ได้กล่าวมาแล้วว่าเรื่องหนุมานหรือรามเกียรติ์หรือที่ใช้ชื่ออื่นๆ มีด้วยกันหลายฉบับหลายความ ผู้อ่านที่ไม่เคยทราบก็ว่าแปลกดี ขอให้นำมาเล่าทั้งหมด ผู้เขียนก็ชอบเพราะทำให้ได้ความรู้แปลกๆ เผอิญพบเรื่อง “พระรามชาดก” สำนวนลาว ที่เคยกล่าวถึงมาบ้างแล้ว แต่มีคนอยากรู้ให้ตลอดทั้งเรื่องจึงขอเก็บความมาเล่า อาจมีประโยชน์อยู่บ้าง
เรื่องพระรามของลาวมีหลายสำนวน ชื่อเรื่องก็ต่างกันไป เล่มที่ชำระเรียบเรียงใหม่ให้ชื่อว่า “พระลัก พระราม” หรือ “พระลามชาดก” เป็นหนังสือขนาดใหญ่ แบ่งเป็น 2 ภาค เฉพาะภาคแรกหนาถึง 482 หน้า ถ้าจะเล่าตามต้นฉบับ เห็นจะเกินกำลังเล่าไม่จบ จึงขอเก็บความจากฉบับย่อยมาพอให้เห็นความต่างกันเสียคราวหนึ่งก่อน เมื่อมีกำลังค่อยเก็บความจากฉบับพิสดารมาเล่าต่อไป
ตามเรื่องพระลามชาดกกล่าวว่า เมื่อหลายพันหลายหมื่นปีมาแล้ว มีพระราชาองค์หนึ่ง มีพระนามว่า ท้าววิรุฬหก มเหสีมีพระนามว่า นางมลิกา ต่อมาพระนางประสูติโอรสองค์หนึ่ง มีรูปโฉมงดงาม เมื่อประสูตินั้นถือธนูและดาบออกมาด้วย ท้าววิรุฬหกจัดพิธีขนานนามให้ว่า ท้าวราพณาสวร และเพียงอายุได้ขวบหนึ่งก็พูดได้เดินได้ เรียนรู้คาถาอาคมต่างๆ เหาะเหินเดินอากาศได้คล่องแคล่ว แต่นิสัยของท้าวเธอออกจะพาลเกเร ชอบไปท้าพระราชาเมืองอื่นรบพุ่ง คราวหนึ่งท้าวราพณาสวรมีอายุเพียง 3 ขวบได้เหาะไปเมืองจันทบุรีศรีสัตตนาค และท้าท้าวธตรฐให้เหาะขึ้นไปรบกัน ท้าวธตรฐเหาะไม่เป็นขอยอมแพ้ ยอมเป็นข้าส่ง ส่วยน้ำล้างเท้า
ท้าวราพณาสวรเมื่อได้ฟังดังนั้นก็เหาะลงมา แล้วขึ้นไปนั่งบนแท่นบอกกับท้าวธตรฐว่า
“รามาแต่เมืองอินทปัตถ์ เป็นโอรสท้าววิรุฬหก”
“ถ้าอย่างนั้นท่านก็เป็นหลานเราน่ะซิ เพราะท้าววิรุฬหกเป็นน้องของเราเอง ไม่น่าจะมารังแกลุงเลย”
“ลุงหลานไม่สำคัญ ลุงเป็นเจ้าเมืองเล็กๆ ไม่มีฤทธิ์เดชอะไร และที่มานี่ก็จะมาขออะไรสักอย่างจะหาให้ได้หรือไม่ ถ้าหากไม่ได้ก็จะฆ่าเสียให้หมดทั้งผัวทั้งเมีย” ท้าวราพณาสวรขู่
“ลุงไม่มีอะไรจะให้ มีแต่ลูกสาวคนหนึ่งชื่อจันทา อายุเพิ่งสามขวบเท่านั้น”
“นั่นแหละดีแล้ว ลุงไปพามาเร็วๆ เข้าเถอะ”
ท้าวธตรฐเกรงอำนาจก็จำต้องยกลูกสาวให้ ท้าวราพณาสูรก็พาไปเมืองอินทปัตถ์

