รายงาน : เจตนา เป้าหมาย คสช.ร่าง รัฐธรรมนูญ แด่ พลังประชารัฐ

21.11.18 | 13:00 น.

เพียงไม่กี่นาทีภายหลังจากคำว่า “รัฐธรรมนูญดีไซน์เพื่อพวกเรา” ดังออกมาจากที่ประชุมของพรรคพลังประชารัฐ ณ โรงแรมแชงกรี-ลา เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน

ก็ได้กลายเป็น “ไวรัล” ในทางการเมือง

กลายเป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ กลายเป็นประเด็นข่าวทางโทรทัศน์ และโซเชียลมีเดียได้นำไปเผยแพร่อย่างกว้างขวาง

ทุกสื่อล้วนให้การขานรับ

ถือเป็นการนิยามและให้ความหมายต่อ “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560” ได้อย่างแจ่มชัด กระจ่างใสในทางรูปธรรม

Advertisement

เท่ากับเป็นการสรุปและตีตรงเป้า

ทำให้ภาพแห่งการก่อรูปขึ้นของคณะกรรมาธิการยกร่างเรื่อยไปจนถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจากยุค นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ถึงยุค นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ยืนเด่นเป็นสง่า

นั่นก็คือ ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อ “พรรคพลังประชารัฐ”

ไม่ว่าคำนิยามจากพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้มีสมุหฐานมาจากอะไร จากประสบการณ์และความจัดเจนในทางการเมือง

จากความฮึกห้าว เหิมหาญ ด้วยความมั่นใจ

มั่นใจว่าไม่ว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 อันเป็นผลและความต่อเนื่องจากการรัฐประหารมีเป้าหมายเพื่อการนี้

เท่ากับยืนยันใน “เจตจำนง” อันเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ของ “คสช.”

นั่นก็คือ ทุกอย่างล้วนดำเนินไปตามบทเพลงที่ว่า “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงาม จะคืนกลับมา”

ไม่เพียงแต่เป็นความต้องการใน 4-5 ปีแรก

ตรงกันข้าม ยังมุ่งมั่นและมั่นใจว่าโดยการออกแบบ “รัฐธรรมนูญ” เช่นนี้ คสช.จะสามารถอยู่ในอำนาจต่อไปอีกยาวนาน

ยาวนานร่วม 10 และ 20 ปีจากปี 2557

ภายในความมั่นใจของ “คสช.” ความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งจึงสำแดงออกผ่าน 1 รัฐธรรมนูญ 1 พรรคพลังประชารัฐ และ 1 โดยการเปล่งประกาศออกมา

คำถามอยู่ที่ว่า ประชาชนจะคิดเรื่องนี้อย่างไร

คำถามอยู่ที่ว่า เวลานับจากเดือนพฤษภาคม 2557 มายังเดือนพฤษภาคม 2562 ร่วม 5 ปีนี้ประชาชนรู้สึกอย่างไร

รู้สึกชมชอบกับผลงานของ “คสช.”หรือรู้สึกว่าวิธีการบริหารจัดการกับปัญหาในทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของ “คสช.” มิได้นำความสุขมาให้

ตรงนั้นต่างหากที่สำคัญ

สำคัญเพราะว่าหากประชาชนเขาพอใจและเห็นว่าเป็นความสำเร็จเขาก็จะเลือกพรรคพลังประชารัฐ แต่ถ้าหากเขาเห็นเป็นตรงกันข้ามประชาชนก็จะปฏิเสธ

บัตร “เลือกตั้ง” ที่อยู่ในมือจึงทรง “ความหมาย”

ถ้อยคำเพียงประโยคเดียวที่ว่า “รัฐธรรมนูญนี้ดีไซน์เพื่อพวกเรา” อันดังออกมาจากภายในพรรค
พลังประชารัฐจึงอธิบายได้อย่างยอดเยี่ยม

อธิบายถึงรัฐประหารเมื่อปี 2557

อธิบายถึงฝีมือและความสามารถในทางการบริหารราชการแผ่นดินนับจากเดือนพฤษภาคม 2557 กระทั่งเดือนพฤษภาคม 2562 ว่าเป็นอย่างไร

ควรทำต่อไป หรือควรจบได้แล้ว