เดินหน้าชน : ตีทะเบียนหมา-แมว โดย : สุพัด ทีปะลา

15.10.18 | 13:29 น.

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ (ฉบับที่ ..) ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ ถูกวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้านอย่างมาก

หลายฝ่ายห่วงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน

ที่จะต้องนำสุนัขและแมวที่เลี้ยงหรืออยู่ในการดูแลมาขึ้นทะเบียนและทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์กับส่วนราชการ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสุนัขและแมวตัวละรวม 450 บาท

หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 32/1

ทั้งค่าขึ้นทะเบียนและโทษปรับที่ถูกคัดค้านทำให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.สั่งให้กระทรวงเกษตรฯผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้นำกลับไปทบทวนอีกครั้งก่อนนำเสนอ ครม.อีกรอบ

Advertisement

ขณะที่ นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกมาขอโทษประชาชนที่ทำให้สับสนและกำลังหาแนวทางออกเรื่องยกเว้นการขึ้นทะเบียนเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน

หากดูเจตนารมณ์ของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ถือว่ามีหลักการที่ดี ในการเพิ่มความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์และเป็นการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์

หลายประเทศก็มีกฎหมายออกมาควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมวอย่างเคร่งครัด เช่นประเทศเนเธอร์แลนด์ สุนัขต้องลงทะเบียนไมโครชิป และเจ้าของต้องเสียภาษีประมาณ 4,600 บาท ต่อตัวต่อปี

ส่วนในญี่ปุ่นกำหนดให้ผู้เลี้ยงสุนัขต้องมาลงทะเบียนเพื่อใบอนุญาตในการเลี้ยงมีค่าธรรมเนียมราว 900 กว่าบาท อีกทั้งต้องนำสุนัขไปฉีดวัคซีนตามที่กำหนด โดยจะมีป้ายผูกไว้ที่คอว่าผ่านการฉีดวัคซีนมาแล้ว

ประเทศที่มีกฎหมายควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมวอย่างเคร่งครัดจึงไม่มีปัญหาสุนัขและแมวจรจัด

ขณะที่บ้านเรายังมีสภาพที่สุนัขและแมวถูกเจ้าของที่ไร้ความรับผิดชอบนำมาทิ้งไว้ตามวัด ตามถนน และเป็นสาเหตุหลักทำให้สุนัขแมวจรจัดของไทยเพิ่มมากขึ้น

จากสถิติข้อมูลของกรมปศุสัตว์ในปี 2559 มีสุนัขแมวเร่ร่อนทั่วประเทศกว่าหนึ่งล้านตัว เป็นสุนัขกว่าเจ็ดแสนตัว และแมวสามแสนตัว

ในขณะนี้ นสพ.ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แสดงความเห็นว่า “กฎหมายที่ออกมาเพื่อคนไม่ใช่เพื่อสัตว์ เป็นการออกแบบและวางแนวทางการแก้ไขปัญหาจัดระเบียบสัตว์เลี้ยง ช่วยป้องกันและแสดงความรับผิดชอบ ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการขึ้นทะเบียน ก็เป็นการแสดงความรับผิดชอบ เมื่อคิดจะเลี้ยงก็ต้องเรียนรู้

การใช้กระบวนการทางกฎหมายมาแก้ไขปัญหาการทำร้ายสัตว์ หรือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ป้องกันการทำร้ายสัตว์ กำหนดให้สัตว์เลี้ยงได้รับวัคซีน ไม่ถูกปล่อยปละละเลย เป็นเครื่องมือในการปลูกฝังแสดงความรับผิดชอบ และทำให้คนฉุกคิดก่อนเลี้ยงสัตว์”

การนำร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ (ฉบับที่…) กลับมาทบทวนรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายในจุดที่เป็นข้อห่วงใยถือเป็นเรื่องที่ดี เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชน

แต่สิ่งสำคัญการปรับแก้ไม่ควรหลุดกรอบจากเจตนารมณ์ที่จะให้เจ้าของมีส่วนรับผิดชอบกับสุนัขและแมวที่เลี้ยงอยู่

เพื่อไม่ให้เกิดสภาพสุนัขแมวที่ถูกเจ้าของนำมาปล่อยทิ้งอย่างทุกวันนี้

สุพัด ทีปะลา