หน้าแรก คอลัมนิสต์ ไอคอนสยามสัญล...

ไอคอนสยามสัญลักษณ์จินตนาการแห่งยุค โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

18.11.18 | 13:00 น.
ชฎาทิพ จูตระกูล

เชื่อแน่ว่าจนถึงวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ไอคอนสยาม” ศูนย์การค้าระดับหรูบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เขตคลองสาน ธนบุรี เพราะหลังจากมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนผ่านมา พร้อมๆ กับเปิดดำเนินการให้บุคคลทั่วไปเข้ามาจับจ่ายซื้อของตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายนผ่านมา

ล้วนมีแต่คนพูดถึง

มีแต่คนอยากไป

ไม่เว้นแม้แต่พี่ๆ น้องๆ ที่รู้จักกันในที่ทำงาน และที่บ้าน ทุกคนล้วนอยากไปยลโฉมไอคอนสยามสักครั้ง ซึ่งผมฟังแล้วก็เริ่มคล้อยตาม และอยากจะไปกับเขาบ้าง

แต่ยังไม่ได้ไปเสียที

Advertisement

จนเมื่อหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจจัดงานสัมมนา “Thailand 2019 เมื่อคนเปลี่ยน แลนด์สเคปธุรกิจโลกเปลี่ยน ธุรกิจไทยจะก้าวไปอย่างไร” เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนผ่านมา โดยมี ชฎาทิพ จูตระกูล มาเป็นหนึ่งในวิทยากรหลักที่พูดครั้งนี้ด้วย

จึงทำให้ใครหลายคนต่างเฝ้าจับตามองว่า “ชฎาทิพ” จะพูดเรื่องไอคอนสยามหรือเปล่า ?

เพราะที่ผ่านมาอ่านแต่บทสัมภาษณ์ที่เธอพูดถึงอภิมหาโปรเจ็กต์ แต่ยังไม่เคยฟังจากปากของเธอเลย ซึ่งก็เป็นไปตามคาด “ชฎาทิพ” พูดเรื่องไอคอนสยามจริงๆ

“ชฎาทิพ” เริ่มต้นเล่าให้ฟังบอกว่าตอนเปิดสยามพารากอนเมื่อ 13 ปีที่ผ่านมา คุณพ่อ (พล.อ.เฉลิมชัย จารุวัสตร์) เดินเข้ามาพูดกับเธอว่า…ขอแสดงความยินดีด้วย เธอทำสำเร็จแล้ว แต่ถ้าอนาคตเธอจะทำโครงการอีก เราต้องคิดใหม่ทำใหม่นะ เพราะในยุคอนาคตข้างหน้า คนจะเปลี่ยนไป ผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป และอาจจะไม่มีคนมาเดินศูนย์การค้าอีกต่อไปแล้ว

ที่สำคัญเธอจะต้องทำอะไรเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์บ้าง

คำพูดของคุณพ่อครั้งนั้น ไม่เพียงเป็นคำพูดที่ทำให้ “ชฎาทิพ” ภูมิใจในตัวเอง หากยังเป็นคำพูดที่เธอจดจำไม่เคยลืม เพียงแต่ตอนนั้น “ชฎาทิพ” ยังคิดไม่ออกว่า…เธอจะทำอะไรต่อไป

เพราะโปรเจ็กต์สยามพารากอนเป็นโปรเจ็กต์หนึ่งที่ใหญ่มากขณะนั้น

จนเมื่อ ทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ ผู้บริหารของบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) โทรศัพท์มาหาเธอเพื่อบอกว่ามีที่ดินอยู่ประมาณ 40 ไร่ บริเวณริมแม่น้ำฝั่งเจ้าพระยา น่าจะพัฒนามาทำโครงการอะไรๆ ได้

แรกๆ เธอกังวลเพราะกลัวอยู่ไกลออกไป แต่เมื่อพูดคุยกับ “ทิพาภรณ์” จนรู้ว่าที่ดินบริเวณนี้อยู่บริเวณโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และอยู่ใกล้โรงแรมระดับ 5 ดาวของทั้งสองฝั่งแม่น้ำ

