เหตุการณ์บึ้ม “หาดสมิหลา” โดยเน้นวางระเบิดใส่รูปปั้นนางเงือกทอง และรูปปั้นหนูกับแมว ได้รับความเสียหาย คนในพื้นที่คาดเดากันไม่ยากว่าเป็นการจงใจทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา ในช่วงไฮซีซั่นของเทศกาลปีใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยทำให้เกิดความหวาดกลัว
แม้การวางระเบิดรวมทั้งรูปแบบระเบิดจะเป็นลักษณะเหมือนกับที่เห็นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าคนร้ายน่าจะมาจากกลุ่มก่อการไหน เพียงแต่รอตรวจสอบดีเอ็นเอที่คนร้ายทิ้งไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งพยานหลักฐานอื่นๆ ที่จะนำมาประกอบกัน เพื่อที่จะสามารถออกหมายจับคนร้ายในเวลาต่อมา
แต่ก็เชื่อกันว่า เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของการก่อเหตุความไม่สงบ เป็นการรับจ้างทำมากกว่า โดยในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ที่ทำคดีบึ้มนี้คงยังไม่ตัดทิ้งประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้งไป
ส่วนการที่ไม่มีใครคิดว่าจะโยงเป็นเรื่องการเปิดพื้นที่ก่อเหตุความไม่สงบด้ามขวานให้เพิ่มขึ้นนอกจาก 4 อำเภอของสงขลาก่อนหน้านี้ ทั้งอำเภอจะนะ นาทวี เทพา สะบ้าย้อย ที่ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศไปแล้วว่าเป็นพื้นที่กระทบต่อความมั่นคงอันเนื่องจากการก่อการร้ายที่ลุกลามมาจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะ “หาดสมิหลา” ไม่มีสัญลักษณ์ในแนวทางการต่อสู้หรือเป็นตัวบ่อนทำลายในเชิงของกลุ่มก่อความไม่สงบแต่อย่างใด
มักจะถูกคนร้ายมุ่งปั่นป่วนให้เกิดสถานการณ์ยุ่งเหยิงในเชิงให้ผู้คนตื่นกลัวมากกว่า ระเบิดที่วางไว้ครั้งนี้ถูกตั้งเวลาให้เกิดเหตุขึ้นในช่วงกลางคืน เป็นช่วงที่ไม่มีใครเดินเล่นชายหาดแล้ว
แต่การปั่นป่วนดังกล่าวก็นับได้ว่าสร้างความเลวร้ายอย่างมหันต์ต่อพื้นที่การท่องเที่ยวในสงขลาพอสมควร เพราะทุกพื้นที่ที่กำหนดเป็นการท่องเที่ยว โดยสงขลาก็มีสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับโลก มักจะมีความอ่อนไหวและเปราะบางอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่สร้างผลกระทบให้
กว่าจะใช้เวลาในการฟื้นความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวกลับเข้ามาอีกไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นความสลับซับซ้อนอย่างมาก การมุ่งดำเนินการหรือแสดงให้เห็นต่อมาว่าโซนท่องเที่ยวนี้ปลอดภัยแล้วคงไม่พอ เพราะมีเรื่องของความรู้สึกและความเชื่อมั่นว่า หากมาเที่ยวแล้วจะต้องปลอดภัยจริงๆ 100 เปอร์เซ็นต์
ประกอบกับข่าวการลอบวางระเบิดหาดสมิหลา มีการนำเสนอข่าวไปทุกสื่อต่างชาติไปแล้ว หากการสืบสวนสอบสวนในคดีนี้สามารถยืนยันชัดเจนถึงสาเหตุได้เร็วที่สุด ก็จะยิ่งทำให้การแก้ปัญหากู้ภาพลักษณ์ทำได้เข้าเป้ามากยิ่งขึ้น ทั้งคนดูแลในพื้นที่จะได้เบาใจ ส่วนนักท่องเที่ยวก็จะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการเดินทางมาท่องเที่ยวอีกครั้ง
วีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ที่เพิ่งโยกย้ายมาจากผู้ว่าฯปัตตานี เมื่อ 1 ต.ค.ที่ผ่านมานี้เอง เข้าใจต่อเหตุที่เกิดขึ้นอย่างดี เพราะเคยเผชิญกับเหตุการณ์ความไม่สงบหลายครั้งในพื้นที่ปัตตานี การเข้าร่วมแก้ไขและวางแผนเพื่อให้ทุกอย่างปลอดภัยและกลับคืนสู่ความสงบโดยเร็วที่สุดเป็นโจทย์ที่ต้องตอบก่อนอยู่เสมอ
ผู้ว่าฯสงขลา ยังได้ออกมาสั่งการแล้วว่า งานเทศกาลเคาต์ดาวน์เพื่อฉลองเข้าสู่วันขึ้นปีใหม่ 2562 ที่จะมีขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ นั้น จะต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนที่มาร่วม ทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะมาเลเซีย สิงคโปร์ รวมถึงชาติอื่นๆ ที่เดินทางมาเที่ยวใต้
ขณะนี้ประเทศไทยต้องอาศัยภาคการท่องเที่ยวเป็นตัวทำรายได้ นำเงินเข้าประเทศมาหมุนเวียนในส่วนของภาครัฐและผู้ประกอบการเอกชน ประกอบกับการที่นักท่องเที่ยวจีนยังไม่ยอมฟื้นความเชื่อมั่นต่อไทยหลังเกิดเหตุภาพลักษณ์เสียหายหลายเหตุด้วยกันในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุเรือล่มที่ภูเก็ต การทำร้ายนักท่องเที่ยวจีน เหมือนเป็นการดูแลที่บกพร่องอย่างรุนแรง สิ่งเหล่านี้ถูกนำไปขยายทางสื่อที่ประเทศจีน ส่งผลต่อพื้นที่ท่องเที่ยวของภูเก็ตทันที แทบจะนับหัวนักท่องเที่ยวจีนได้เลยในทุกวันนี้
ดังนั้น เหตุการณ์วางระเบิดที่สงขลาจะต้องไม่จบลงที่ความอ่อนไหวของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศว่าจะตัดสินใจมาเที่ยวสงขลาหรือไม่ การทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา และการแก้ไขอย่างเข้มข้นน่าจะช่วยทำให้เห็นว่า แม้จะเกิดเหตุขึ้น แต่สงขลาก็ยังมีความเข้มแข็งในการกอบกู้ภาพลักษณ์ออกมาให้เห็นเร็วที่สุด
เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

