น.3คอลัมน์ : เลือกตั้ง เข้มข้น ‘ศึก 2 ตระกูลใหญ่’ ‘เพื่อ’ กับ ‘พลัง’

16.11.18 | 13:00 น.

มีความคึกคักในเชิงเปรียบเทียบอย่างเห็นได้ชัดระหว่างหัวบันไดพรรคไทยรักษาชาติ กับ พรรคพลังประชารัฐ เพราะการเดินเข้าไปของ “บิ๊กเนม”

ไม่ว่าจะเป็น นายสุธรรม แสงประทุม

ซึ่งไม่เพียงแต่คร่ำหวอดทางการเมืองตั้งแต่ยุคก่อนสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 หากยังมีส่วนร่วมในการก่อรูปขึ้นของพรรคไทยรักไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2541

ธงของ นายสุธรรม แสงประทุม คือ พรรคไทยรักษาชาติ

ขณะเดียวกัน เราได้เห็นการเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกของ นายสุพล ฟองงาม นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และ นายวิรัช รัตนเศรษฐ์

Advertisement

ธงของ 3 คนนี้ คือ พรรคพลังประชารัฐ

ยิ่งกว่านั้น ยังเห็นการเดินเข้าไปของ นายธวัชชัย สัจจกุล พร้อมกับแสดงความชื่นชมยินดีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการทำรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

นี่คือ ความแจ่มชัดระหว่าง พลังประชารัฐ ไทยรักษาชาติ

ถามว่าทิศทางของพรรคพลังประชารัฐแนบแน่นอยู่กับทิศทางของใคร คำตอบเห็นได้ชัดว่าแนบแน่นอยู่กับทิศทางของพรรครวมพลังประชาชาติไทย

แนบแน่นอยู่กับทิศทางของพรรคตระกูล “พลัง” ด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังธรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังท้องถิ่นไท หรือแม้กระทั่งพรรคประชาชนปฏิรูป

นี่คือทิศทางของพรรคตระกูล “พลัง”

นั่นก็คือ 1 เห็นด้วยกับการรัฐประหาร นั่นก็คือ 1 เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจของ คสช. และนั่นก็คือ เห็นด้วยกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ขณะเดียวกัน ทางด้านพรรคไทยรักษาชาติเล่า

เพียงเห็นชื่อ นายสุธรรม แสงประทุม เพียงเห็นชื่อ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เพียงเห็นชื่อ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ทุกคนก็เห็นว่าทิศทางของพรรคไทยรักษาชาติจะเป็นไปอย่างไร

คำตอบก็คือ แนวเดียวกันกับ “พรรคเพื่อไทย”

นี่คือการก่อรูปขึ้นของ 2 ทิศทาง 2 แนวรบในทางการเมืองอย่างเห็นรูปธรรมก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นการทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

อย่างที่เรียกว่า 1 ตระกูลพลัง 1 ตระกูลเพื่อ

กล่าวสำหรับพรรคตระกูล “พลัง” การที่มี 4 รัฐมนตรีจากรัฐบาล คสช.เข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้า รองหัวหน้า เลขาธิการ โฆษก

เท่ากับยืนยันว่า “เป้าหมาย” คืออะไร

กล่าวสำหรับพรรคตระกูล “เพื่อ” ยุทธการแตกแบงก์พันออกเป็นแบงก์ย่อย โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นทัพหลวง และแวดล้อมด้วยพรรคประชาชาติ พรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ และพรรคไทยรักษาชาติ

เท่ากับยืนยันว่า “เป้าหมาย” คืออะไร

ด้านหลักของการปะทะในทางการเมืองเห็นได้ชัดว่า เป็นระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน

นี่คือ ทัพหลวงของ 2 แนวรบ 2 ทิศทางที่แตกต่างกัน

ในความเชื่อที่ดำรงอยู่ตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 ต่อเนื่องมายังการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554

แต้มต่อยังเป็นของพรรคตระกูล “เพื่อ”

กระนั้น ด้วยกลไก “รัฐธรรมนูญ” และผลงานจากเดือนพฤษภาคม 2557 ต่อเนื่องมายังเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โอกาสที่พรรคตระกูล “พลัง” จะเปิดแต้มต่อใหม่ก็มีความเป็นไปได้

การต่อสู้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จึงทรงความหมาย