิ่งยวด คิดจะช่วยหิ้วปีกตลอดกาล เป็นไปได้แค่ความเพ้อฝัน
เพราะไม่มีซุปเปอร์ฮีโร่ในโลกแห่งความเป็นจริง
ดังนั้นคงต้องทำใจเปิดกว้าง มิฉะนั้นจะต้องอารมณ์เสียตลอดเวลา
ดูอย่าง “รัฐธรรมนูญ” ที่กำลังจะเสร็จเป็นรูปเป็นร่างขณะนี้ก็ได้
คนสั่งร่างและคนร่างอาจจะมากด้วยความห่วงใย-หวังดี พยายาม “ยัด” เอาความปรารถนาดีที่ตนเองมีลงไปให้มากที่สุด
แทนที่รัฐธรรมนูญจะเป็นกฎให้เดินไปบนระบอบประชาธิปไตยอย่างราบรื่น นุ่มนวล
กลับกลายเป็นกฎเหล็กมากด้วยข้อกำหนด ไล่ กำกับ ควบคุม ดูแล ข้อห้าม และบทลงโทษ ตั้งแต่เบาไปถึงขั้นประหารชีวิตทางการเมือง
โดยหวังจะให้ผู้ไร้เดียงสาทั้งหลายเดินไปตามแนวทางที่ตนเองคิดว่าดี
จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้
แต่การทั้งยัดทั้งเยียดความปรารถนาดีเข้าไปเต็มพิกัด
เลยเกิดภาวะบิดเบี้ยว ผิดรูปไปจากประชาธิปไตยปกติ
ตอนนี้ก็เลยต้องมานั่งกลุ้มใจว่า ไอ้พวกไร้เดียงสาทั้งหลายจะเข้าใจในความปรารถนาดีของเรา ยอมลงประชามติให้ผ่านรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยวนั้นหรือไม่!?!?

