หน้าแรก คอลัมนิสต์ ‘วปก.20’วัดเท...

‘วปก.20’วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร อุปสมบทหมู่ ณ แดนพุทธภูมิ‘อินเดีย-เนปาล’ : โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร

11.11.18 | 13:50 น.

พระพุทธศาสนาได้มั่นคงอยู่ในดินแดนแถบนี้ไม่น้อยกว่า 1,500 ปี จนพิธีกรรมและหลักธรรมทางพุทธศาสนาได้กลายเป็นวัฒนธรรมประเพณีและพฤติกรรมในการดำรงชีวิตสืบทอดกันมาโดยตลอดจากรุ่นสู่รุ่น แต่โอกาสที่จะเดินทางมาจาริก แสวงบุญ ณ แดนพุทธภูมิ เพื่อได้มาพบมาเห็นมารับฟังหลักฐานของแหล่งกำเนิดพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์นั้นมีไม่มากนัก ยิ่งการมาบรรพชา อุปสมบทเป็นพุทธสาวกใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ หรือปฏิบัติธรรม รักษาศีล ให้ทาน และร่วมจาริกแสวงบุญครบสังเวชนียสถานทั้งสี่และแห่งอื่นๆ ที่มีความสำคัญยิ่งยากมาก ทั้งๆ ที่ทราบว่าการเดินทางจาริกแสวงบุญตามเส้นทางที่ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจเป็นเสมือนการได้หวนระลึกเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เกิดพุทธศาสนาและย่อมเกิดบุญกุศลแก่ตนเอง ดังพระพุทธพจน์ที่ตรัสกับพระอานนท์ก่อนจะปรินิพพานว่า …

“ดูก่อนอานนท์ สังเวชนียสถาน 4 แห่งเหล่านี้ เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา สังเวชนีย-สถาน 4 เป็นไฉน สังเวชนียสถานเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยระลึกว่า ‘พระตถาคตประสูติ’ ในที่นี้ 1 สังเวชนียสถานเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยระลึกว่า ‘พระตถาคตตรัสรู้’ อนุตตรสัมมา-สัมโพธิญาณในที่นี้ 1 สังเวชนียสถานเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยระลึกว่า ‘พระตถาคตยังจักรธรรม’ อันยวดยิ่งให้เป็นไปแล้วในที่นี้ 1 สังเวชนียสถานเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยระลึกว่า ‘พระตถาคตเสด็จปรินิพพาน’ ด้วยอนุปาทิเสส-นิพพานธาตุในที่นี้ 1 อานนท์ สังเวชนียสถาน 4 แห่ง เหล่านั้นแล เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ผู้มีศรัทธาจักมาด้วยระลึกถึงว่าพระตถาคตประสูติในที่นี้บ้าง พระตถาคตตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้บ้าง พระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้วด้วย อนุปาทิเสส-นิพพานธาตุในที่นี้บ้าง ดูก่อนอานนท์ ชนเหล่าใดเที่ยวจาริกไปยังเจดีย์มีจิตเลื่อมใส จักกระทำกาละ ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์”

สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ท่านได้ริเริ่มนำพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใสและคุณธรรม ตลอดจนการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ยั่งยืน และเป็นสุข จึงได้ส่งเสริมสนับสนุนให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ นักธุรกิจและประชาชนทั่วไป ได้เดินทางตามรอยพระบาทพระพุทธองค์ ตั้งแต่ประสูติ บำเพ็ญทุกรกิริยา ตรัสรู้ ปฐมเทศนา เผยแผ่และแสดงโอวาทปาติโมกข์ กำหนดพระสูตรและพระวินัย สร้างพุทธบริษัทที่ครบถ้วน และเสด็จปรินิพพาน ตลอดจนไปทำบุญทอดผ้าป่า ณ วัดตามเส้นทางดังกล่าว จึงได้ดำเนินกิจกรรมดังกล่าว ในรูปโครงการอุปสมบทหมู่ ปฏิบัติธรรมและจาริกแสวงบุญ ณ แดนพุทธภูมิ (อินเดีย-เนปาล) มาแล้ว 19 รุ่น มีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 1,900 ท่าน ในปีนี้จะดำเนินการ เป็นรุ่นที่ 20 ในระหว่างวันที่ 8-27 ธันวาคม 2561

โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และองค์กรอิสระ เจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้บรรพชา อุปสมบทเป็นพระภิกษุนวกโพธิหรือได้บวชเนกขัมมะใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ได้ศึกษาพระธรรมและปฏิบัติธรรมตามเส้นทางสังเวชนียสถาน 2.เพื่อบำเพ็ญบุญบารมี ถวายเป็นพระราชกุศล และตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน บำเพ็ญความดีถวายเป็นพุทธบูชา สืบอายุพระพุทธศาสนา 3.เพื่อให้ผู้ร่วมโครงการได้ร่วมทำบุญ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา 4.เพื่อเป็นการปลูกฝังศรัทธาและพัฒนาจิตใจให้เกิดความสว่าง สะอาด สงบ และเป็นอิสระ พร้อมที่จะแก้ปัญหาการทำงานและการดำรงชีวิต การอุปสมบทหมู่ครั้งนี้ “วปก.รุ่น 20” จำนวน 96 ท่าน ด้วยความเมตตากรุณาของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี โดยผู้อุปสมบทไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

Advertisement

1.ผู้เข้าร่วมโครงการผ่านการอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่ถูกต้องตามหลักธรรมวินัย หรือได้บวชเนกขัมมะที่ได้ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด

2.ผู้เข้าร่วมโครงการได้ศึกษาพุทธประวัติ พระสูตร และพระวินัย ตลอดจนชาดก และเกร็ดความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาจากพระธรรมทูตและพระวิทยากรตลอดการเดินทาง อีกทั้งได้สวดมนต์ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น ปฏิบัติธรรม และเจริญวิปัสสนา ตลอดระยะเวลา 12 วัน

3.ผู้เข้าร่วมโครงการได้เดินทางจาริกแสวงบุญตามรอยพระบาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ครบสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง กับสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาอีกหลายแห่ง ทั้งในสาธารณรัฐอินเดียและเนปาล ทำให้ได้ศึกษาพุทธประวัติจากสถานที่จริง

4.ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดศรัทธามั่นคงต่อพระพุทธศาสนา เกิดความปีติ ยินดี อิ่มเอมใจ มีสติ มีจิตใจที่สงบ สุขุมมากขึ้นจากการปฏิบัติธรรม สามารถนำหลักคำสอนและหลักธรรมที่ได้เรียนรู้ มาปรับใช้ในการบริหารจัดการและการทำงานที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผลมากขึ้น และสามารถดำรงชีวิตในครอบครัวอย่างเป็นสุขยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่สมดุล

สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย ป.ธ.8) มีประวัติโดยย่อ ดังนี้

สมเด็จพระธีรญาณมุนี นามเดิม สมชาย พุกพุ่มพวง ฉายา วรชาโย เป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายธรรมยุติกนิกาย อดีตคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1-2-3 และ 12-13 (ธรรมยุต) กรรมการมหาเถรสมาคม และรองแม่กองธรรมสนามหลวง รูปที่ 1 ฝ่ายนักธรรม

สมเด็จพระธีรญาณมุนี นามเดิม สมชาย พุกพุ่มพวง เกิดเมื่อวันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2490 เป็นชาวจังหวัดนครปฐม ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2501 ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดท่าตำหนัก ตำบลท่าตำหนัก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมีพระวินัยวงศาจารย์ (นาค อิสินาโค) เจ้าอาวาสวัดท่าตำหนัก เป็นพระอุปัชฌาย์

ต่อมาได้อุปสมบทเป็นภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2510 โดยมีพระธรรมธัชมุนี (เอื้อน ชินทตฺโต) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยวงศาจารย์ (นาค อิสินาโค) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวิมลญาณโสภณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ แล้วอยู่ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นเอก และในปี พ.ศ.2516 สอบได้เปรียญธรรม 8 ประโยค

ตำแหน่งงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2521 เป็นเลขานุการรองเจ้าคณะภาค 1-2-3 และ 12-13 (ธรรมยุต) พ.ศ.2521-2531 เป็นเลขานุการเจ้าคณะภาค 1-2-3 และ 12-13 (ธรรมยุต) พ.ศ.2521 เป็นกรรมการและเลขานุการ วัดเทพศิรินทราวาส พ.ศ.2531-2541 เป็นรองเจ้าคณะภาค 1-2-3 และ 12-13 (ธรรมยุต) พ.ศ.2541 – ปัจจุบัน เป็นเจ้าคณะภาค 1-2-3 และ 12-13 (ธรรมยุต) พ.ศ.2533 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม พ.ศ.2538 เป็นกรรมการคณะสงฆ์ธรรมยุต พ.ศ.2538 เป็นพระอุปัชฌายะวิสามัญ พ.ศ.2543 เป็นเลขาธิการคณะสงฆ์ธรรมยุต พ.ศ.2554 เป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พ.ศ.2553-ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2521 เป็นพระครูฐานานุกรมในพระสาสนโสภณ (นิรันตร์ นิรนฺตโร) พระครูปลัดอรรถจริยานุกิจ พิพิธธรรมโกศล วิมลสุตาคม อุดมคณานุนายก ตรีปิฎกญาณวิจิตร พ.ศ.2524 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระอมราภิรักขิต พ.ศ.2532 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชธรรมสุธี ตรีปิฎกวิภูษิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พ.ศ.2537 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพวรเมธี ศรีปฏิภาณธรรมสาธก ตรีปิฎกวิภูษิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พ.ศ.2538 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมวรเมธี ศรีปฏิภาณธรรมสาธก ตรีปิฎกวิภูษิต สาสนกิจวิวัฒนาทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พ.ศ.2543 เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระพรหมเมธี ศรีปฏิภาณธรรมโกศล สุวิมลคณาทร บวรธรรมวรนายก ตรีปิฎกวิภูสิต ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พ.ศ.2553 เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระธีรญาณมุนี ศรีชินทัตตวรางกูร วิบูลสีลาจารวิมล คณโสภณเลขาธิกร สุนทรปริยัติดิลก ตรีปิฎกวิภูษิต ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี

นอกเหนือจากตำแหน่งหน้าที่ในการปกครองคณะสงฆ์ตามที่ได้รับมอบหมายจากมหาเถรสมาคมแล้ว สมเด็จพระธีรญาณมุนียังได้บำเพ็ญคุณประโยชน์ไว้มากมาย เช่น การบูรณะถาวรวัตถุและเสนาสนะต่างๆ ของวัดเทพศิรินทราวาสเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังได้ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ โดยเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง “วัดพุทธดัลลัส สหรัฐอเมริกา” นอกจากนี้ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 83 พรรษา ในปี พ.ศ.2553 สมเด็จพระธีรญาณมุนีได้จัดตั้ง “กองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจ” ที่ยากไร้และขาดโอกาสเข้าถึงยา ให้แก่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอีกด้วย

นอกจากนี้เจ้าประคุณสมเด็จฯ ยังมีตำแหน่งพิเศษหลักๆ ดังนี้ 1.เป็นกรรมการบริหารมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2.เป็นประธานกรรมการอำนวยการวัดพุทธดัลลัส ประเทศสหรัฐอเมริกา 3.เป็นผู้อุปถัมภ์โครงการเพชรยอดมงกุฎ 4.เป็นประธานกรรมการบริหาร สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต)

อนึ่ง กำหนดการ : อุปสมบทหมู่ วปก.20 ในร่มบารมีสมเด็จพระธีรญาณมุนี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา 8-20 ธันวาคม 2561 ณ สาธารณรัฐอินเดีย 21-27 ธันวาคม 2561 ศึกษาและปฏิบัติธรรมต่อ ณ ประเทศไทย มีดังนี้

วันที่ 1 วันที่ 8 ธันวาคม 2561 กรุงเทพฯ-พุทธคยา ออกเดินทางโดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย บรรพชาสามเณร อุปสมบท ณ วัดป่าพุทธคยา วันที่ 2 วันที่ 9 ธันวาคม 2561 พุทธคยา 06.00 น. บิณฑบาต ฉันเช้า ทำวัตรเช้า ณ วัดมหาโพธิมหาวิหาร ภัตรหารเพล ภาคบ่าย ศึกษาเยี่ยมชมพุทธสถาน โบราณสถาน ทำวัตรเย็น เจริญพระพุทธมนต์ เวียนเทียน วันที่ 3 วันที่ 10 ธันวาคม 2561 พุทธคยา 06.00 น. บิณฑบาต ฉันเช้า ทำวัตรเช้า ณ วัดมหาโพธิมหาวิหาร ต้นพระศรีมหาโพธิภัตรหารเพล ภาคบ่าย ศึกษาเยี่ยมชมพุทธสถาน โบราณสถาน ทำวัตรเย็น เจริญพระพุทธมนต์ เวียนเทียน วันที่ 4 วันที่ 11 ธันวาคม 2561 พุทธคยา 06.00 น. บิณฑบาต ฉันเช้า ทำวัตรเช้า ณ วัดมหาโพธิมหาวิหาร ต้นพระศรีมหาโพธิภัตรหารเพล ภาคบ่าย ศึกษาเยี่ยมชมพุทธสถานทำวัตรเย็น เจริญพระพุทธมนต์เวียนเทียน

