ในเมืองไทยไม่ค่อยมีคนพูดถึง “ดาร์กเว็บ” กันมากนัก
เพิ่งเคยได้ยินสื่อพูดถึง “ดาร์กเว็บ” กันก็เมื่อไม่นานมานี้ หลังเกิดกรณีคุณสุภาพสตรีรายหนึ่งขอแมวไปเลี้ยง เลี้ยงไปเลี้ยงมาน้องแมวเหลือแต่ซาก เลยมีการครหากันว่า คุณเธออาจขอแมวไปเป็นเหยื่อเพื่อ “ฆ่าโชว์” เรียกเงินตอบแทนใน “ดาร์กเว็บ”
สื่อมวลชนส่วนหนึ่งในไทยขยายความ “ดาร์กเว็บ” เอาไว้หลายอย่าง ล้วนแล้วแต่ไม่น่าฟังทั้งสิ้น หรือไม่ก็พาลเข้าใจผิดไปเลยว่า “ดาร์กเว็บ” เป็นชื่อของเว็บไซต์ไปเลยก็มี
ซึ่งไม่น่าแปลกใจ อย่าว่าแต่ในไทยเลย แม้แต่ในต่างประเทศ ความเข้าใจผิดๆ ทำนองนี้ก็มีอยู่เหมือนกันครับ
ฝรั่งมังค่าบางคนฟังแค่ชื่อก็เหมาไปเลยว่า “ดาร์กเว็บ” คือศูนย์กลางของด้านมืดทุกอย่างบนอินเตอร์เน็ตด้วยซ้ำไป
ชื่อ “ดาร์กเว็บ” ในต่างประเทศปรากฏควบคู่อยู่กับอาชญากรรมทั้งหลายแหล่ ตั้งแต่ถูกระบุว่า เป็นอินเตอร์เน็ตสำหรับพ่อค้ายาเสพติด เรื่อยไปจนถึงการเป็นตลาดกลางของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกขโมยมาจากการเจาะระบบ, เป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มก่อการร้าย ฯลฯ
ถามว่านิยามที่ว่านั้นถูกต้องหรือเปล่า? คำตอบคือไม่ผิดครับ แต่ไม่เป็นธรรมสำหรับ “ดาร์กเว็บ” สักเท่าใดนัก
โดยข้อเท็จจริงแล้ว ดาร์กเว็บก็เป็นเหมือนเวิลด์ไวด์เว็บ (ที่เรารู้จักกันในชื่อย่อตัวดับเบิลยู 3 ตัวนั่นแหละครับ) เว็บไซต์บนดาร์กเว็บ ก็เหมือนกับเว็บไซต์อื่นๆ ทั้งหลายบนเวิลด์ไวด์เว็บนั่นแหละครับ
เว็บไซต์บนดาร์กเว็บ ก็สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีเว็บมาตรฐานเดียวกันกับเว็บทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์สำหรับโฮสต์, เอชทีเอ็มแอล, และจาวาสคริปต์
เราสามารถใช้เบราเซอร์ทั่วไปอย่างไฟร์ฟอกซ์หรือโครม เพื่อเข้าไปดูเว็บไซต์บนดาร์กเว็บได้เหมือนกัน
ความแตกต่างอย่างเดียวก็คือ ซอฟต์แวร์พิเศษสำหรับการกำหนดทิศทางในเน็ตเวิร์ก ซึ่งถูกออกแบบมาเฉพาะ เพื่อปกปิดตัวตนของทั้งผู้ที่เข้าไปดูเนื้อหาในเว็บไซต์ของดาร์กเว็บและผู้ที่เผยแพร่เนื้อหาผ่านดาร์กเว็บ
เว็บไซต์ในดาร์กเว็บจะไม่ลงท้ายด้วย “.com” หรือ “.org” แต่จะเป็น “.onion” หรือ “.i2p.” แทน ส่วนชื่อเว็บก็มักจะเป็นชุดตัวอักษรกับตัวเลขยาวกว่าที่เราคุ้นเคยกันในเว็บไซต์บนเวิลด์ไวด์เว็บ
ความแตกต่างเหล่านี้มีขึ้นเพื่อที่ว่าทั้งผู้ใช้และผู้เผยแพร่เนื้อหา ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนให้รับรู้กันเท่านั้นเอง
ดาร์กเว็บเกิดขึ้นและวิวัฒนาการมาใกล้เคียงกับเวิลด์ไวด์เว็บนี่แหละครับ คนต้นคิดคือนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวไอริช ชื่อ เอียน คลาร์ก ที่เริ่มพัฒนา “ฟรีเน็ต” ขึ้นมาให้เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบ Peer-to-Peer Network เพื่อให้ง่ายสำหรับการกระจายข้อมูลทางวิชาการ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านคอมพิวเตอร์กลาง ขึ้นเมื่อปี 1999
เอียน คลาร์ก จัดการแยกส่วนที่เป็นข้อมูลบ่งชี้ถึงอัตลักษณ์ของผู้สร้างไฟล์ในระบบนี้ออกจากเนื้อหาที่สร้างขึ้นในระบบ ซึ่งทำให้ฟรีเน็ตกลายเป็นที่ดึงดูดใจของคนที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลแต่ต้องการปกปิดตัวตน
ไม่นาน โครงการที่ใช้หลักการเดียวกันก็ผุดขึ้นตามมา ที่สำคัญคือ “ทอร์ โปรเจ็กต์” และ “อินวิสซิเบิล อินเตอร์เน็ต โปรเจ็กต์” ซึ่งเป็นที่มาของ 3 ระบบเว็บโฮสติ้ง “นิรนาม” ที่นิยมใช้กันอยู่ในเวลานี้โดย “ทอร์” ได้รับความนิยมสูงสุด
ยกข้อเท็จจริงอันหนึ่งก็คือ เว็บไซต์ที่เรานิยมกันอย่าง “เฟซบุ๊ก” หรือเว็บสื่อกระแสหลักอย่าง “นิวยอร์ก ไทม์ส” และ “วอชิงตัน โพสต์” ก็มี “เวอร์ชั่นดาร์กเว็บ” เผยแพร่อยู่บนทอร์เช่นเดียวกัน
ดังนั้น การบอกว่า “ดาร์กเว็บ” เป็นแหล่งว่าจ้างมือปืน, ค้าเด็ก ผู้หญิง, ค้าปืน, ยาเสพติดและแหล่งขายข้อมูลของแฮกเกอร์เพียงอย่างเดียวก็คงไม่ถูกนัก
ที่สำคัญก็คือ แม้แต่ในเว็บไซต์ทั่วไปของเรา ก็เคยมีการหามือปืนรับจ้างผ่าน Craigslist หรือมีการใช้ Venmo เป็นช่องทางในการจ่ายค่ายาเสพติดมาแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มก่อการร้าย หาได้เยอะมากในเวิลด์ไวด์เว็บปกติ มากกว่าบน ดาร์กเว็บหลายเท่าตัวนัก
ในเวลาเดียวกันโลกของดาร์กเว็บ มีเสรี ปราศจากการตรวจสอบใดๆ ไม่ว่าจากใครๆ ทั้งสิ้นมากกว่า เวิลด์ไวด์เว็บมากนัก…เท่านั้นเอง