เธอจึงตัดสินใจตกลงทันที

โดยที่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป เพราะขณะนั้นสภาพการณ์ทางการเมืองมีความวุ่นวาย สภาพเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี แต่ “ชฎาทิพ” เชื่อว่าน่าจะทำอะไรได้

ที่สำคัญ ฝั่งธนบุรีมีความเกี่ยวโยงทางประวัติศาสตร์มายาวนานกับสยามประเทศ ดังนั้น ถ้าจะมีศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์สักแห่งหนึ่งในบริเวณนี้ คงน่าเป็นเรื่องยินดี

“ชฎาทิพ” จึงตัดสินใจร่วมทุนกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เพื่อผุดโครงการไอคอนสยาม โดยมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 54,000 ล้านบาท

“ชฎาทิพ” บอกว่าเหตุผลง่ายๆ เลยคือแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นของคนไทยทุกๆ คน ทั้งยังเป็นบ่อเกิดของอารยธรรมความเจริญรุ่งเรืองต่างๆ ที่สำคัญ แม่น้ำสายนี้มีประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ในทุกมิติ เราเองตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับแม่น้ำสายนี้ ดังนั้น เราต้องเข้ามาอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน และเราจะต้องเป็นจิ๊กซอว์ตัวเล็กๆ ที่เข้ามาเติมเต็มในแถบบริเวณนี้

ที่สำคัญเราจะต้องสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย และเราจะต้องสร้างไอคอนสยามให้เป็นสัญลักษณ์จินตนาการแห่งยุค

ซึ่งผมฟังแล้วเข้าใจทันทีว่า “ชฎาทิพ” คงนึกถึงคำพูดของพ่อ ที่แม้วันนี้เขาจะไม่ได้มากล่าวชมความสำเร็จของลูกสาวในอีกขั้น แต่กระนั้น คำพูดของพ่อที่บอกว่า…ขอแสดงความยินดีด้วย เธอทำสำเร็จแล้ว แต่ถ้าอนาคตเธอจะทำโครงการอีก เราต้องคิดใหม่ทำใหม่นะ เพราะในยุคอนาคตข้างหน้า คนจะเปลี่ยนไป ผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป และอาจจะไม่มีคนมาเดินศูนย์การค้าอีกต่อไปแล้ว

ที่สำคัญเธอจะต้องทำอะไรเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์บ้าง

คงน่าจะเป็นแรงผลักดันอย่างหนึ่งที่ทำให้เธอมุ่งมั่นไปกับโครงการนี้

“ชฎาทิพ” บอกว่าตอนที่เธอเดินเข้าไปขอกู้แบงก์จำนวน 20,000 ล้านบาท เธอพยายามบอกทุกแบงก์ให้มาช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน

แม้แบงก์อาจจะงงๆ อยู่บ้าง

แต่ที่สุดทุกแบงก์ก็ยอมร่วมสร้างประวัติศาสตร์ไปกับเธอ รวมถึงสถาปนิกระดับโลก วิศวกรระดับพระกาฬ นักธุรกิจชั้นนำอีกมากมาย รวมไปถึงศิลปินสาขาต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

แม้กระทั่งชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งก็ต่างอยากร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ไปกับเธอ จนที่สุด สิ่งที่ “ชฎาทิพ” และพาร์ตเนอร์ร่วมกันฝันก็กลายเป็นความจริง

เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในไอคอนสยามต่างมีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ทั้งสิ้น
ไม่เว้นแม้แต่สถานีรถไฟฟ้าสายสีทองที่เธอยอมควักเงินกว่า 2,000 ล้านบาทเพื่อร่วมทุนก่อสร้างกับหลายบริษัทที่รับผิดชอบ รวมถึงการวางแผนร่วมกันบูรณะท่าเรือ 73 แห่งกับกรมเจ้าท่าที่เธอยอมจ่ายเงินกว่า 500 ล้านบาท เพื่อทำให้การคมนาคมสะดวกขึ้น

ทุกสิ่งล้วนผ่านการคิดล่วงหน้ามาก่อนแล้วทั้งสิ้น

จนทำให้เกิดไอคอนสยามในวันนี้