วันที่ 5 วันที่ 12 ธันวาคม 2561 พุทธคยา-ราชคฤห์-คิชฌกูฏ 06.00 น. บิณฑบาต ฉันเช้า ทำวัตรเช้า ณ วัดมหาโพธิมหาวิหาร ต้นพระศรีมหาโพธิภัตรหารเพล ภาคบ่าย ออกเดินทางไปราชคฤห์ ทำวัตรเย็น เจริญพระพุทธมนต์ อบรมธรรมบนเขาคิชฌกูฏ วันที่ 6 วันที่ 13 ธันวาคม 2561 เวฬุวัน-นาลันทา-ไวสาลี 06.00 น. บิณฑบาต ฉันเช้า ทำวัตรเช้า ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร ภัตตาหารเพล ภาคบ่าย สักการะหลวงพ่อองค์ดำ ชมมหาวิทยาลัยนาลันทา ทำวัตรเย็นในเขตมหาวิทยาลัยนาลันทา วันที่ 7 วันที่ 14 ธันวาคม 2561 ป่ามหาวัน-กุสินารา-ปาวาลเจดีย์-เกสะรียา 06.00 น. บิณฑบาต ฉันเช้า ทำวัตรเช้า ณ ป่ามหาวัน กูฏาคารศาลา ภัตตาหารเพล ภาคบ่าย ออกเดินทางสู่เมืองกุสินารา สักการะปาวาลเจดีย์ เกสะรียา ทำวัตรเย็น วันที่ 8 วันที่ 15 ธันวาคม 2561 กุสินารา 06.00 น. บิณฑบาต ฉันเช้า ทำวัตรเช้า ณ สาลวโนทยาน พุทธปรินิพพานวิหาร ภัตตาหารเพล ภาคบ่าย เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กุสินารา ทำวัตรเย็น ณ มกุฏพันธเจดีย์ วันที่ 9 วันที่ 16 ธันวาคม 2561 กุสินารา-ลุมพินี 06.00 น. บิณฑบาต ฉันเช้า ทำวัตรเช้า ณ สาลวโนทยาน ภัตตาหารเพล ภาคบ่าย ออกเดินทางสู่ประเทศเนปาล วันที่ 10 วันที่ 17 ธันวาคม 2561 ลุมพินี-เชตะวัน-สาวัตถี 06.00 น. บิณฑบาต ฉันเช้า ทำวัตรเช้า ณ สวนลุมพินีวัน ภัตตาหารเพล ภาคบ่าย ออกเดินทางสู่เมืองลุมพินี ประเทศอินเดีย มุ่งหน้าเมืองสาวัตถี

วันที่ 11 วันที่ 18 ธันวาคม 2561 สาวัตถี-พาราณสี 06.00 น. บิณฑบาต ฉันเช้า ทำวัตรเช้า ณ เชตะวันมหาวิหาร ภัตตาหารเพล ภาคบ่าย ออกเดินทางสู่เมืองพาราณสีแวะวัดไทยพุทธชยันตี วันที่ 12 วันที่ 19 ธันวาคม 2561 พาราณสี 06.00 น. ชมแม่น้ำคงคา ฉันเช้า ทำวัตรเช้า ณ ธัมเมกชสถูป สารนาถ ภัตตาหารเพล ภาคบ่าย ชมพิพิธภัณฑ์เมืองสารนาถ แล้วทำวัตรเย็น ณ ธัมเมกขสถูป วันที่ 13 วันที่ 20 ธันวาคม 2561 พาราณสี-กรุงเทพฯ 06.00 น. ฉันภัตตาหารเช้า ทำวัตรเช้า ฉันเพล เดินทางสู่สนามบินพาราณสี กลับประเทศไทย

รายนามผู้บรรพชาอุปสมบท ณ วัดป่าพุทธคยา อินเดียและเนปาลในรุ่น วปก.20 มีจำนวน 96 ท่าน ดังนี้

1.นายมาณพ แสงทอง 2.พล.ร.ต.กำพล ระหงส์ 3.นพ.วิชัย เทียนถาวร 4.นายชิดชัย ท่าหลวง 5.นายพิทักษ์ อบสุวรรณ 6.นายบุญถม สกุลศรีชัย 7.นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ 8.นายกิติ จิตตานนท์ 9.นายวันชัย พลีพลากร 10.พลเอกศุภฤกษ์ ไม้แก้ว 11.นายสุวิทย์ บรรจงรักษ์ 12.นายบุญช่วย สกุลศรีชัย 13.พลเอกฐิตินันท์ ธัญญสิริ 14.พลโททวีศักดิ์ วินิจสร 15.นายประสิทธิ์ เดชศิริ 16.พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร 17.นายชาญชัย กลิ่นพานิช 18.พ.ต.ท.มาโนช กันเกลา 19.นายศุภศิษฎ์ อัครโรจน์กิจ 20.พ.ต.อ.มนัสพันธ์ กิ่งนอกวงศ์

21.นายสมเอก ศิรวุฒินานนท์ 22.นายกานต์ เมนะรุจิ 23.นายสมศักดิ์ วิริยะธีรกิจ 24.นายสุพจน์ ฐานนันท์ 25.นายพิภพ คติกุล 26.พลตรีกฤษฎา รัตแพทย์ 27.นายสมศักดิ์ เตชะวิจิตรไพศาล 28.นายธนกฤต แสงสมส่วน 29.นายประหยัด บุญทวีกุลสวัสดิ์ 30.นายวิรัช ปัญญาทิพย์สกุล 31.พล.ร.ต.อุปถัมถ์ สมุทรานนท์ 32.นายประทีป เดชขจรวุฒิ 33.นายพิชัย เอกสมบัติชัย 34.ว่าที่ ร.ต.สรสิน มณีงาม 35. Mr.Tan Eng How

36.นายวีระพงษ์ อดุลย์ธีรกิจ 37.นายฐานันดร์ กุลมา 38.นายธวัชชัย หวังมงคลเลิศ 39.นายชยุต ฐิติทรงภพ 40.นายพสธร ผดุงพัฒโนดม 41.พ.ต.ท.ชาติชาย สุวัชระเวช 42.พ.ต.ท.ศุภชัย ชัยสุวรรณ 43.นายองอาจ สุขเลิศกมล 44.นายณรงศักดิ์ พัชรภิญโญพงศ์ 45.พ.ต.ท.ยุทธการ ปราบภัย 46.นายวชิระ แก้วภักดี 47.พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ 48.นายศุภสิทธิ ศรีกฤษณ์ 49.นายสุรยุทธิ์ โพธิสิริสุข 50.พ.ต.ท.ชายุต ชื่นใจชนก 51.นายสมบัติ ครองสิริวัฒน์ 52.พ.ต.ท.วิวัฒน์ชัย บุญญานุพงศ์

53.นายปิติพงศ์ กล่อมเปลี่ยน 54.นายณภัทร ธิติโรจนวัฒน์ 55.นายธรัฐพร เตชะกิจขจร 56.นายภานุรักษ์ เปี่ยมกุลวนิช 57.นายศิลป์ จุลพิพัฒน์วงศ์ 58.พ.ต.อ.วีรดล ทับทิมดี 59.นายอรรถวุฒิ ไชยงามศรี 60.นายณัฐวัฒน์ ฟองศรัณย์ 61.นายธนพล ชั้นเสวิกุล 62.นายอมัจจะ ฉัตรทรงเจริญ 63.พ.ต.ท.วีระชาติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา 64.พ.ต.อ.วิฑูร เหลืองอมรศักดิ์ 65.นายพศิษฐ์ พิพิธดิศพงษ์ ฯลฯ

ท้ายนี้ผู้เขียนขออนุญาตนำคติธรรมของเจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนีที่ทรงคุณค่ายิ่ง 2 ข้อ มาเผยแพร่ ความว่า 1) สิ่งทั้งหลายทั้งปวงสำคัญที่ใจ ใจประเสริฐสุดสำเร็จด้วยใจ และ 2) ถึงเหน็ดเหนื่อย เพียงใด ใจไม่ท้อ หวังเพียงก่อ สร้างบุญไว้ ในพระศาสนา อุปัชฌาย์ เจ้าให้เป็น ลูกพระศาสดา ดำรงพระศาสนา ให้คงอยู่ คู่โลกเอย ขอกราบนมัสการอนุโมทนาสาธุครับ