หน้าแรก คอลัมนิสต์ ธรรมชาติ โดย ...

ธรรมชาติ โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

28.04.16 | 18:00 น.
แฟ้มภาพ

ฝรั่งบอกว่า ถ้าทนร้อนไม่ได้ก็ออกจากครัวไป เพื่อบอกว่า แต่ละสิ่งแต่ละอย่างมีธรรมชาติของตัวเองต่างๆ กันไป

ขึ้นชื่อว่า ครัว ไม่ว่าจะของชาติไหน ภาษาใด ก็คล้ายๆ กันย่อมมีกลิ่น มีความร้อน ฯลฯ

จะร้อนมากร้อนน้อยเท่านั้นเอง จะหายร้อนก็ต่อเมื่อปรุงอาหารเสร็จ เข้าสู่กระบวนเก็บ ล้าง ฯลฯ

คำคมนี้มีผู้นำมาใช้กับการเมือง เพราะการเมืองเป็นเรื่องของความคิดเห็น ของผู้คนที่คิดต่าง ผลประโยชน์ต่าง ย่อมมีการปะทะทางความคิดเป็นเรื่องปกติ

โดยเฉพาะในวาระทางการเมือง อย่างการประชุมสภาที่มาจากเลือกตั้ง ต่างคนต่างมีศักดิ์ศรี ผ่านการคัดเลือกมาด้วยกัน จะดุเดือดด้วยความคิดความเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายบริหารอยู่เสมอ จนกว่าจะได้คำตอบหรือได้ข้อสรุปด้วยการโหวตหรือวิธีใดก็ตาม

Advertisement

แต่จะไม่จบด้วยการที่ใครสั่งให้ใครหุบปากแน่นอน เป็นธรรมชาติของระบอบประชาธิปไตยที่ต้องให้ความสำคัญกับทุกความเห็น

ผู้แทนฯรุ่นเก่าๆ อย่าง นายอุทัย พิมพ์ใจชน เวลาขึ้นปราศรัย จะพูดเสมอว่า ทำไมสภาอันเป็นองค์กรในระบอบประชาธิปไตย ถึงต้องพูด สภาที่ไม่พูดจะผิดปกติอย่างไร

คุณอุทัยเป็นผู้แทนฯที่มีประวัติการต่อสู้ สมัยหนุ่มๆ เคยร่วมกับเพื่อน ส.ส. 2 คน ฟ้องคณะปฏิวัติ 17 พ.ย.2514 ของ จอมพลถนอม กิตติขจร ผลคือ เข้าไปนอนคุกทั้ง 3 คน

กว่าจะออกมาพูดได้อีกครั้ง ก็หลัง 14 ตุลาฯ 2516

คนบางกลุ่ม จะหยิบบรรยากาศการถกเถียงเหล่านี้มาสรุปว่า ประชาธิปไตย คือความแตกแยก วุ่นวาย โดยจงใจลืมว่า นั่นคือการพูดจากัน เพื่อประโยชน์ของผู้ที่คนเหล่านั้นเป็นตัวแทน โดยมีกรอบกติกามารยาท มีข้อบังคับ มีประธานคุม มีเพื่อนผู้แทนฯคอยคุมด้วยการประท้วง

นานๆ จะเกินเลย ปาแฟ้ม อาละวาดลากเก้าอี้ประธาน นั่นเป็นเกมที่นอกเหนือจากการเมืองปกติ

ถ้าเป็นสภาแต่งตั้ง ยุคไหนๆ ก็คล้ายกัน ถ้าเป็นครัว คงต้มน้ำชงกาแฟกินกันชิลๆ เพราะตั้งมาเพื่อวัตถุประสงค์อีกอย่าง หากลุกมาควงตะหลิวผัดกะเพรา ไอจามชุลมุน ทำต้มแซ่บ ต้มโคล้งเมื่อไหร่ คงอยู่กันยาก

การลงประชามติที่จะมีขึ้นก็ทำนองเดียวกัน เป็นธรรมชาติของวาระอย่างนี้ ที่ผู้คนจะพูดจากัน เอะอะมะเทิ่งเสียงดังหน่อย แต่ไม่ใช่ว่าจะแตกแยก ยกพวกเข่นฆ่ากัน เพราะเป้าหมายเพื่อหาข้อมูล ความรู้ ไปเข้าคูหา

ความเห็นต่างนั้นต้องมีและจำเป็นด้วย เพราะถ้าเห็นเหมือนกันหมด จะเปลืองเงินทำประชามติไปทำไม จัดเลือกตั้งกันไปเลย

ที่สำคัญ ภายใต้กฎหมาย ระเบียบต่างๆ มีอยู่เต็มไปหมด เป็นเรื่องยากที่เพียงแค่การพูดกันเรื่องประชามติจะลุกลามเป็นปัญหาอย่างที่กลัวๆ กัน

การสร้างข้อจำกัดในการแสดงออก หรือการนิยามความเห็นต่างเป็นความแตกแยกต่างหาก ที่น่าจะวิตกยิ่งกว่า

ให้การเมืองมีร้อนมีเย็นตามธรรมชาติ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด