หน้าแรก คอลัมนิสต์ ขอความร่วมมือ...

ขอความร่วมมือโรงภาพยนตร์ ตรวจสอบหมายเลขรหัส ภย. ก่อนนำภาพยนตร์ออกฉาย โดย กฤษณา พันธุ์มวานิช

2.05.16 | 22:25 น.

ตามที่มีพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2551 สาระสำคัญของพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ได้บัญญัติไว้ 91 มาตรา ซึ่งในส่วนของการนำภาพยนตร์ออกฉายให้เช่า แลกเปลี่ยน ในราชอาณาจักร พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 25 ว่าภาพยนตร์ที่จะนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายในราชอาณาจักร ต้องผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ และออกเลขรหัส ก่อนนำออกเผยแพร่และจำหน่าย โดยเฉพาะภาพยนตร์จะกำหนดจัดประเภทของภาพยนตร์ (Rating) ตามมาตรา 26 ในการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ตามมาตรา 25 ให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์กำหนดด้วยว่า ภาพยนตร์ดังกล่าวจัดอยู่ในภาพยนตร์ประเภทใด ซึ่งมีทั้งหมด 7 ประเภทคือ (1) ภาพยนตร์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้มีการดู (ส ส่งเสริม) (2) ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ดูทั่วไป (ท ทั่วไป) (3) ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่สิบสามปีขึ้นไป (น 13+) (4) ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไป (น 15+) (5) ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีขึ้นไป (น 18+) (6) ภาพยนตร์ที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีดู (ฉ 20-) ซึ่งการจัดประเภทภาพยนตร์ (Rating) ในเรท 13+-เรท 18+ เป็นภาพยนตร์เรทแนะนำเด็กที่มีอายุตามที่กำหนดคือ อายุตั้งแต่สิบสามปี สิบห้าปี สิบแปดปี ไม่ควรดูภาพยนตร์เพียงลำพัง ควรมีผู้ปกครองให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ภาพยนตร์ที่ห้ามต่ำกว่ายี่สิบปีดูเป็นภาพยนตร์ที่ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชม จึงไม่เหมาะให้เด็กดู เพราะเด็กจะซึมซับแบบอย่างที่ไม่ดี ทำให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมที่ผิดๆ ไปเพราะนึกว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ (7) ภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักรหมายถึง ภาพยนตร์ที่ไม่อนุญาตให้นำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร

สำหรับภาพยนตร์ที่นำออกฉาย เผยแพร่ในโรงภาพยนตร์ ตามมาตรา 43 ภาพยนตร์ที่ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 37 หรือมาตรา 38 (มาตรา 37 ห้ามผู้ใดประกอบกิจการโรงภาพยนตร์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน มาตรา 38 ห้ามผู้ใดประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายภาพยนตร์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนใบอนุญาตนั้น ให้ออกสำหรับสถานที่ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์แต่ละแห่ง) จะมีไว้ในสถานที่ประกอบกิจการของตนเพื่อนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายจะต้องเป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาสาระ เช่นเดียวกับภาพยนตร์ที่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตตามมาตรา 25 และมีการแสดงเครื่องหมายการอนุญาตประเภทของภาพยนตร์และหมายเลขรหัสเช่นเดียวกับมาตรา 31 (มาตรา 31 ให้นายทะเบียนกลางกำหนดหมายเลขรหัสและประทับตราเครื่องหมายการอนุญาต ประเภทของภาพยนตร์ และหมายเลขรหัสลงบนภาพยนตร์ที่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตตามมาตรา 25)

มาตรา 44 ให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 37 แจ้งประเภทของภาพยนตร์ที่นำออกฉายแต่ละเรื่องไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ชัดเจนในบริเวณโรงภาพยนตร์ ห้ามผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 37 ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้ซึ่งมีอายุต่ำกว่าที่กำหนดตามมาตรา 26 (6) เข้าไปในโรงภาพยนตร์ในระหว่างที่ทำการฉายภาพยนตร์ที่จัดอยู่ในประเภทดังกล่าว มาตรา 45 ห้ามผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 38 ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ที่จัดอยู่ในประเภทตามมาตรา 26 (6) ให้แก่ผู้ซึ่งมีอายุต่ำกว่าที่กำหนดไว้สำหรับภาพยนตร์ประเภทดังกล่าว และมาตรา 46 การฉายภาพยนตร์ในสถานที่ที่บุคคลทั่วไปสามารถดูได้ ต้องเป็นภาพยนตร์ที่จัดอยู่ในประเภทตามมาตรา 26 (1) หรือ (2)

ซึ่งรายละเอียดของกฎหมายได้บอกไว้ชัดเจนว่า ภาพยนตร์ที่ไม่มีหมายเลขรหัสที่แสดงบนภาพยนตร์นั้นๆ เป็นภาพยนตร์ที่ยังไม่ได้รับการตรวจพิจารณาการจัดประเภทของภาพยนตร์ (Rating) จากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ หากโรงภาพยนตร์ใดนำภาพยนตร์ที่ไม่ได้มีหมายเลขรหัสออกฉายและเผยแพร่ ก็จะเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ดังนั้น การนำภาพยนตร์ออกฉายเผยแพร่ต้องมีการตรวจสอบหมายเลขรหัสที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดทุกครั้ง หากพบว่ามีการนำภาพยนตร์ที่ยังไม่ได้รับการอนุญาตให้ออกฉาย ให้เช่า หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ถือว่าฝ่าฝืนมีโทษอาญามาตรา 77 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 23 วรรคหนึ่ง (ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องดำเนินการสร้างภาพยนตร์ในลักษณะที่ไม่เป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงและเกียรติภูมิของประเทศไทย) หรือนำภาพยนตร์ตามมาตรา 26 (7) ออกเผยแพร่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 25 วรรคหนึ่ง มาตรา 28 วรรคสอง มาตรา 34 วรรคหนึ่ง (ห้ามผู้ใดส่งภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นในราชอาณาจักรออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์) ต้องระวางโทษปรับ ตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท และมาตรา 79 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 37 วรรคหนึ่ง มาตรา 38 วรรคหนึ่ง หรือประกอบกิจการดังกล่าวในระหว่างถูกพักใช้หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืนอยู่

ดังนั้น จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบกิจการภาพยนตร์ และผู้ประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ในเรื่องของการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย และตรวจสอบหมายเลขรหัสบนภาพยนตร์ก่อนนำภาพยนตร์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายทุกครั้ง ว่าภาพยนตร์ดังกล่าวได้ผ่านการตรวจพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์แล้วและบนภาพยนตร์มีการออกหมายเลขรหัส ภย.เรียบร้อยแล้วหรือยัง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการฝ่าฝืนกฎหมายต่อไป

Advertisement