หน้าแรก คอลัมนิสต์ สังคมที่รู้สึ...

สังคมที่รู้สึกกลัว โดย นฤตย์ เสกธีระ

3.05.16 | 13:55 น.
แฟ้มภาพ

เข้าเดือนพฤษภาคมก็ต้องคิดถึงวันที่ 22

วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยเป็น ผบ.ทบ.ยึดอำนาจ

จากวันนั้นถึงวันนี้ประมาณ 2 ปี ใครรู้สึกแป๊บเดียวก็แสดงว่ามีความสุข

ส่วนใครรู้สึกว่ายาวนานก็แสดงว่าเป็นทุกข์

แต่ห้วงเวลา 2 ปีนี่เหมาะสำหรับการตรวจสอบความสำเร็จ-ล้มเหลวในการบริหาร

Advertisement

ทั้งนี้ เพราะช่วงปีแรกอาจจะวุ่นวายกับการจัดระบบประเทศ

จัดการพูดคุยเจรจากับต่างชาติ รวมทั้งเลือกตัวผู้เข้ามาบริหารประเทศ

แต่เมื่อครบ 2 ปี หมายความว่ามีเวลาบริหารประเทศพอสมควรแล้ว

การยึดอำนาจน่าจะมีอะไรงอกเงย !

จำได้ว่าก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ประเทศไทยวุ่นวายมากสุดสุด

เพราะพรรคประชาธิปัตย์ออกมาไล่พรรคเพื่อไทย แล้ว กปปส.ก็ออกมาไล่ “ชินวัตร”

ตอนนั้นเหตุการณ์วุ่นวาย เพราะศาลรัฐธรรมนูญ มีคำตัดสินฟัน ฟัน ฟัน

นายกรัฐมนตรียุบสภาก็รักษาการไม่ได้

รัฐบาลจะรักษาการต่อไปก็ไม่ได้

จะจัดการเลือกตั้งก็ไม่ได้เหมือนกัน

วุ่นวายถึงกับจะเดินทางสัญจรไปไหนมาไหนในเมืองกรุงก็ทำไม่ได้

ชาวนาไม่มีเงิน เพราะรัฐบาลไร้สตางค์ ธนาคารแต่ละแห่งไม่ยอมปล่อยกู้

เสียงระเบิดจากเอ็ม 79 เสียงปราศรัยกล่าวร้าย ด่าทอดังกระหึ่ม

สังคมตกอยู่ในอาการหวาดกลัว

แต่หลังจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทุกอย่างที่เคยเกิดไม่ได้เกิดอีก

ณ วันนั้นประเทศกำลังจะเริ่มต้นใหม่

พล.อ.ประยุทธ์ สั่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ขีดเส้นคืนความสุข คืนการเลือกตั้งในเวลาอันเร็ว

พล.อ.ประยุทธ์ อีกเช่นกัน สั่งเดินเครื่องปฏิรูปประเทศ กำหนดไว้ 11 ด้านขับเคลื่อนให้ได้

เศรษฐกิจที่สะดุด ชาวนาที่ไม่ได้รับเงิน คสช.สั่งจ่ายเต็มจำนวน

โครงการรถไฟฟ้าแม้จะไม่สนับสนุนไฮสปีดเทรนในตอนนั้น แต่ก็ยืนยันว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังคงอยู่

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลมุ่งมั่นทำงานเต็มที่

พอระยะเวลาผ่านไป ตอนนี้ก็ประมาณ 2 ปี สิ่งที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้คือ…

กำลังประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และประชามติคำถามพ่วงร่างรัฐธรรมนูญ

กำหนดคือวันที่ 7 สิงหาคม

กำลังขับเคลื่อนการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน

โครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑลดำเนินต่อเนื่อง ส่วนไฮสปีดเทรนไฟเขียวทำไปถึงโคราช

ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ กลับไปไม่มีเงินอีกครั้งเพราะผลผลิตตกต่ำ

เทียบเคียงกับสถานการณ์หลังวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 แล้ว…ยังไม่แตกต่างกันนัก

ถือว่าทำงานได้อย่างเสมอต้น…เสมอปลาย

หากทำได้แค่เสมอต้นเสมอปลายก็ยังนับว่ารักษารูปฟอร์มเอาไว้ได้

แต่หากปล่อยให้สถานการณ์กลับไปสู่ความหวาดกลัวอีกครั้ง

ถ้าสังคมกลับไปรู้สึกหวาดกลัว

นั่นเท่ากับว่า สถานการณ์อาจจะกลับคืนไปสู่เหตุการณ์ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หรือเปล่า?

สังคมจะกลับไปสู่ความหวาดกลัวหรือไม่

ไม่ได้หวาดกลัวกลุ่มผู้ใช้อาวุธที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนเหมือนเมื่อปี 2557

หากแต่หวาดกลัวอำนาจรัฐที่ใช้บังคับกระทั่งลืมคิดถึงสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของสังคม