
เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นข่าวฮือฮาเขย่าวงการฟุตบอลอันเป็นกีฬายอดนิยมของชาวโลก
ในบ้านเรายิ่งดังไปกันใหญ่ เพราะเจ้าของทีมนี้ คือ วิชัย ศรีวัฒนประภา นักธุรกิจชาวไทย
เมื่อกล่าวถึงชัยชนะราว “เทพนิยาย” ของเลสเตอร์ในมุมที่เกี่ยวกับประเทศไทย สื่อต่างประเทศบางแห่งระบุว่า เป็นข่าวที่ทำให้คนไทยมีความสุข ขณะที่ประเทศยังอยู่ในความแตกแยก และเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่หนักหน่วงภายใต้รัฐบาลทหาร
และระบุด้วยว่าเป็นภาพบวกกับไทยไม่กี่วันหลังจากข่าว 4 คนไทยรุมทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเจ็บสาหัส ในงานสงกรานต์ที่หัวหิน
เป็นธรรมชาติของข่าวที่จะต้องอธิบาย ตอบคำถามของผู้บริโภคข่าวที่ย่อมจะต้องอยากรู้เรื่องราวของประเทศไทยไปพร้อมกัน
เห็นได้ชัดว่า โลกยุคนี้เชื่อมต่อกันมากขึ้นไปเรื่อยๆ ความก้าวหน้าของระบบอินเตอร์เน็ตทำให้คนในโลกสนใจเรื่องเดียวกัน หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่
เช่น เชียร์บอลทีมเดียวกัน หรืออย่าง เมย์-รัชนก อินทนนท์ ก็มีแฟนคลับต่างประเทศมากมาย
ความต้องการข่าวสาร ข้อมูล ข้อเท็จจริง ในเรื่องต่างๆ นับวันจึงยิ่งมีพลังมหาศาล เพราะมาจากหลายแหล่งหลายประเทศ ไม่จำกัดอยู่เฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไป
เป็นพลังที่มีความหมายอย่างมากในทางธุรกิจ เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ระหว่างประเทศ
ในกระแสแรง-เร็วแบบนี้ ถ้าเป็นเรื่องบวกๆ ก็ดีไป อย่างข่าวทีมเลสเตอร์ ก็ต้องถือว่าเสี่ยวิชัยเจ้าของสโมสรชงโอกาสมาให้แล้ว จะขยายผลอย่างไร ขึ้นกับกึ๋นด้านบริหารจัดการของผู้มีอำนาจหน้าที่่
แต่ถ้าเป็นข่าวด้านลบ คงทำอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากแก้ปัญหาตามมาตรฐาน
อันควรจะเป็น ชี้แจงความจริง หากเสียหายก็หาทางแก้ไขเยียวยากันไป
ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ใน “สถานการณ์พิเศษ” และได้ประกาศต่อนานาชาติว่า จะกลับคืนสู่ปกติในการเลือกตั้ง 2560
การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 สิงหาฯนี้ จึงเป็นขั้นตอนหัวเลี้ยวหัวต่อที่ได้รับความสนใจจากต่างประเทศ
ไม่กี่วันมานี้ ตัวแทน กรธ.ได้ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญต่อทูต ผู้แทนสถานทูต ตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศ รวม 47 ประเทศ
ก่อนหน้านั้นก็มีข่าวว่าตัวแทนอียูเข้าพบ กกต. สอบถามเรื่องการลงประชามติ
ท่ามกลางบรรยากาศที่ คสช.ประกาศใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนระเบียบ กฎเหล็กของการลงประชามติ
ความคาดหวังของรัฐบาลไทย คนไทยและต่างประเทศคงไม่ต่างกัน คือ อยากให้มหกรรมที่จะเกิดขึ้นเป็น “ข่าวดี” สำหรับประเทศไทยอีก
แต่ดูเหตุการณ์บ้านเมืองระยะนี้ อาจยังตีความคำว่า “ข่าวดี” ไม่ตรงกัน
