ความเชื่อที่ว่าเวลาที่หุ่นยนต์จะฉลาดกว่ามนุษย์ใกล้เข้ามาแล้วเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ
มีการพิสูจน์มากมายว่า งานที่ควบคุมโดยเครื่องจักรยุคใหม่ที่ผสมกลไกเครื่องจักรเข้ากับระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ จะทำให้เครื่องจักร หรือหุ่นยนต์จัดการงานอย่างหวังได้ในประสิทธิภาพมากกว่าคน
ไม่ใช่แค่คนคนเดียว แม้หลายๆ คนมาร่วมกันก็ยังสู้ไม่ได้
หุ่นยนต์ตัวเดียวทำงานแทนคนได้เป็นจำนวนมาก
ที่พูดกันไปยิ่งกว่านั้นคือ ปัญหาของหุ่นยนต์ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องที่จะเรียกร้องเอามีน้อยกว่า
การดูแลหุ่นยนต์มีความชัดเจนว่าจะต้องจ่ายในเรื่องอะไรบ้าง แค่ไหน และจะได้อะไรตอบแทน ไม่เหมือนคนที่ประเมินความต้องการและผลที่จะได้รับลำบาก และมีความไม่แน่นอนมากกว่า
โลกของการผลิตยุคใหม่จึงจะเป็นหน้าที่ของหุ่นยนต์มากกว่าคน
หากก้าวข้ามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะกระทบอย่างไรต่อชีวิตการงานของคนออกไปก่อน แล้วมาพิเคราะห์เฉพาะที่ว่าทำไมหุ่นยนต์จึงแม่นยำมากกว่าคน
หากมองในมุมองค์ประกอบของประสิทธิภาพในการทำงานในมุมกว้างๆ จะแบ่งเป็น 2 เรื่องคือ “ความรู้” กับ “ความสามารถ”
งานจะออกมาดีถ้าทำอย่าง “มีความรู้ในงานที่ทำ” และ “ความสามารถในการใช้ความรู้นั้นได้เต็มประสิทธิภาพ”
ความรู้มาจากการศึกษาและความจำ ความสามารถมาจากประสบการณ์และคุณภาพของสมองที่ใช้ในการคิด
ในมนุษย์ ความรู้อยู่ที่การแสวงหา และความจำ
ส่วนความสามารถเกิดจากประสบการณ์ การฝึกฝน
สำหรับหุ่นยนต์นั้น ทั้งความรู้และความสามารถขึ้นกับการป้อนให้
มีข้อมูลเป็นความรู้ และโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อเอาข้อมูลหรือความรู้มาจัดการให้เป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้ เป็นความสามารถ
เขียนโปรแกรมได้ดีก็มีความสามารถมาก
จะเห็นได้ว่าที่สุดแล้ว “หุ่นยนต์” ต้องขึ้นกับมนุษย์ว่าจะใส่ข้อมูลอะไรลงไปให้ และจะให้จัดการด้วยโปรแกรมที่ทำงานได้ระดับไหน
มนุษย์คิดได้มากกว่าหุ่นยนต์
จึงเหมือนไม่มีเหตุผลอะไรที่ “มนุษย์” จะทำงานสู้ “หุ่นยนต์” ไม่ได้
แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะ “มนุษย์ต่างกับหุ่นยนต์ตรงที่มีความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ซึ่งหุ่นยนต์ไม่มี”
และความรู้สึกนึกคิดนี่เองที่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานแตกต่าง
งานที่ประกันประสิทธิผลได้คือ การนำความรู้ที่เหมาะสมมาใช้ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง
ถ้าหุ่นยนต์ถูกป้อนความรู้เข้ามากพอกับการนำมาใช้อย่างเหมาะสมได้ และโปรแกรมที่เขียนไว้สามารถจัดการได้อย่างถูกต้องตามที่คิดจะให้เป็น
งานโดยหุ่นยนต์จะออกมาอย่างเหมาะเจาะพอดี ไม่ขาดไม่เกิน ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในผลงานที่สมบูรณ์
ง่ายๆ อย่างนั้น
แต่ในงานเดียวกันนี้ หากทำโดยมนุษย์ แม้จะมีข้อมูลหรือความรู้ที่มากพอ และประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในงานนี้จะมีเหลือเฟือ
ทว่าผลงานที่ออกมาอาจจะไม่ง่าย และไม่สมบูรณ์เต็มร้อย เหมือนที่จัดการโดยหุ่นยนต์
เพราะอารมณ์ ความรู้สึกของมนุษย์อันเกิดระหว่างทำงานนั่นเองที่เป็นปัจจัยให้เกิดความเบี่ยงเบน
แต่ในบางครั้งงานจะออกมาดีกว่าที่คิดไว้ เพราะการคิดไปทำไปขณะทำเช่นเดียวกัน
ความไม่แน่นอนในผลงานจึงมีสูงกว่า
อย่างไรก็ตาม การผลิตในโลกยุคใหม่ที่เชื่อมผู้คนเข้าหากันอย่างใกล้ชิด
การผลิตจำนวนมากที่มีมาตรฐานเดียวกันเป็นความต้องการของบริษัทขายสินค้า
ในแนวคิดนี้ หุ่นยนต์จึงดูจะตอบสนองได้มากกว่า
ในสถานการณ์เช่นนี้ชะตากรรมของมนุษย์ที่การมีชีวิตถูกทำให้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการหารายได้จะเป็นอย่างไร
เป็นเรื่องที่ชวนให้ติดตามอย่างยิ่ง

