เข้าเดือนพฤษภาคมก็ต้องคิดถึงวันที่ 22
วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยเป็น ผบ.ทบ.ยึดอำนาจ
จากวันนั้นถึงวันนี้ประมาณ 2 ปี ใครรู้สึกแป๊บเดียวก็แสดงว่ามีความสุข
ส่วนใครรู้สึกว่ายาวนานก็แสดงว่าเป็นทุกข์
แต่ห้วงเวลา 2 ปีนี่เหมาะสำหรับการตรวจสอบความสำเร็จ-ล้มเหลวในการบริหาร
ทั้งนี้ เพราะช่วงปีแรกอาจจะวุ่นวายกับการจัดระบบประเทศ
จัดการพูดคุยเจรจากับต่างชาติ รวมทั้งเลือกตัวผู้เข้ามาบริหารประเทศ
แต่เมื่อครบ 2 ปี หมายความว่ามีเวลาบริหารประเทศพอสมควรแล้ว
การยึดอำนาจน่าจะมีอะไรงอกเงย !
จำได้ว่าก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ประเทศไทยวุ่นวายมากสุดสุด
เพราะพรรคประชาธิปัตย์ออกมาไล่พรรคเพื่อไทย แล้ว กปปส.ก็ออกมาไล่ “ชินวัตร”
ตอนนั้นเหตุการณ์วุ่นวาย เพราะศาลรัฐธรรมนูญ มีคำตัดสินฟัน ฟัน ฟัน
นายกรัฐมนตรียุบสภาก็รักษาการไม่ได้
รัฐบาลจะรักษาการต่อไปก็ไม่ได้
จะจัดการเลือกตั้งก็ไม่ได้เหมือนกัน
วุ่นวายถึงกับจะเดินทางสัญจรไปไหนมาไหนในเมืองกรุงก็ทำไม่ได้
ชาวนาไม่มีเงิน เพราะรัฐบาลไร้สตางค์ ธนาคารแต่ละแห่งไม่ยอมปล่อยกู้
เสียงระเบิดจากเอ็ม 79 เสียงปราศรัยกล่าวร้าย ด่าทอดังกระหึ่ม
สังคมตกอยู่ในอาการหวาดกลัว
แต่หลังจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทุกอย่างที่เคยเกิดไม่ได้เกิดอีก
ณ วันนั้นประเทศกำลังจะเริ่มต้นใหม่
พล.อ.ประยุทธ์ สั่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ขีดเส้นคืนความสุข คืนการเลือกตั้งในเวลาอันเร็ว
พล.อ.ประยุทธ์ อีกเช่นกัน สั่งเดินเครื่องปฏิรูปประเทศ กำหนดไว้ 11 ด้านขับเคลื่อนให้ได้
เศรษฐกิจที่สะดุด ชาวนาที่ไม่ได้รับเงิน คสช.สั่งจ่ายเต็มจำนวน
โครงการรถไฟฟ้าแม้จะไม่สนับสนุนไฮสปีดเทรนในตอนนั้น แต่ก็ยืนยันว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังคงอยู่
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลมุ่งมั่นทำงานเต็มที่
พอระยะเวลาผ่านไป ตอนนี้ก็ประมาณ 2 ปี สิ่งที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้คือ…
กำลังประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และประชามติคำถามพ่วงร่างรัฐธรรมนูญ
กำหนดคือวันที่ 7 สิงหาคม
กำลังขับเคลื่อนการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน
โครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑลดำเนินต่อเนื่อง ส่วนไฮสปีดเทรนไฟเขียวทำไปถึงโคราช
ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ กลับไปไม่มีเงินอีกครั้งเพราะผลผลิตตกต่ำ
เทียบเคียงกับสถานการณ์หลังวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 แล้ว…ยังไม่แตกต่างกันนัก
ถือว่าทำงานได้อย่างเสมอต้น…เสมอปลาย
หากทำได้แค่เสมอต้นเสมอปลายก็ยังนับว่ารักษารูปฟอร์มเอาไว้ได้
แต่หากปล่อยให้สถานการณ์กลับไปสู่ความหวาดกลัวอีกครั้ง
ถ้าสังคมกลับไปรู้สึกหวาดกลัว
นั่นเท่ากับว่า สถานการณ์อาจจะกลับคืนไปสู่เหตุการณ์ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หรือเปล่า?
สังคมจะกลับไปสู่ความหวาดกลัวหรือไม่
ไม่ได้หวาดกลัวกลุ่มผู้ใช้อาวุธที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนเหมือนเมื่อปี 2557
หากแต่หวาดกลัวอำนาจรัฐที่ใช้บังคับกระทั่งลืมคิดถึงสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของสังคม

