หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทนำ : ความชอ...

บทนำ : ความชอบธรรม ประจำวันพุธที่ 19 ธันวาคม 2561

19.12.18 | 13:00 น.

ท่ามกลางกระแสการเมืองที่คึกคักมากขึ้นหลังการปลดล็อกการเมือง มีการแสดงความคิดความเห็นในเรื่องต่างๆ มากขึ้น ความเห็นหนึ่งที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการเมืองหลังเลือกตั้งที่น่ารับฟัง คือทรรศนะของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่กล่าวระหว่างการบรรยายเรื่อง “ทิศทาง และแนวโน้มอุตสาหกรรมกับการลงทุน หลังการเลือกตั้ง 62 ตอนหนึ่งว่า โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลหลังเลือกตั้งจะต้องเผชิญคือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก และปัญหาปากท้องของประชาชนที่สั่งสมมาตลอดช่วง 4 ปี ซึ่งเป็นที่มาทำให้ประชาชนอยากเห็นการเลือกตั้ง ไม่ใช่เพราะจงเกลียดจงชังรัฐบาลนี้ แต่เพราะหวังว่าการเลือกตั้งจะช่วยให้มีรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะทำให้หลุดพ้นจากปัญหา แม้ประเทศต้องการความสงบ แต่ความสงบอย่างเดียวไม่พอ ประชาชนต้องท้องอิ่มด้วย

รองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า เศรษฐกิจและการเมืองหลังเลือกตั้ง นอกจากขึ้นกับนโยบาย ศักยภาพของรัฐบาลใหม่ ยังจะขึ้นกับปัจจัยสำคัญคือเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลหลังเลือกตั้งจะมีเสถียรภาพได้ ต้องมี 2 ปัจจัยสำคัญ ปัจจัยแรกคือความชอบธรรม ต้องมาจากกระบวนการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ส่วนปัจจัยที่ 2 คือต้องมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร จะอาศัยเสียง ส.ว. 250 คน รวมกับ ส.ส.อีกแค่ 126 เป็น 376 เสียงย่อมไม่เพียงพอที่จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ เสียง ส.ส. 126 เสียง จะทำให้รัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อย เนื่องจากฝ่ายค้านจะมีถึง 374 เสียง ทำให้การทำงาน การพิจารณากฎหมายต่างๆ ไม่ราบรื่น เสถียรภาพของรัฐบาลหลังเลือกตั้งจึงอยู่ที่ความชอบธรรมและเสียงข้างมากในสภา ซึ่งจะส่งผลต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง

นั่นคือความเกี่ยวพันของการเลือกตั้ง การแก้ปัญหาที่รออยู่ และปัจจัย “ความชอบธรรม” ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการเข้าไปใช้อำนาจรัฐแก้ปัญหาต่างๆ การเข้าสู่อำนาจมีหลายวิธี แต่เมื่อได้อำนาจ หากไม่มีความชอบธรรมก็ยากจะใช้บริหารงาน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาของประชาชนได้อย่างราบรื่น การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นต้นปี 2562 คือกระบวนการเลือกรัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหา ซึ่งประชาชนจะไม่ได้เลือกคนที่ชอบหรือเกลียด แต่จะเลือกคนที่ประชาชนเชื่อมั่นว่ามีความสามารถในการแก้ปัญหา เข้ามาแก้ปัญหาให้นั่นเอง