ถือว่าได้ใจอย่างมากกับการเข้ามารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ตั้งแต่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา นอกเหนือจากการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจังในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ที่ใช้มิติของการร่วมมือกันทั้งระดับพื้นที่และระดับรัฐบาลโดย “การเมืองนำการทหาร” ช่วยทำให้การเจรจาสันติสุขมีความก้าวหน้ามากขึ้นเป็นลำดับ บรรเทาเหตุภัยความไม่สงบลงอย่างมากแล้ว
ที่นับว่าเป็นเรื่องต้องจับตามองและการยกระดับความสำคัญขึ้นมา คือการมุ่งแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ในขณะที่ดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 4 หรือแม่ทัพน้อยภาคที่ 4 เคยรับปัญหาและลงพื้นที่จริง เห็นมาแล้วว่า สิ่งที่ครอบครัวของพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นกังวลมากที่สุดด้วยอีกเรื่อง คือการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน ทำให้บั่นทอนจิตใจ สร้างผลกระทบต่อครอบครัวอย่างมาก
ในเมื่อความสงบสุขในครอบครัวหายไปหมด แล้วบ้านเมืองจะร่มเย็นได้อย่างไร
แม่ทัพเคยเล่าให้ฟังว่า มีชาวบ้านหลายคนที่ลูกหลานต้องตกเป็นทาสของยาเสพติด เป็นต้นตอของปัญหาอีกมากมายที่ตามมา ทั้งการลักเล็กขโมยน้อย การทำร้ายในครอบครัว การถูกว่าจ้างให้มาเป็นผู้ขายรายย่อยและการถูกว่าจ้างให้ไปกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ดังนั้น เมื่อรับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 จึงประกาศขอรบกับยาเสพติดที่ถือเป็นภัยแทรกซ้อนในด้ามขวาน
ในช่วงต้นๆ ได้เรียกประชุมหน่วยงานทุกภาคส่วน ตั้งแต่เจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหาร ไปจนผู้นำศาสนาในพื้นที่ ผู้นำองค์กรภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา การมุ่งปราบปราม ป้องกัน จับกุมผู้ค้ารายใหญ่กับผู้ค้ารายย่อย และจับแยกผู้เสพติดเข้าสู่ขบวนการบำบัด จะทำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง
สิ่งที่มีการเน้นย้ำมากที่สุด การแก้ปัญหาทุกระดับต้องไม่ใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาด ให้ยึดวิธีการแห่งศาสตร์พระราชาที่ว่า “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาใช้
ดังนั้น แผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ศ.2560-2564) ในฐานะที่แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศอ.ปส.จชต.) ได้กำหนดแผน “ปฏิบัติการรวมพลังแก้ไขปัญหายาเสพติดคืนความสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยปฏิบัติการในระยะเร่งด่วน 3 เดือนแรก ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2562
มีทั้งการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษา ที่น่าสนใจ จะต้องร่วมมือกันทำงานตั้งแต่ระดับพื้นที่ในชุมชนที่ต้องปกป้องไม่ให้เด็กและเยาวชนตกเป็นผู้ใช้ยาเสพติดรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก ต่อมาเป็นการนำกฎหมายเข้ามาจัดการกับผู้ค้ารายย่อยในระดับหมู่บ้าน และแยกแยะผู้ที่ติดยาไปบำบัดรักษาต่อ เน้นให้เกิดระบบสมัครใจให้มากที่สุด
พล.ท.พรศักดิ์เล่าถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า ผลของการสั่งการและขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ได้รับการตอบสนองเป็นที่น่าพอใจในหลายพื้นที่ มีการจับกุมผู้ค้าอย่างต่อเนื่อง พี่น้องประชาชนเริ่มเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเราทำกันอย่างจริงจัง และยังเห็นว่าเราทำอย่างจริงใจจริงๆ เชื่อว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นเป็นลำดับ
“นอกจากเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่กวดขันแล้ว ทางกองทัพภาคที่ 4 ยังเปิดตู้ ปณ.41 ปณจ. อ.เมือง จ.ยะลา 95000 เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งให้ประชาชนได้ร้องทุกข์ ร้องเรียนเรื่องต่างๆ แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด และภัยความมั่นคง ขอย้ำว่า ไม่ต้องระบุรายละเอียดของผู้แจ้งเป็นใครมาจากไหน เพื่อให้สบายใจได้ว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อทางการและไม่ส่งผลต่อผู้แจ้งเบาะแสใดๆ เนื่องจากข้อมูลที่แจ้งเข้ามาจะมีการรวบรวมและตรวจสอบกันอีกครั้งหนึ่ง ให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”
พล.ท.พรศักดิ์มองในภาพลึกด้วยว่า ในอีกไม่ช้าบ้านเมืองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังจะเข้าถึง “สันติสุข” เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต การปราบปรามยาเสพติดให้เด็ดขาดในเวลาเดียวกัน จะเป็นแรงบวกแรงเสริมช่วยสร้างความเข้มแข็ง เป็นเกราะป้องกันอย่างดีของชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

