น.3คอลัมน์ : 2 ทัพปะทะ ทัพ ‘เพื่อ’ กับ ‘พลัง’ สู้ตาม ‘กติกา’

9.11.18 | 13:00 น.

มีทั้ง “ความเหมือน” และ “ความต่าง” เกิดขึ้น ดำรงอยู่และดำเนินไประหว่างพรรคตระกูล “เพื่อ” กับพรรคตระกูล “พลัง”

เหมือนตรงที่เป็นผลของ “รัฐธรรมนูญ”

เพราะว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเด่นชัดอย่างยิ่งว่า ไม่ต้องการเห็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่เหมือนที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

จึงเกิดพรรคอันมีเครือข่ายและสายสัมพันธ์กันขึ้น

เห็นได้จากพรรคพลังประชารัฐ เห็นได้จากพรรครวมพลังประชาชาติไทย เห็นได้จากพรรคพลังชาติไทย เห็นได้จากพรรคพลังท้องถิ่นไท เห็นได้จากพรรคพลังธรรมใหม่

Advertisement

เหล่านี้ล้วนรองรับ “อำนาจ” ให้กับ “คสช.”

ขณะเดียวกัน ยังเห็นได้จากพรรคเพื่อไทย ยังเห็นได้จากพรรคเพื่อธรรม ยังเห็นได้จากพรรคเพื่อชาติ และยังเห็นได้จากพรรคประชาชาติ พรรคไทยรักษาชาติ

เหล่านี้ล้วน “ปฏิเสธ” อำนาจของ “คสช.”

เมื่อเจตจำนงและเป้าหมายมีความแตกต่างกันระหว่างพรรคตระกูล “เพื่อ” กับพรรคตระกูล “พลัง” องค์ประกอบภายในก็มีความแตกต่างกันในรายละเอียด

พรรคตระกูล “เพื่อ” เหมือนกับต่างคนต่างมา

อย่างเช่นพรรคพลังประชารัฐมีทั้งทีมเศรษฐกิจของ คสช.ประสานเข้ากับกลุ่มสามมิตร อย่างเช่นพรรครวมพลังประชาชาติไทยมีทั้ง กปปส.ประสานเข้ากับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

แต่เป้าหมายอย่างเดียวกัน คือ เพื่อ “คสช.”

ขณะที่ภายในพรรคตระกูล “เพื่อ” แม้จะดำเนินไปในลักษณะแม่น้ำแยกสาย ไผ่แยกกอ แต่รากฐานกลับมาจากจุดเดียวกัน

1 เป็นรากฐานจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน

ขณะเดียวกัน 1 เมื่อมารวมตัวกันภายใต้ร่มธงพรรคเพื่อไทยและประสบกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ต้องการทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถยึดกุม ส.ส.ได้เหมือนกับที่เคยได้

จึงแตกแขนง แต่ยังมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ต้าน คสช.

แรกที่มีข่าวว่าเมื่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แยกไปตั้งพรรคประชาชาติ เมื่อ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แยกไปตั้งพรรคเพื่อธรรม เมื่อ นายยงยุทธ ติยะไพรัช แยกไปสนับสนุนพรรคเพื่อชาติ พร้อมกับมีข่าวว่าอาจมีพรรคไทยรักษาชาติขึ้น

หลายฝ่ายมองว่า พรรคเพื่อไทยแตกระส่ำ

อาจเพราะกลัวจะถูกยุบพรรค อาจเพราะไม่ชอบการเข้ามายึดครองพรรคของบางคน อาจเพราะต้องการสร้างฐานทางการเมืองเป็นของตนเอง

แต่เมื่อแยกกันออกภายใต้โฉมแห่งพรรคตระกูล “เพื่อ” กลับมิได้เป็นความแตกแยก

เพราะท่าทีต่อพรรคประชาชาติก็อบอุ่น ท่าทีต่อพรรคเพื่อธรรมก็อบอุ่น ท่าทีต่อพรรคเพื่อชาติก็อบอุ่น

ยิ่งกว่านั้น หากจับเครือข่ายวงศ์วานกลับเป็นลูกกลับเป็นหลาน กลับเป็นพี่เป็นน้อง

ความเป็นเอกภาพภายในตระกูล “เพื่อ” จึงแข็งแกร่งกว่าภายในตระกูล “พลัง”

ไม่มีใครรู้ว่าผลการตัดสินใจของ “ประชาชน” ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 จะออกมาอย่างไร โน้มเอียงไปทางตระกูล “พลัง” หรือว่าตระกูล “เพื่อ”

แต่แน่ๆ ก็คือ การเปิดหน้า “ชน”

ไม่มีอ้อมค้อม ไม่มีวกวน ตรงกันข้าม เป็นการตั้งทัพประจันกันแบบตาต่อตา เขตต่อเขต หน่วยต่อหน่วย ระหว่างทัพ “เพื่อ” กับทัพ “พลัง”

เป็นการสู้ตามกฎกติกาของ “รัฐธรรมนูญ”