การส่งเจ้าหน้าที่ติดตามการเคลื่อนไหวอย่างที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประสบเมื่อลงพื้นที่ที่จังหวัดเชียงรายเป็นเรื่องที่คาดหมายอยู่แล้ว
เหมือนที่พรรคอนาคตใหม่เคยประสบมาอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะประชุมใหญ่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อนำไปสู่การจดแจ้งชื่อพรรคตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2561
ก็มีการส่งคนติดตามไปจนถึง “บ้าน”
ไม่ว่าจะเมื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่าจะเมื่อ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ลงพื้นที่พบปะประชาชนเพื่อหาสมาชิกอย่างที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กระทำ
ทั้งๆ ที่มีการปลดล็อกแล้วนับแต่วันที่ 11 ธันวาคม เป็นต้นมา
ทั้งหมดนี้เป็นเหมือน “พลังงานแฝง” จากสถานการณ์หลังรัฐประหาร แม้ว่าจะมีการประกาศและบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งครบถ้วนแล้วทั้ง 4 ฉบับ
กระนั้น คำสั่งของ “นาย” ก็ยังดำรงอยู่
หากนำเอาสถานการณ์การเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ไปเปรียบเทียบกับสถานการณ์ของการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2500
62 ปีที่ผ่านมากลิ่นอายในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม ก็ยังอวลตลบ
เพียงแต่เลขาธิการพรรคเสรีมนังคศิลา คือ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยและดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมตำรวจอยู่ด้วย
ขณะที่องค์ประกอบของยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่างออกไป
ต่างออกไปตรงที่มีการ “ซ้อม” ผ่านการทำประชามติรับร่าง “รัฐธรรมนูญ” ตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม 2559
ต่างออกไปตรงที่มีการส่งรัฐมนตรีอุตสาหกรรมไปเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยมีรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์เป็นรองหัวหน้าพรรค โดยมีรัฐมนตรีพาณิชย์เป็นเลขาธิการพรรค โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นโฆษกพรรค
เป็นการตระเตรียมก่อนเข้าสู่สนาม “เลือกตั้ง” ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562
จากนี้จึงเห็นได้ว่า ความพยายามในการขยายผลคดีจากโครงการจำนำข้าว ความพยายามในการรื้อฟื้นผลพวงจากคดีให้กู้กรุงไทย
การส่งคนตาม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
การบุกเข้าจับอดีต ส.ส.ที่เตรียมจะขึ้นเวทีปราศรัยที่บุรีรัมย์ การปล่อยข่าวจะเล่นงาน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จากคดีเก่าค้างปีในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เหล่านี้ล้วนเป็นการปรับ “พื้นที่” การเมืองก่อน “การเลือกตั้ง”
เพียงแต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ หรือแม้กระทั่งพรรคอนาคตใหม่ ประสบ
เป็นไปในลักษณะการวางเรือใบ การสร้างเครื่องกีดขวาง
ขณะที่กล่าวสำหรับพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย มองไปคล้ายกับเป็นพรมผืนใหญ่ให้สามารถเดินทางโดยสะดวก ราบรื่น
นี่คือ “ภูมิทัศน์” ทางการเมืองก่อน “การเลือกตั้ง”
ถามว่าการบังเกิดนัยประหวัดว่าการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 อาจเลวร้ายหรือหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2500 มีรากฐานมาอย่างไร
มาจากความหวาดระแวง วิตกจริต กระนั่นหรือ
การย้อนไปมอง “รัฐธรรมนูญ” การย้อนไปมองความเป็นมาของ “กฎหมายลูก” การย้อนไปมองแต่ละคำสั่งหัวหน้า คสช.โดยเฉพาะที่ออกในปี 2560 และปี 2561 ก็จะมองออก
มองออกว่าทำไมจึงเรียกการเลือกตั้งเมื่อปี 2500 ว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรก

