หน้าแรก คอลัมนิสต์ คอลัมน์ สถานี...

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 : มัดมือชก

30.04.16 | 14:54 น.

มัดมือชก

คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12

โดย จำลอง ดอกปิก

ความขัดแย้ง-เห็นต่าง เป็นธรรมชาติของมนุษย์

Advertisement

เริ่มตั้งแต่ภายในครอบครัว หมู่บ้าน ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด กระทั่งระดับประเทศ

ไม่แต่เมืองไทยเท่านั้น ประเทศอื่น ทั่วทุกมุมโลกก็เหมือนกัน

มีความขัดแย้งภายใน ไม่ลงรอย ระหว่างประเทศ ภูมิภาคต่างๆ ดังปรากฏข่าวสาร แพร่หลายทุกเมื่อเชื่อวัน

ความขัดแย้ง เห็นต่างจึงเป็นเรื่องปกติของทุกสังคม

แต่ๆ ละสังคมก็มีวิธีบริหารจัดการ แก้-ลดทอนปัญหา

ควบคุมดูแล ให้อยู่ในระดับเหมาะสม

น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ใช้อำนาจ แสนยานุภาพทางการทหาร บุกยึด โจมตี ปราบปราม (ประเทศ) คู่ขัดแย้ง

เนื่องจากมันไม่ใช่วิธีแก้ที่ถูกต้อง-ยั่งยืน

ยึดทางกายภาพได้แต่ก็ไม่จบ ถึงรบก็ไม่ชนะ

ยิ่งเป็นความขัดแย้งทางความคิด ความเชื่อทางการเมือง การใช้กำลัง อำนาจบังคับยิ่งแก้ไม่ได้

การแก้ปัญหาขัดแย้งโดยเฉพาะเรื่องทางการเมือง หัวใจสำคัญคือการเปิดกว้าง เปิดใจรับฟังทุกฝ่าย ไม่มีอคติ

ดำเนินการด้วยสันติวิธี

ปมประเด็น มีความเห็นต่างสุดขั้ว อาจพัก แขวนไว้ก่อน

เริ่มต้นสร้างบรรยากาศ นำจุดที่แต่ละฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน หรือเห็นใกล้เคียงกันมาจูนดำเนินการก่อน

ที่มา-เนื้อหา ร่างรัฐธรรมนูญ ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด

มีคนไม่เห็นด้วย แต่ก็มีคนนิยมชมชอบ พร้อมออกเสียงโหวตรับ

แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันคือ การทำประชามติ

อย่างน้อยที่สุด ก็เป็นการเปิดโอกาสประชาชนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเห็นอย่างไร มีส่วนร่วมโดยตรง

ในขั้นตอนสุดท้าย

แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย

กระบวนการที่ทุกฝ่ายรับได้ กลับบิดเบี้ยว-ไม่สมบูรณ์

กฎหมายการออกเสียงประชามติ และนโยบายรัฐไม่เปิดกว้าง ให้รณรงค์ได้อย่างเสรี ชี้ให้เห็นผลดี-ผลเสีย

ประกอบการพิจารณาตัดสินใจของประชาชน

การรับหรือไม่รับ จะส่งผลอะไรบ้าง

มีการควบคุมเข้มงวด บทลงโทษกฎหมายรุนแรง ทั้งจำ-ทั้งปรับ

ฝ่ายใดก็ตาม ทั้งเชียร์รับ-สนับสนุนโหวตคว่ำ ดำเนินการไม่ได้ทั้งสิ้น

รัฐอ้างว่า เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจด้วยตัวเองได้อย่างอิสระ โดยไม่มีใครชี้นำ ไม่ว่าฝ่าย

ที่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย

ทั้งที่ไม่ควรห้าม และต้องสนับสนุน เปิดพื้นที่ให้ด้วยซ้ำไป

การห้าม 2 ฝ่าย ดูผิวเผินเหมือนแฟร์

แต่เนื้อแท้ มุ่งไปที่การกีดกันฝ่ายใด คาดเดาไม่ยาก

การเปิดให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้สิทธิชี้แจงแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยอ้างเหตุ เป็นผู้จัดทำ จึงรู้เจตนารมณ์ ความมุ่งหมายดีที่สุด

ยุติธรรมแล้วหรือไม่

คณะกรรมการร่างฯ ทำคลอดรัฐธรรมนูญมากับมือ มีหรือจะบอกว่า เนื้อหาไม่ดี อย่าโหวตรับ

บอกขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ ตรงไปตรงมา อย่างที่คนทั่วไปมองเห็น และอ่านรัฐธรรมนูญเป็น

การห้าม 2 ฝ่าย แต่ให้สิทธิคณะกรรมการยกร่างโน้มน้าวได้ฝ่ายเดียว

แทนที่เป็นผู้ชี้แจง ตอบคำถาม ทุกข้อสงสัย เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ว่าจะเชื่อฝ่ายใด

ขัดกับหลักการทำประชามติ ทุกคนทุกฝ่าย ต้องมีเสรีในการแสดงออก

การห้ามทุกฝ่ายแก้ปัญหาความขัดแย้งไม่ได้ แม้ห้ามการกระทำได้ก็จริง แต่ความคิด ความเห็นต่างก็ยังดำรงคงอยู่ใน 2 ฝ่าย

และไม่อาจใช้กระบวนการการออกเสียงประชามติเป็นทางออก เป็นข้อยุติได้

เนื่องจากจะไม่ได้รับการยอมรับในท้ายที่สุด

ตรงกันข้ามกับการเปิดให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิด ความเห็น นำเหตุผลในอันที่จะรับหรือไม่รับ ออกมาสู้-หักล้างกันได้อย่างเต็มที่

วิธีการเปิดเสรีชี้ให้ประชาชนเห็นทุกแง่มุมต่างหาก ที่เป็นทางออกได้

เพราะเมื่อประชาชนตัดสินใจทางใดทางหนึ่ง ฝ่ายพ่ายแพ้ก็รับได้

ไม่มีอะไรให้ต้องค้างคาใจ เหมือนถูกมัดมือชกฝ่ายเดียว