รอบปีที่ผ่านมาแวดวงการศึกษาไทยอยู่ในภาวะที่ต้องดิ้นรนปรับตัวให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายเรื่อง
ทั้งการเข้ามาของเทคโนโลยีเอไอที่คาดการณ์กันว่าจะมาแย่งงานของมนุษย์ ทำให้มหาวิทยาลัยต้องมีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดรับการเปลี่ยนแปลง
อัตราการเกิดที่ลดลงของไทยทำให้เด็กที่จะเข้าสู่ระบบการศึกษาลดต่ำ โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โอกาสที่จะยุบรวบมีมากขึ้น
โรงเรียนเอกชนหลายแห่งนักเรียนน้อยลง เช่นเดียวกับ มหาวิทยาลัยเอกชน มียอดนักศึกษาเข้าเรียนปี 1 ลดลงอย่างมาก บางแห่งต้องยุบสาขาวิชา เลิกจ้างอาจารย์ เพื่อความอยู่รอด
ขณะที่ความคาดหวังในคุณภาพ มาตรฐานการศึกษาทุกระดับพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ยังเป็นสิ่งที่เชื่อว่าทุกคนอยากเห็นเช่นเดียวกับปีก่อนๆ
ในปีที่ผ่านมา ส่วนตัวแล้วมองว่ายังไม่มีอะไรที่เป็นผลงานโดดเด่นของกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องการยกมาตรฐานการศึกษาไทยให้ดีขึ้น
ทั้งการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน การพัฒนาครู การเพิ่มผลคะแนนการสอบประเมินคุณภาพระดับนานาชาติ PISA ที่คะแนนนักเรียนไทยลดลงตลอด
ที่เห็นชัดมากสุด คือ สารพัดนโยบาย และมาตรฐานต่างๆ ที่ประกาศออกมา เช่น มาตรฐานการศึกษาของชาติ 2561 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งใช้เป็นแนวทางพัฒนาผู้เรียนไปสู่ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา
ประกาศมาตรฐานอุดมศึกษา ที่กำหนดให้จัดการเรียนการสอนให้นักศึกษาจบออกมามีคุณสมบัติสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ
ส่วนความก้าวหน้าในการปฏิรูปการศึกษาที่หลายคนฝากความหวังเอาไว้กับ “คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา หรือ กอปศ.” ที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้นมา นั้นภาระส่วนใหญ่ เป็นการออกกฎหมายมารองรับแผนการปฏิรูปการศึกษาเสียส่วนใหญ่
ปัจจุบัน ร่างกฎหมายหลายฉบับอยู่ในกระบวนการพิจารณาของ สนช. เช่น ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ร่าง พ.ร.บ.พัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. … ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … และร่าง พ.ร.บ.เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. …
แม้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา “หมอธี” นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. จะได้ผลักดันโครงการต่างๆ เพื่อยกระดับพัฒนาการศึกษาไทย ทั้งการวางระบบการประกันคุณภาพการศึกษารูปแบบใหม่ เพื่อประเมินคุณภาพการศึกษาที่เป็นจริง ลดภาระงานของครู โครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร (คูปองครู) ให้ครูมีสิทธิเลือกหลักสูตรที่จะอบรมผ่านระบบการลงทะเบียนออนไลน์ การอบรมครูผู้สอนภาษาอังกฤษชาวไทย
และการเปิดกว้างให้สถาบันการศึกษาจากต่างประเทศเข้ามาร่วมจัดการศึกษาในประเทศไทย รวมทั้งการปฏิวัติด้านดิจิทัล ส่งผลให้โรงเรียนร้อยละ 99 มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงใช้
แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่เข้าเป้าและเพียงพอที่จะพัฒนาการศึกษาไทยให้ดีขึ้นกว่าเดิม
สำหรับทิศทางของการศึกษาในปีนี้แม้จะมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลประชาธิปไตย เข้ามาบริหาร ยังต้องลุ้นว่าภาพรวมการศึกษาไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่
แม้ นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะออกมาฟันธงว่าแนวโน้มการศึกษาไทยในปี 2562 จะดีขึ้นคงไม่ต่ำไปกว่านี้ ด้วยปัจจัยหลักๆ ทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาบังคับใช้ และประชาชนตื่นตัวต่อปัญหาการศึกษาที่ กอปศ.นำเสนอ
แต่ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากว่าการศึกษาไทยจะดำดิ่ง หรือพุ่งทะยานในปีหมู
เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะให้ค่าการศึกษามากแค่ไหน
สุพัด ทีปะลา

