เมื่อฝนยังไม่มา
หาเรื่อง “ขัน” มาดับ “ร้อน” กันต่อไป
ถึงจะมี “ขื่น” พ่วงมาด้วย แต่ก็ยังดีกว่าบูดบึ้งอย่างเดียว
“ขัน” แรก เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับความพยายามปกป้อง “ร่างรัฐธรรมนูญ” ปกป้อง “ประชามติ” ดั่งไข่ในหิน ใครจะมาแตะต้องไม่ได้เด็ดขาดนี่แหละ
เหตุการณ์หมาดๆ ที่เพิ่งผ่านไป นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และเหล่า “กปปส.” ออกมาเชิดชู “รัฐธรรมนูญ” อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู พร้อมยืนยัน จะ “ผ่าน” ประชามติแน่นอน
ในวันและเวลาเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ และเหล่าพลพรรค นปช.ก็ออกมาถล่ม “รัฐธรรมนูญ” ว่าไม่เป็นประชาธิปไตยพร้อมกับประกาศจุดยืนสวนทาง “ไม่ผ่านประชามติ”
ปฏิบัติการคุณทำได้ผมก็ทำได้นี้เอง ทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึงขังจะหาช่องทางเอาผิดทั้งคู่ เพราะไม่อนุญาตให้ใครมาโน้มน้าวใจชาวบ้าน ให้ รับ หรือ ไม่รับ รัฐธรรมนูญ
จากวันนั้นมาถึงวันนี้ ไม่มีอะไรคืบหน้านัก
แต่เผลอแวบเดียว ชื่อของนายจตุพร พรหมพันธุ์ โผล่ไปอยู่ในผังของทหารและตำรวจร่วมกลุ่มผู้เปิดเว็บไซต์โจมตีรัฐบาลกระทบความมั่นคง ตามมาตรา 116 เสียเฉยๆ
จะว่าเป็นผู้จ้างวานหรือบงการก็ไม่ใช่ รู้จักกันในฐานะว่าจ้างให้ทำเว็บให้เท่านั้น
แต่ชื่อนายจตุพรก็กำกวม-กำกวม อยู่ในผังนั้น ให้ขำๆ
และหึ-หึ ในใจว่า เขาช่างจัดสมดุลได้ดีจริงๆ
จะไปต่อว่าก็ไม่ได้ เพราะคงจะมีคำชี้แจงแบบสีข้างถลอกปอกเปิกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องประชามติหรือเรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องความไม่มั่นคง
ก็เอ้า ขัน-ขันกันไป
ขัน เช่นเดียวกับ การเห็น หนึ่งในคณะกรรมการการเลือกตั้งขึ้นไปบนโรงพัก แจ้งความเอาผิดกับผู้ที่มีพฤติการณ์ขัดขืน ฝ่าฝืน กฎหมายการลงประชามติอย่างภาคภูมิใจ ในฐานะที่สามารถใช้ “อำนาจ” จัดการกับพวกฝ่าฝืนได้เป็น “กรณีแรก”
ต้องปล่อยเสียง “หึ-หึ” ออกมาอย่างสุดกลั้น
ว่ากันที่จริง คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นควรจะศรัทธาสูงสุดต่อการเลือกตั้ง
จะต้องยืนหยัด ต่อสู้ทุกวิถีทาง ให้ชาวบ้านได้ใช้สิทธิของตัวเองอย่างมีข้อจำกัดน้อยที่สุด
ต้องมองการเลือกตั้งในมุมกว้างมากสุดเท่าที่จะมากได้
ไม่ใช่มองการเลือกตั้งในมุมแคบ มีข้อจำกัด หรือถูกผูกรัดด้วยแง่มุมกฎหมาย จนกระดิกกระเดี้ยอะไรไม่ได้
และที่สำคัญ คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ควรเอนไปกับการจับผิดหรือบดขยี้ชาวบ้านด้วยแง่มุมกฎหมาย แบบเชือดไก่ให้ลิงดู
มักมีการพูดเสมอว่า เพราะกฎหมายว่าไว้อย่างนั้น
แต่ต้องไม่ลืมว่า ชนชั้นใดออกกฎหมาย ชนชั้นนั้นก็พยายามออกกฎหมายเพื่อตอบสนองตัวเองมากที่สุด
กฎหมายประชามติเราก็รู้ว่าออกมาโดยใคร ภายใต้รัฐบาลไหน
จึงไม่น่าแปลกใจที่กฎหมายออกมาจะเข้มข้น เพื่อปกป้องและเอื้ออำนวยให้รัฐธรรมนูญที่พวกตนเองร่างผ่านให้ได้
มีคำถามว่า แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเป็นองค์กรอิสระจะวางตนเองอย่างไร
จะเป็นหนึ่งในกลไกแห่งกฎเหล็กนั้น
หรือจะพยายามเต็มที่ในการขยายข้อจำกัดอันมากมายนั้น ให้ชาวบ้านได้ใช้สิทธิของตนเองได้อย่างเปิดกว้างมากที่สุด
แต่ข้อกำหนด “6 ทำได้ 8 ไม่” ที่ออกมานั้น ก็พอจะเห็นความโน้มเอียงว่าจะไปทางไหน
เราเคยขำขื่นกันมาแล้วกับการที่กรรมการการเลือกตั้งถูกวิจารณ์ว่า ไม่อยากให้เลือกตั้ง
จะให้มาขำขื่น-ขื่น กับการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งถูกมองว่าลดความเป็นอิสระของตนเอง มาเป็นหนึ่งในกลไกป้องประชามติ-รัฐธรรมนูญดั่งไข่ในหินกับ “เขา” ด้วยอีกหรือ

