มีความคึกคักในเชิงเปรียบเทียบอย่างเห็นได้ชัดระหว่างหัวบันไดพรรคไทยรักษาชาติ กับ พรรคพลังประชารัฐ เพราะการเดินเข้าไปของ “บิ๊กเนม”
ไม่ว่าจะเป็น นายสุธรรม แสงประทุม
ซึ่งไม่เพียงแต่คร่ำหวอดทางการเมืองตั้งแต่ยุคก่อนสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 หากยังมีส่วนร่วมในการก่อรูปขึ้นของพรรคไทยรักไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2541
ธงของ นายสุธรรม แสงประทุม คือ พรรคไทยรักษาชาติ
ขณะเดียวกัน เราได้เห็นการเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกของ นายสุพล ฟองงาม นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และ นายวิรัช รัตนเศรษฐ์
ธงของ 3 คนนี้ คือ พรรคพลังประชารัฐ
ยิ่งกว่านั้น ยังเห็นการเดินเข้าไปของ นายธวัชชัย สัจจกุล พร้อมกับแสดงความชื่นชมยินดีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการทำรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
นี่คือ ความแจ่มชัดระหว่าง พลังประชารัฐ ไทยรักษาชาติ
ถามว่าทิศทางของพรรคพลังประชารัฐแนบแน่นอยู่กับทิศทางของใคร คำตอบเห็นได้ชัดว่าแนบแน่นอยู่กับทิศทางของพรรครวมพลังประชาชาติไทย
แนบแน่นอยู่กับทิศทางของพรรคตระกูล “พลัง” ด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังธรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังท้องถิ่นไท หรือแม้กระทั่งพรรคประชาชนปฏิรูป
นี่คือทิศทางของพรรคตระกูล “พลัง”
นั่นก็คือ 1 เห็นด้วยกับการรัฐประหาร นั่นก็คือ 1 เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจของ คสช. และนั่นก็คือ เห็นด้วยกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ขณะเดียวกัน ทางด้านพรรคไทยรักษาชาติเล่า
เพียงเห็นชื่อ นายสุธรรม แสงประทุม เพียงเห็นชื่อ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เพียงเห็นชื่อ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ทุกคนก็เห็นว่าทิศทางของพรรคไทยรักษาชาติจะเป็นไปอย่างไร
คำตอบก็คือ แนวเดียวกันกับ “พรรคเพื่อไทย”
นี่คือการก่อรูปขึ้นของ 2 ทิศทาง 2 แนวรบในทางการเมืองอย่างเห็นรูปธรรมก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นการทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2562
อย่างที่เรียกว่า 1 ตระกูลพลัง 1 ตระกูลเพื่อ
กล่าวสำหรับพรรคตระกูล “พลัง” การที่มี 4 รัฐมนตรีจากรัฐบาล คสช.เข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้า รองหัวหน้า เลขาธิการ โฆษก
เท่ากับยืนยันว่า “เป้าหมาย” คืออะไร
กล่าวสำหรับพรรคตระกูล “เพื่อ” ยุทธการแตกแบงก์พันออกเป็นแบงก์ย่อย โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นทัพหลวง และแวดล้อมด้วยพรรคประชาชาติ พรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ และพรรคไทยรักษาชาติ
เท่ากับยืนยันว่า “เป้าหมาย” คืออะไร
ด้านหลักของการปะทะในทางการเมืองเห็นได้ชัดว่า เป็นระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน
นี่คือ ทัพหลวงของ 2 แนวรบ 2 ทิศทางที่แตกต่างกัน
ในความเชื่อที่ดำรงอยู่ตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 ต่อเนื่องมายังการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554
แต้มต่อยังเป็นของพรรคตระกูล “เพื่อ”
กระนั้น ด้วยกลไก “รัฐธรรมนูญ” และผลงานจากเดือนพฤษภาคม 2557 ต่อเนื่องมายังเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โอกาสที่พรรคตระกูล “พลัง” จะเปิดแต้มต่อใหม่ก็มีความเป็นไปได้
การต่อสู้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จึงทรงความหมาย

