การสัมมนา “สนช.ปลดล็อกกัญชา เป็นยารักษาโรค” มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานสัมมนา เมื่อเร็วๆ นี้ มีการเปิดเผยข้อมูลว่า สนช. 44 คน ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. เพื่อปลดล็อกกัญชา-กระท่อมออกจากยาเสพติดประเภทที่ 5 ให้นำไปใช้วิจัยทางการแพทย์ เพื่อใช้รักษาโรคได้ จากการเปิดรับฟังความเห็นร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของ สนช. มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น 16,431 คน เห็นด้วย 16,288 คน คิดเป็นร้อยละ 99.13 มีเพียงร้อยละ 0.8 เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย
ในการสัมมนา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานกรรมาธิการสาธารณสุข สนช. กล่าวว่า ที่ สนช.ต้องเสนอร่างกฎหมายฉบับใหม่ เพื่อปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดนั้น เนื่องจากขณะนี้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวม 3 ฉบับ ดูแล้วไม่น่าจะเสร็จทันช่วงเลือกตั้ง ทำให้กฎหมายฉบับนี้เสร็จไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ ต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่มายืนยันจะพิจารณาต่อไปหรือไม่ ทำให้เสียโอกาสเรื่องการปลดล็อกกัญชา สนช. 44 คน จึงเสนอกฎหมายฉบับใหม่ ให้ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด แยกออกมาจาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ เนื้อหาร่างใหม่ที่ 44 สนช.เสนอ มี 17 มาตรา จะกำหนดขอบเขตพื้นที่ให้สามารถปลูกและวิจัยทดลองกัญชาตามพื้นที่ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กำหนดเท่านั้น เพื่อนำมาใช้วิจัยทางการแพทย์
สำหรับการปลดล็อกกัญชาในประเทศไทยในรอบนี้ เกิดจากเสียงเรียกร้องจากวงการแพทย์ เพราะหลายประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์ มีผลวิจัยยืนยันว่า สามารถใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ และเริ่มมีการนำมาใช้รักษาผู้ป่วย เพื่อบรรเทาอาการปวดจากมะเร็ง แก้คลื่นไส้อาเจียนจากการใช้คีโม และโรคปลอกประสาทอักเสบ ในประเทศไทยมีภูมิอากาศที่เหมาะสมอย่างมากกับการปลูกพืชชนิดนี้ แต่ในอดีตเป็นการปลูกเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายให้กับผู้เสพเป็นยาเสพติด การปลดล็อกจึงต้องมีกลไกที่เข้มแข็ง ไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสนำไปหาประโยชน์ในทางมิชอบ ทางหน่วยราชการควรรณรงค์สร้างการรับรู้ใหม่เกี่ยวกับกัญชา ให้ประชาชนและสังคมรับรู้ประโยชน์ของกัญชาและร่วมกันสนับสนุนให้ใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างแท้จริง

