ระยะนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับรัฐประหาร ให้ติดตามอย่างหนาตา
สถานการณ์บ้านเมือง 4 ปีกว่าๆ ทำให้เกิดคำถามถึงคนสนับสนุนให้แช่เย็น แช่แข็ง หรือปิดประเทศซ่อมแซม ฯลฯ ว่า ยังคิดอย่างเดิมอยู่ไหม
บ้างก็นำเอาภาพ คลิปเก่าของ ปี 2556-2557 ออกมาเผยแพร่ซ้ำ โดยเฉพาะที่เป็นบทบาทของ ดารา คนดัง นักการเมือง ข้าราชการ
เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน บางคนบอกว่า เลิกสนใจการเมืองไปแล้ว บางคนแมนๆ บอกว่า คิดผิด
อีกหลายคนมั่นใจว่ามาถูกทางแล้ว และจะไปต่อ ปฏิรูปไม่หยุดยั้ง ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
การรัฐประหาร 2 รอบที่ผ่านมา คือ 2549 และ 2557 จะสังเกตว่า มีประชาชนส่วนหนึ่งให้การสนับสนุน
ในปี 2549 มีการนำสาวโคโยตี้ไปเต้นแสดงความชื่นชม มีรูปแบบการชื่นชมที่ต้องลงทุนกันพอสมควร นอกเหนือจากการไปเกาะรถถังถ่ายรูป มอบดอกไม้ ฯลฯ
แต่ที่คัดค้านไม่เห็นด้วย ก็มาก จนนำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆ หลังจากนั้น
ส่วนปี 2557 มีเสียงชื่นชม และรู้สึกว่าเป็นชัยชนะ เลี้ยงฉลองกันเกรียวกราว
แต่จะบอกว่า เป็นชัยชนะของประชาชน ก็ไม่ชัด เพราะเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ไม่งั้นจะเห็นชัดว่า ประชาชนทั่วไปคิดยังไง
มาถึงปีนี้ 2561 ปีหน้าคือ 2562 เป็นโอกาสที่จะหาคำตอบว่าแล้วประชาชนคิดยังไงกันแน่ ต่อความเป็นไป 4-5 ปีนี้
ส่วนตัวละครสำคัญ คือทหาร เมื่อเร็วๆ นี้ ผบ.เหล่าทัพที่เข้ารับตำแหน่งใหม่เมื่อต้นเดือน ต.ค. ออกมาแถลงข่าว แล้วมีนักข่าวถามความคิดเห็นเรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร
เป็นคำถามปกติ เพราะ ผบ.เหล่าทัพกี่คนๆ เข้ามา ก็ต้องแสดงทรรศนะในเรื่องนี้ แต่จะเป็นข่าวใหญ่แค่ไหน ขึ้นกับสถานการณ์ในขณะนั้น
ผบ.ชุดใหม่ตอบคำถามทำนองว่า ถ้าการเมืองทำให้เกิดการจลาจล ก็อาจจะต้องมีการปฏิวัติ
แต่ท่านก็ไม่คิดหรือหวังว่า บ้านเมือง จะไปถึงจุดนั้นอีก
ตามมาด้วยกระแสความคิดเห็นมากมายและร้อนแรง จากหลายกลุ่มหลายฝ่าย ซึ่งเชื่อว่า คงได้อ่านได้สัมผัสกับความคิดความเห็นเหล่านั้นกันไปแล้ว
อันที่จริง ปัญหาว่า รัฐประหารแก้ปัญหาได้หรือไม่นั้น มีผู้รู้ตอบไว้มาก เหตุการณ์ต่างๆ ก็ได้ทำหน้าที่ให้คำตอบกันมาแล้ว
แต่พอถึงจุดหนึ่ง ด้วยเหตุอะไรก็ตาม หลายคนลืมคำตอบ และหันกลับมาพึ่งพา “ยาแรง” ขนานที่เคยห้ามปรามกันไว้
เรียกว่ามา “ลองยา” กันอีกรอบ
ผลเป็นยังไง ข้อสรุปจะปรากฏออกมาเป็นลำดับ น่าจะเป็นประโยชน์ ทั้งกับคนกินยา และคนขายยา ฯลฯ
วรศักดิ์ ประยูรศุข

