หน้าแรก คอลัมนิสต์ การเมืองรวมศู...

การเมืองรวมศูนย์

4.12.18 | 13:00 น.

เฟซบุ๊ก “รสนา โตสิตระกูล” ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ว่า “การรวมศูนย์อำนาจของ คสช.ช่วยปฏิรูประบบราชการและแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นได้จริงหรือไม่” พร้อมกับระบุว่า ประชาธิปไตยรวมศูนย์ แบบพรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่ล่มสลายเหมือนพรรคคอมมิวนิสต์อื่น เพราะมีระบบการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เข้มแข็ง จริงจัง คัดสรรคนดีมีความสามารถมาบริหารในทุกระดับ ไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวก ทำให้จีนพัฒนาอย่างก้าวกระโดดทัดเทียมกับมหาอำนาจตะวันตก แม้ถูกตั้งข้อรังเกียจในด้านการเมืองที่รวมศูนย์อำนาจ

เฟซบุ๊กดังกล่าวระบุอีกว่า ระบอบการเมือง (ไม่นับระบบเศรษฐกิจ) ของไทยในยุค คสช.ก็คล้ายกับประชาธิปไตยรวมศูนย์แบบพรรคคอมมิวนิสต์จีน แม้ว่า คสช.จัดการกับทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่บ้างแต่ก็เป็นคดีทุจริตของฝ่ายตรงข้ามมากกว่า คสช.ปกครองมา 4 ปี กลุ่มเศรษฐกิจไหนที่โตขึ้นผิดหูผิดตา การทุจริตคอร์รัปชั่นก็หนาแน่นไม่ได้น้อยไปกว่ายุคนักการเมือง หากสืบทอดอำนาจตามยุทธศาสตร์ 20 ปีของ คสช.โดยไม่ปฏิรูประบบราชการ ไม่จัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น อนาคตประเทศไทยจะมีสภาพก้าวกระโดดหรือถอยหลังสุดกู่ โครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ ตามยุทธศาสตร์ 20 ปี อาจทุจริตคอร์รัปชั่น
อย่างมโหฬารโดยไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลก็เป็นได้ โดยเฉพาะเมื่อองค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญล้วนถูกเลือกมาภายใต้เครือข่ายแวดวงเดียวกัน หรือซื้อใจด้วยการขึ้นเงินเดือน และจ่ายเงินเดือนย้อนหลัง แถมเพิ่มเบี้ยประชุมให้กันอย่างเต็มพิกัด ใช่หรือไม่?

ความเห็นของรสนา น่าสนใจที่ตั้งข้อสังเกตว่าไทยกำลังก้าวตามจีนในทางการเมือง และแสดงความห่วงใยว่า การเมืองรวมศูนย์แบบจีนที่ไทยนำมาใช้จะทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นเติบโต ซึ่งเป็นเรื่องแน่นอน ระบบใดก็ตาม รวมถึงระบบเผด็จการที่ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่มีการตรวจสอบ ย่อมเป็นโอกาสของการทุจริตคอร์รัปชั่น การปราบทุจริตในจีน การคัดเลือกคนดี ไม่มีระบบเส้นสายที่ยกย่องกันย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่จีนอยู่ในระบบปิด ยังมีอีกหลายเรื่องในจีนที่โลกภายนอกไม่ทราบ หรือทราบเพียงบางส่วน ประเทศไทยควรเดินหนทางของตนเอง คือเลือกตั้งเสรี เปิดกว้างให้ระบบตรวจสอบ และให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนแทนที่จะเป็นเสียงของอภิสิทธิ์ชนกลุ่มเดียว