ที่เห็นและเป็นไป : 10 ปีประเทศไทย : โดย สุชาติ ศรีสุวรรณ

16.12.18 | 13:13 น.

ขณะที่ความสนใจรวมๆ มุ่งไปที่ “การเลือกตั้ง” ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอีก 2 เดือนข้างหน้า กลับมีกระแสหนึ่งที่แทรกเข้ามาจุดประกายความคิดให้เกิดขึ้นในสังคม

“TEN YEARS THAILAND” เป็นคีย์ เวิร์ด ที่เผยแพร่กันถี่ขึ้น

คำนี้เกิดจากโครงการ “Ten Years” อันเป็นโครงการของนักลงทุนทำภาพยนตร์จาก “ฮ่องกง-ญี่ปุ่น” โดยทำหนังสั้นในกรอบความคิด “Ten Years” หรือ “10 ปี” ของประเทศต่างๆ หลังที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจาก “ฮ่องกง” ก็เริ่มต้นร่วมทุนกับ “ไทย” ทำ “TEN YEARS THAILAND” ขึ้นมา

หนังสั้น 4 เรื่องในความคิด “10 ปีประเทศไทย” ทำเสร็จและเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ต่างๆ ในช่วงนี้พอดี

กระแสที่เกิดขึ้นคือ คนที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก ไปดูหนังสั้นโครงการนี้ และพร้อมใจกันแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงเนื้อหาของหนังสั้นทั้ง 4 เรื่องนี้ ในแง่มุมความคิดของตัวเอง ทำนองดูแล้วเห็นอะไร จากนั้นมีการแชร์ความคิดกันในสื่อออนไลน์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กกันคึกคัก

Advertisement

หลายความคิดเห็นสะท้อนกลับมาที่ “การเมืองการปกครองประเทศในปัจจุบัน” ก่อกระแสต่อยอดความคิดออกไป

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมทื่ให้ใครต่อใครออกมาช่วยกันคิดว่า “อีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นอย่างไร”

ซึ่งตรงนี้น่าสนใจมาก

“อีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นอย่างไร” ด้วยเงื่อนไขใหญ่ๆ 2 อย่างคือ

หนึ่ง ทำท่ากลับสู่ประชาธิปไตย โดยอาศัย “การเลือกตั้ง” เป็นสัญลักษณ์

เป็นการเลือกตั้งที่ถูกวิพากษ์หนักหน่วงถึงความ “ไม่แฟร์ในทุกมิติ” เหมือนกับว่าขอเพียงให้การสืบสานอำนาจต่อของ “คณะรัฐประหาร” ประสบความสำเร็จในเสื้อประชาธิปไตยเป็นใช้ได้ ส่วนวิธีการจะน่าเกลียดน่าชังขนาดไหนเป็นเรื่องที่เชื่อว่าจะใช้คำพูดบิดพลิ้วแก้ต่าง หรือสีข้างเข้าถูเอาตัวรอดได้

ขอเพียงมีข้ออ้างกับนานาชาติว่าการเลือกตั้งทำให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยแล้ว ควรจะเลิกมาตรการกีดกันความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ ที่กระทบต่อการทำมาค้าขายเสียที โดยไม่ต้องสนใจว่าประชาชนไทยจะรู้สึกอย่างไร ด้วยเชื่อมั่นว่าจะใช้อำนาจในด้านต่างๆ ควบคุมให้อยู่ในความสงบได้ โดยไม่มีปัญหาอะไรมากนัก

สอง ในวาระที่ประเทศต้องเคลื่อนไปในยุทธศาสตร์ 20 ปีที่เขียนโดยทีมงานของ “คณะรัฐประหาร” ไว้เรียบร้อยแล้ว เอาจริงเอาจังถึงขั้นกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ยาก ให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตามยุทธศาสตร์นี้

จากการดำเนินการ 2 เรื่องของผู้มีอำนาจที่เป็นไปเช่นนี้ เหมือนกับว่าชัดเจนอย่างยิ่ง ว่า “10 ปีข้างหน้าจะทำให้ประเทศไทยเป็นอย่างไร”

ไม่มีคำตอบอื่นนอกจากแนวโน้มที่จะเป็นไปตามที่ “คณะรัฐประหาร” กำหนด

ทว่าท่ามกลางแผนการที่วางไว้แล้วอย่างดีนี้เอง

ทันทีที่ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” หรือ “คสช.” ประกาศปลดล็อกการเมือง ให้ทุกฝ่ายแสดงออกได้

กระแส “TEN YEARS THAILAND” ก็ถูกจุดขึ้นมา

ไม่ใช่แค่หนังสั้น 4 เรื่องที่เป็นเชื้อให้จินตนาการต่อเท่านั้น

แต่คำถาม “อีก 10 ปีประเทศไทยจะเป็นอย่างไร” ที่กระตุ้นให้ทุกคนช่วยกันคิด ช่วยกันตอบนี้ ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะเสียดทานกับ “ความเป็นไปของประเทศไทยที่กำหนดไว้แล้วในยุทธศาสตร์ 20 ปี โดยมีอำนาจที่สานต่อจากคณะรัฐประหารมาดำเนินการควบคุมให้เป็นไป”

ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า “10 ปีประเทศไทย” ที่คนไทยร่วมกันคิดตามกระแส “TEN YEARS THAILAND” นี้จะเป็นแนวทางเดียวกับ “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” หรือไม่

เพราะหากคำตอบออกมาว่า “ไปคนละข้าง”

หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ระหว่าง “ผู้มีอำนาจบริหารประเทศ” กับ “ประชาชน”

เป็นกระแสที่ชวนให้ติดตามยิ่ง

สุชาติ ศรีสุวรรณ