เวลาดูข่าวทางสื่อแล้วมีข่าวเจ้าหน้าที่ไปยึดทรัพย์ในคดีต่างๆ เรารู้อะไรเกี่ยวกับสิทธิของผู้ถูกยึดทรัพย์และกระบวนการไหม อ่านเรื่องนี้ไว้ประกอบครับ ต่อไปจะได้ดูข่าวแบบได้ความรู้ด้วย และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แพงที่สุดที่เคยเขียนมา 4,834 ล้านบาทครับ
นายต๋อยได้มีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม จำนวน 2 รายการ คือ 1) รายงานการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 23/2560 วันที่ 14 ธันวาคม 2560 พร้อมรายงานทรัพย์สินของนายต๋อยกับพวก ที่ถูกอายัดรวม 125 รายการ และ 2) เอกสารข้อมูล รายงานข้อเท็จจริงรายงานทางวิชาการที่นำมาใช้ในการประชุมและมีมติดังกล่าว สำนักงาน ปปง.มีหนังสือแจ้งปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารด้วยเหตุผลว่า จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้และการดำเนินการของสำนักงาน ปปง.ยังไม่เสร็จสิ้น นายต๋อยจึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัย นายต๋อยได้ชี้แจงว่าสำนักงาน ปปง.แจ้งว่าคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายต๋อยกับพวกไว้ชั่วคราว และในฐานะผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สิน ให้ไปหาหลักฐานมาว่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดไม่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อให้มีคำสั่งเพิกถอนการอายัดได้ ซึ่งตามคำสั่งแจ้งว่านายต๋อยกับพวกกระทำผิดเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีอากร หรือฉ้อโกงตั้งแต่สิบล้านบาทต่อปีภาษีขึ้นไป จึงต้องการทราบว่าคณะกรรมการมีข้อเท็จจริงอะไรที่ยึดและอายัดทรัพย์ของนายต๋อย ในส่วนของผู้แทนสำนักงาน ปปง.ชี้แจงว่า ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับคำขอมีเนื้อหาการตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐาน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย และยังไม่เสร็จสิ้น ส่วนกรณีข้อมูลที่เป็นมติที่ประชุมนั้น เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียรับทราบคำสั่งอยู่แล้วซึ่งมีรายละเอียดข้อเท็จจริงตามสมควรแห่งคดี และนายต๋อยได้ใช้สิทธิโต้แย้งในชั้นพนักงานเจ้าหน้าที่และปัจจุบันคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งของสำนักงานอัยการสูงสุด
คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารทั้งสองรายการที่นายต๋อยมีคำขอ เป็นข้อมูลข่าวสารการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการธุรกรรมเกี่ยวกับการยึดและอายัดทรัพย์สินของนายต๋อย มติของคณะกรรมการธุรกรรมจึงเป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 9 (7) ที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ และต้องเปิดเผยแก่ผู้ขอข้อมูลอยู่แล้ว หมายความว่า มติของคณะกรรมการชุดนี้ต้องเผยแพร่ไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงาน และลงเว็บไซต์ด้วย ใครๆ ก็มีคำขอให้ครับ ประกอบกับเรื่องนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่เป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 15 (2) ไม่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ และข้อเท็จจริงที่ปรากฏในรายงานการประชุม ก็เป็นข้อเท็จจริงตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ส่งให้นายต๋อยกับพวก และคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวก็มีผลตามกฎหมายแล้ว จึงวินิจฉัยให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เปิดเผยข้อมูลข่าวสารพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้นายต๋อย
เรื่องนี้อาจจะดูค่อนข้างวิชาการ แต่เป็นประโยชน์สำหรับเจ้าหน้าที่ดูเป็นแนวทางเมื่อได้รับคำขอเกี่ยวกับรายงานการประชุม หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 หารือไปได้ที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 0-2283-4678 www.oic.go.th (สค 228/2561)
“ข้อมูลโปร่งใส ราชการไทยไร้ทุจริต”
วีระเชษฐ์ จรรยากูล
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ

